ทองไทยพุ่งแรง ทำสถิติสูงสุดรอบ 8 ปี ทองรูปพรรณขายออก 26,850 บาท

ทองคำไทยพุ่งแรง ปรับราคาขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 8 ปี ทองรูปพรรณขายออก 26,850 บาท

เมื่อวันที่ 24 เมษายน นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานบริหารกลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดทองคำไทย ยังมีแรงซื้อขายจากนักลงทุนออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยราคาทองคำปรับขึ้นทำจุดสูงสุด 1 ครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะปรับขึ้นและทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้งภายในวันที่ 24 เมษายน โดยราคาทองคำเคลื่อนไหวที่บริเวณ 26,400-26,500 บาท ถือว่าทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา โดยในภาพใหญ่ราคาทองสปอต เคลื่อนไหวขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่บริเวณ 1,730 เหรียญสหรัฐ โดยมีแรงสนับสนุนให้ราคาทองคำมีทิศทางเป็นขาขึ้นในระยะกลางและยาว

จากการที่หลายประเทศทั่วโลก หันมาอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบไม่จำกัดปริมาณ เพื่อช่วยพลเมืองของตนเอง เนื่องจากวิกฤตโควิด-19 ไม่เหมือนวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา อาทิ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในช่วงปี 2550-2551 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจธนาคารเท่านั้น แต่ผลกระทบของโควิด-19 ในรอบนี้ กระเทือนไปถึงกลุ่มรากหญ้า ภาพที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนกันทั้งประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงสหรัฐด้วย ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จึงประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) และพิมพ์ธนบัตรสหรัฐออกมาเพิ่มมากขึ้นแบบจำนวนมหาศาล เพื่อช่วยเหลือพลเมืองสหรัฐ

ผ่านแนวคิดเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ เพื่อให้เงินเข้าไปถึงรากหญ้า และพยุงให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปได้ ซึ่งการพิมพ์เงินออกมาเยอะๆ แบบนี้ อาจช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น แต่มูลค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในระยะยาวจะลดลง เพราะมีปริมาณ (ซัพพลาย) สูงมาก โดยหากมูลค่าสกุลเงินลดลง ทองคำก็จะมีมูลค่าสูงขึ้น เพราะเป็นสินทรัพย์เดียวที่มีความปลอดภัย

“จากสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับขึ้นทำสถิติใหม่ไปแล้ว ก่อนจะทยอยย่อตัวลงเล็กน้อย เป็นเวลาสั้นๆ แล้วก็ปรับระดับขึ้นอีกครั้ง จนทำจุดสูงสุดในรอบ 8 ปี และมีโอกาสปรับขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยประเมินมีโอกาสเห็นทองคำปรับขึ้นแตะระดับ 27,000 บาทได้ภายในไตรมาส 2/2563 แน่นอน หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ และยังไม่ดีขึ้น ส่วนกรอบถัดไปหากขึ้นสู่ระดับ 27,000 บาทได้ อาจเห็นขึ้นไปถึง 27,500 บาทได้ โดยมองว่าทองคำยังสามารถปรับขึ้นได้อีกเยอะ” นายณัฐพงศ์กล่าว

นายณัฐพงศ์กล่าวว่า ภาพรวมการซื้อขายทองคำในสัปดาห์นี้ยังมีแรงขายและซื้อเข้ามาต่อเนื่อง แม้ไม่ได้ร้อนแรงเท่าสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้เบาบางลงมากนัก ส่วนสาเหตุคาดว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนน่าจะแห่ขายออกกันจนของหมดแล้ว ทำให้การปรับขึ้นทุบสถิติใหม่ครั้งนี้ ไม่มีของออกมาขายกัน จึงอยากแนะนกลยุทธ์ในการลงทุนคือนักลงทุนที่มีทองคำอยู่ในมือ อาจถือครองก่อนอีกสักระยะ เพราะราคามีแนวโน้มขึ้นได้อีก ส่วนนักลงทุนที่ไม่มีของ ก็ให้รอจังหวะราคาย่อตัวลงแล้วค่อยเข้าซื้อสะสม แต่ไม่แนะนำให้เข้าซื้อในบริเวณนี้ เพราะราคาน่าจะแพงไป โดยมองว่าราคาที่เหมาะสมในการเข้าซื้ออยู่ที่ 25,500 บาท แต่ต้องถือครองในระยะยาว

นายณัฐพงศ์กล่าวว่า ปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้น นอกจากจะเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู้ระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลกแล้ว ยังคงเป็นปัจจัยหลักคือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกที่ยังไม่ได้ดีมากนัก เพราะมี 2 กลยุทธ์ที่ใช้รับมือกับผลกระทบของโควิด-19 ได้แก่ การปิดเมืองและเปิดเมือง

ซึ่งตอนนี้การปิดเมืองทำให้ทั่วประเทศอัดฉีดเม็ดเงินแบบไม่อั้น ซึ่งแม้ระยะสั้นจะช่วยพยุงและผ่านวิกฤตได้ แต่ในระยะยาว การที่มีเม็ดเงินมหาศาลเข้ามาในตลาด จะทำให้ภาพระยะยาวอีก 7-8 เดือนข้างหน้า จะเป็นอย่างไรต่อไป ซึ่งพอมีความกังวลในส่วนนี้ออกมา ก็ทำให้นักลงทุนต้องการซื้อสะสมทองคำเพิ่มเติม เพราะมีความปลอดภัยที่สุด ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นต่อเนื่อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon