‘พุทธิพงษ์’ ประสานตำรวจลุยปราบข่าวปลอม ล่าสุดพบอีก 16 ราย ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับการเสนอข่าวปลอมหรือบิดเบือน สร้างความตื่นตระหนกและความสับสนในสังคม ในช่วงที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการไปแล้วหลายราย ล่าสุดตรวจพบอีก 16 ราย โดยศาลได้ออกหมายค้นและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด

สำหรับผู้กระทำผิดที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจและดำเนินคดีแล้ว มี 4 ราย ซึ่งทั้งหมดโพสต์ข้อความเดียวกันว่า ไปรษณีย์เตือน! มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากจดหมายหรือพัสดุ ประกอบด้วย 1.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ตอง สโลว์ไลฟ์ อยู่ในพื้นที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี 2.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Zeaza Petra อยู่ในพื้นที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ 3.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก วิสุทธิ์ อยู่ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และ 4.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sanchai อยู่ในพื้นที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

ส่วนผู้กระทำผิดที่เจ้าหน้าที่เตือนให้ระงับ หรือสั่งให้แก้ไขข่าว มี 12 ราย ประกอบด้วย 1.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก จรัญ อยู่ในพื้นที่เขตคลองเตย กทม. และ 2.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก มนันยา อยู่ในพื้นที่เขตบางรัก กทม. โพสต์ข้อความว่า โพล ธนาคารกรุงไทยสาขาเซนหลุยส์ปิดทำการ หลังพบพนักงานติดเชื้อโควิด-19 หลายคน 3.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wittawin อยู่ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กทม. โพสต์ว่า ลือ อาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้ผ่านด่านระหว่างตำบล-อำเภอ

4.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Daravut อยู่ในพื้นที่ เขตลาดพร้าว กทม. 5.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wintadcha อยู่ในพื้นที่เขตหนองแขม กทม. 6.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Isaree อยู่ในพื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี 7.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก อาณัติ อยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา 8.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jon อยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทั้งหมดโพสต์ว่า ลือหึ่ง! ศุลกากร ห้ามนำเข้าหน้ากากอนามัย และชุดป้องกันเชื้อโควิด-19

9.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tik อยู่ในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 10.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก นิตยา อยู่ในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ. สระบุรี โพสต์ว่า พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มโทษ ออกนอกบ้านไม่ใส่หน้ากากอนามัย ปรับ 2,000 บาท 11.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ลูกสาว’ ว ฟี’ ฟาย อยู่ใน อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย โพสต์ว่า เชียงของอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ได้ และ 12.ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Phuketandamannews อยู่ใน อ.เมือง จ.ภูเก็ต โพสต์ว่า ภูเก็ตหน้ากากขาดแคลนหนัก เจ้าหน้าที่ต้องซักแล้วเอามาใช้ใหม่

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า สังเกตได้ว่าผู้กระทำผิดกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายได้ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ แม้บางเรื่องอาจจะล่าช้าบ้างเพราะมีขั้นตอนที่ต้องทำอย่างรอบคอบ แต่ก็จะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

“ขอเตือนไปยังผู้ที่จะโพสต์หรือแชร์ข่าวปลอมให้ระมัดระวัง เพราะสิ่งที่ทำจะส่งผลเสียต่อส่วนรวม และผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในอัตราโทษสูง เช่น จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สนามดอกบัว’ (ว่าที่)ความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลแดนมังกร
บทความถัดไป‘ไอโอซี’ จับมือหน่วยงานอนุรักษ์ธรรมชาติวางแนวทางจัดกีฬาไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม