ข้าวไทยครองใจชาวฮ่องกง สัดส่วนนำเข้ากว่า 63% แนะเร่งเพิ่มชนิดข้าวนุ่ม

นางชณันภัสร์ พิศาลอภิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น บวกกับสถานการณ์ข่าวลือเรื่องการห้ามส่งออกข้าวของเวียดนามเกี่ยวเนื่องมาถึงไทย  ทำให้ชาวฮ่องกงตื่นตระหนกกับการกักตุนอาหารเพื่อบริโภค จึงเกิดการกักตุนข้าวในประเทศระลอก 2 ส่งผลให้ราคาของข้าวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งข้าวไทยในเดือนมกราคม 2563 ราคากิโลกรัมละ 13.05 เหรียญฮ่องกง เดือนกุมภาพันธ์ปรับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 14.22  เหรียญฮ่องกง เดือนมีนาคม กิโลกรัมละ 17 เหรียญฮ่องกง หรือเท่ากับสูงขึ้น 30.27% เทียบกับเดือนมกราคม

ขณะที่ตัวเลข 2 เดือนแรกปี 2563 ฮ่องกงนำเข้าข้าวมูลค่า 58.12 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 16.63% หรือปริมาณ 57,957 ตัน นำเข้าจาก ไทย มูลค่า 36.80 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 63.33% ขยายตัว 13.96% ครองตลาดได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ รองลงมาคือ เวียดนาม 14.36% กัมพูชา 8.52% ญี่ปุ่น 4.59% จีน 4.01%

“สินค้าข้าวเป็นสินค้าสงวนในฮ่องกงที่ต้องได้รับการควบคุมปริมาณให้เพียงพอต่อการบริโภคในท้องถิ่น โดยมีมาตรการควบคุมอุปสงค์ของข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคของประชากรทั้งในยามปกติ และในภาวะฉุกเฉิน การนำเข้าต้องขออนุญาตจาก Trade & Industry Department ปัจจุบันมีสต๊อกจำนวน 22,000 เมตริกตัน ซึ่งเพียงพอต่อการต้องการบริโภคใน 1 เดือน ผู้บริโภคจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อกักตุนจำนวนมาก เนื่องจากข้าวเป็นสินค้าที่มีอายุ อีกทั้งประเทศไทยยังมีข้าวเพียงพอในการส่งออก และบริโภคในประเทศอย่างมีเสถียรภาพ” นางชณันภัสร์กล่าว

นางชณันภัสร์กล่าวว่า ข้อเสนอที่จะเพิ่มนำเข้า คือ ฮ่องกงนำเข้าข้าวไทยเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวหอมมะลิซึ่งถือว่าเป็นข้าวพรีเมียมที่นิยมในกลุ่มแม่บ้านที่หาซื้อในซุเปอร์มาเก็ต ขณะเดียวกันผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ได้ออกมายืนยันว่าแล้วว่ามาตรการปิดด่านชายแดนเพิ่มเติมในฮ่องกงจะไม่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอาหารในฮ่องกงเนื่องจากการปิดด่านชายแดนดังกล่าวเป็นเพียงการควบคุมผู้โดยสารในการเข้าออกเท่านั้น โดยไม่มีผลต่อการขนส่งสินค้า พร้อมทั้งชี้แจงเพิ่มเติมว่าสาเหตุที่ชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาเก็ตและร้านค้าปลีกที่ว่างเปล่านั้นเป็นเพราะข้าวไม่ได้ถูกนำมาเติมในคลังสินค้าได้ทันต่อความต้องการของประชาชน และที่สำคัญรัฐบาลฮ่องกงได้มีการตรวจสอบการค้าปลีกข้าวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น และชาวฮ่องกงตื่นตระหนกกับการกักตุนข้าวเมื่อต้นเดือน ก.พ.63 และจากสถานการณ์ข่าวลือเรื่องการห้ามส่งออกข้าวของเวียดนามเกี่ยวเนื่องมาถึงไทย จึงเกิดการกักตุนข้าวในประเทศระลอก 2 อย่างไรก็ตาม ห้างค้าปลีก และซุปเปอร์มาเก็ตบางแห่งได้กำหนดมาตรการจำกัดการซื้อข้าวให้ผู้บริโภคซื้อข้าวได้ไม่เกินคนละ 1 ถุง และไข่ไม่เกินคนละ 2 แพค

อีกประการคือผู้ผลิตข้าวไทยต้องกำหนดมาตรฐานคุณภาพข้าว เพื่อการเข้าถึงและขยายตลาดใหม่ๆ ขณะเดียวกัน ก็เป็นการรักษาตลาดเก่าด้วยเพราะผู้ซื้อจะมีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น แต่ประเทศไทยต้องรักษามาตรฐานข้าวให้ได้ตามที่กำหนดไว้ เพื่อผู้บริโภคจะได้เห็นความแตกต่างระหว่างข้าวไทย และข้าวของคู่แข่ง เช่น เวียดนาม หรือกัมพูชา

อีกทั้งประเทศไทยยังเสียเปรียบด้านการแข่งขันด้านราคาจากการที่ค่าเงินบาทของไทยแข็งค่า เมื่อเทียบกับประเทศ คู่แข่งในภูมิภาคนี้ ทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยสูงกว่าประเทศส่งออกข้าวบางราย อีกทั้งยังขาดแคลนข้าวแดง และข้าว กข43 (RD43) เนื่องจากมีความต้องการบริโภคในประเทศสูงจากกลุ่มคนที่รักสุขภาพ ทำให้ขณะนี้ราคาของข้าวทั้ง 2 ชนิด พุ่งสูงขึ้นในตลาดฮ่องกงโดยสูงกว่าราคาข้าวหอมมะลิมาก

ทั้งนี้ ปี 2562 ฮ่องกงนำเข้าข้าวจำนวน 316,946 ตันต่อปี และมีการบริโภคข้าวต่อคน เฉลี่ยอยู่ที่ 40 กิโลกรัม จากแหล่งนำเข้า 5 อันดับแรก ได้แก่ ไทย เวียดนาม จีนแผ่นดินใหญ่ กัมพูชา สหรัฐอเมริกา ตามลำดับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เดินหน้าชน : การใช้ดุลพินิจ โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน
บทความถัดไป“หม่อมเต่า” จับมือ “เลขาประกันสังคม” ยันจ่าย “เงินว่างงาน” จากเหตุโควิด-19 ล็อตแรกวันนี้!