ที่จังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ยังคงเจอสถานการณ์ภัยแล้งและมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าในช่วงนี้จะมีพายุฤดูร้อนทำให้มีฝนตกในหลายพื้นที่ แต่ที่ตำบลนิคม อำเภอพิมาย อ่างเก็บน้ำสำรอง เช่นอ่างเก็บน้ำห้วยสะกาด มีเนื้อที่กักเก็บน้ำกว่า 1,300 ไร่ พบว่าน้ำฝนไม่ไหลเข้าอ่างฯ ทำให้ขณะนี้ปริมาณน้ำภายในอ่างฯ เหลือไม่ถึง 1 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุทั้งหมด 3.7 ล้านลูกบาศก์เมตร ทางเจ้าหน้าที่จัดสรรน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยสะกาดจำเป็นต้องปิดประตูอ่างเก็บน้ำ กักปริมาณน้ำที่เหลือไว้ส่งให้ชาวบ้านได้ใช้อุปโภคบริโภค ใน 3 ตำบล 10 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลในเมือง ตำบลรังกาใหญ่ และตำบลนิคม อำเภอพิมาย
นายสมศรี สีเหลือง อายุ 59 ปี ตำแหน่ง ช่างฝีมือสาม ผู้ดูแลอ่างเก็บน้ำฯ เปิดเผยว่า ปีนี้ปริมาณน้ำฝนไหลเข้าอ่างฯ น้อยกว่าทุกปี ทำให้ต้องเก็บกักน้ำที่เหลืออยู่ไว้ให้ชาวบ้านใช้อุปโภคบริโภคเท่านั้นในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยสะกาด เป็นแหล่งน้ำสำรองที่ยังเหลือน้ำอยู่แต่ปัจจุบันน้ำลดต่ำลงมากเกือบแห้งขอด ส่วนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆในพื้นที่ก็แห้งลงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต่างภาวนาขอให้มีฝนตกลงมาเติมน้ำในอ่างฯบ้าง จะได้มีน้ำไว้ใช้เพียงพอตลอดหน้าแล้งนี้
ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างกักเก็บน้ำภาพรวมของจังหวัดนครราชสีมา พบว่า 4 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว เหลือน้ำใช้การได้ 77 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 26.66 % ขณะที่อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย เหลือน้ำใช้การได้ 12 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 8.15 % อ่างเก็บน้ำมูลบน อ.ครบุรี เหลือน้ำใช้การได้ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 16.86 % และอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี เหลือน้ำใช้การได้ 36 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 13.48 % ส่วน 23 อ่างเก็บน้ำขนาดกลางเหลือน้ำใช้การรวม 36 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 11.83 % ทำให้ปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเก็บน้ำภาพรวมเหลือใช้การได้แค่ 185 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 16.05 % เท่านั้น จึงต้องบริหารจัดการอย่างเข้มงวดและรอบคอบที่สุดเพื่อให้มีน้ำเพียงพอใช้ไปจนกว่าจะถึงฤดูฝน

