“เอ็มทีเอ็ม” แนะเร่งพีอาร์บริษัท สร้างความเชื่อมั่น ธุรกิจเดินหน้าได้ทันทีหลังโควิด-19 คลี่คลาย

นายไพศาล ศรีจรัสจรรยา ประธาน บริษัท เอ็ม ที เอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ให้บริการวางแผนกลยุทธ์และที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ด้านการลงทุน การเงิน การสื่อสารทางการตลาดอย่างครบวงจร กล่าวว่า การสื่อสารในช่วงวิกฤตมีความจำเป็นและสำคัญมากกว่าช่วงสถานการณ์ปกติ โดยภาคธุรกิจควรสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อสร้างความเข้าใจกับทุกกลุ่ม ทั้งพนักงาน คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และนักลงทุน ถึงแนวทางการดำเนินกลยุทธ์ของบริษัทในการนำพาองค์กรให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤตและทำให้องค์กรมีความแข็งแกร่งหลังปัจจัยลบเริ่มคลี่คลาย ซึ่งบริษัท เอ็ม ที เอ็ม โฮลดิ้ง พร้อมนำองค์ความรู้ ผนวกกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี สร้างแพลตฟอร์มทางการสื่อสารใหม่ๆ สนับสนุนการดำเนินธุรกิจของลูกค้าให้เติบโตต่อไป

นายยงยุทธ ฟูพงศ์ศิริพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม ที เอ็ม โฮลดิ้ง กล่าวว่า การประชาสัมพันธ์ถือเป็นเครื่องมือการสื่อสารที่เหมาะสมกับภาวะวิกฤตที่สุด เนื่องจากสื่อสารคีย์เมสเซจ(Key Message)ไปยังกลุ่มเป้าหมายทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กรและแบรนด์สินค้าได้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายจะต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการสื่อสารรูปแบบอื่นๆ นอกจากนี้ควรใช้การประชาสัมพันธ์ ควบคู่กับการใช้สื่อออนไลน์ โซเซียลมีเดียแคมเปญ เพื่อสร้าง Call to Action (CTA) ให้เกิดผลลัพธ์ด้านยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสร้างโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ทั้งนี้ รูปแบบการสื่อสารที่ภาคธุรกิจที่ควรให้ความสำคัญ มี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1.คอนเทนท์ (Content) ต้องสร้างสรรค์ กระชับ ชัดเจน 2.รูปแบบการนำเสนอต้องเข้าใจง่าย เช่น อินโฟกราฟิก คลิปวิดีโอ การ์ตูน เป็นต้น และ 3.เลือกใช้ช่องทางสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ที่ต้องผสมผสานทั้งสื่อออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงใช้ช่องทางสื่อสารของบริษัท (Owned Media) เช่น เฟซบุ๊กแฟนเพจ เว็บไซต์ เป็นต้น ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย

“หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 สิ้นสุดลง แนวทางการทำงานและมุมมองของหลายๆ ธุรกิจจะเปลี่ยนแปลง ไป เกิดธุรกิจบริการใหม่ๆ มากขึ้น ดังนั้น ภาคธุรกิจควรใช้จังหวะนี้ปรับกลยุทธ์และเร่งสื่อสารประชาสัมพันธ์ ไปยังกลุ่มเป้าหมาย จะส่งผลดีทำให้แบรนด์แข็งแรงและเป็นที่จดจำอยู่เสมอ เพราะหากสถานการณ์คลี่คลายก็จะฟื้นตัวและกลับมาเติบโตได้อย่างรวดเร็ว” นายยงยุทธ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พา “จ่าจำปา” กลับตรัง สู่อ้อมกอดแม่แล้ว
บทความถัดไปศบค.ชี้โควิด-19 “ไทย” แนวโน้มดีขึ้น ไม่พบผู้ป่วยจากสนามมวย-ผับ