กรมควบคุมโรค เผยสงกรานต์ปีนี้ อยู่บ้านลดการติดเชื้อโควิด-19 อุบัติเหตุลดลงชัดเจน

กรมควบคุมโรค เผยสงกรานต์ปีนี้ อยู่บ้านลดการติดเชื้อโควิด-19 อุบัติเหตุลดลงชัดเจน

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ประชาชนอยู่บ้านลดการติดเชื้อโควิด-19 ไม่นำเชื้อจากนอกบ้านมาแพร่สู่คนในครอบครัว ที่สำคัญพบอุบัติเหตุทางถนนลดลงอย่างชัดเจน โดยข้อมูล 2 วันแรกของเทศกาล (10-11 เม.ย. 63) พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนลดลงกว่า 3 เท่า และผู้เสียชีวิตลดลงเกือบ 6 เท่า ทำให้ลดภาระของโรงพยาบาลลงไปด้วย

เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในประเทศไทย ยังมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงนี้เป็นเทศกาลสงกรานต์ ทางรัฐบาลได้ยกเลิกกิจกรรมและวันหยุดในช่วงดังกล่าวแล้ว และขอให้ประชาชนอยู่บ้านเพื่อลดการติดเชื้อโควิด-19 ไม่นำเชื้อจากนอกบ้านมาแพร่สู่คนในครอบครัว ทั้งพ่อแม่และญาติพี่น้อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เพราะหากกลุ่มนี้ได้รับเชื้อจะมีอาการรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

จากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ของประเทศไทย ในช่วงสงกรานต์ปีนี้ กรมควบคุมโรค จึงขอความร่วมมือประชาชนให้อยู่บ้าน ไม่ออกไปพบปะกลุ่มเพื่อนหรือสังสรรค์ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 ที่สำคัญอาจเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดจากความประมาท ขับรถเร็ว หรือเมาสุราได้ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ทั้งนี้ จากข้อมูลโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (ระบบรายงาน PHER Accident) เปรียบเทียบ 2 วันแรกของเทศกาลสงกรานต์ ปีนี้ตรงกับวันที่ 10-11 เม.ย. 63 (ปี 62 : 11-12 เม.ย. 62) พบว่าสถิติอุบัติเหตุทางถนน ปี 63 ลดลงจากปี 62 จำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด โดยปีนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บโดยไม่ต้องนอนรักษาตัวในรพ. 2,077 ราย และต้องนอนรักษาตัวในรพ. 406 ราย ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้งสองกลุ่มมีจำนวนลดลงจากปี 62 กว่า 3 เท่า (6,719 ราย/1,410 ราย) ส่วนผู้เสียชีวิตลดลงเกือบ 6 เท่า (ปี 63 : 28 ราย/ปี 62 : 161 ราย)

จากข้อมูลปีนี้ยังพบว่า พาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือรถจักรยานยนต์ 81.97% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 15–24 ปี เกิดเหตุสูงสุดในช่วง 18.00 น. จากนั้นเริ่มลดลงหลัง 19.00 น. และพบผู้ขับขี่มีการดื่มแล้วขับในภาพรวมลดลงจาก 29.86% เหลือ 16.43% ส่วนผู้ขับขี่ที่ดื่มแล้วขับสูงสุดในกลุ่มอายุ 40-44 ปี คิดเป็น 27.61% ซึ่งในปี 62 จะสูงสุดในกลุ่มอายุ 35-39 ปี

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้เห็นว่าผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนปีนี้ลดลงเป็นจำนวนมาก ซึ่งเกิดจากการที่ประชาชนทำตามนโยบายของรัฐบาล คือ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” และจากที่มีการประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานหลังเวลา 22.00 น. ทำให้อุบัติเหตุหลัง 22.00 น. ลดลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังพบว่าหลังจากที่แต่ละจังหวัดประกาศงดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ผู้ขับขี่ดื่มแล้วขับลดลงมากเช่นกัน เป็นการลดภาระให้กับเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล ทำให้มีเวลาทุ่มเทให้กับการดูแลรักษาผู้ป่วยจากโรคโควิด-19

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สอท.เร่งช่วยคนไทยในมาเลย์ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการคุมโควิด
บทความถัดไปสภากาชาดไทยให้จ.ตราดใช้ศูนย์ราชการการุณย์ฯเป็นที่พักกักผู้เสี่ยงโควิด