มาแล้ว สมคิดโชว์โปรเจ็กต์ 1 ล้านล้าน แจกเกษตรกร 15,000 บาท

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

มาแล้ว สมคิดโชว์โปรเจ็กต์ 1 ล้านล้าน แจกเกษตรกร 15,000 บาท

 

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (28 เมษายน) เตรียมพิจารณาการต่ออายุพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่จะครบกำหนดบังคับใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในวันที่ 30 เม.ย.ออกไปอีก 1 เดือน ภายหลังศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.เห็นชอบในหลักการแล้ว รวมถึงมาตรการผ่อนคลายกิจการ-กิจกรรมธุรกิจบางประเภทที่มีความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโควิด-19 ต่ำ

ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 เดือน สมช.-สภาพัฒน์ ชงคลายล็อกดาวน์-รีสตาร์ตธุรกิจ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะไม่ผ่อนคลายในทันที แต่จะประกาศผ่อนคลายและให้เวลาภาคธุรกิจเตรียมตัวและมีมาตรการรองรับก่อนเปิดกิจการ ซึ่งคณะกรรมการเฉพาะ ที่มีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงพิจารณาเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่ากิจการประเภทใดสามารถเปิดได้บ้าง และต้องมีมาตรการรองรับอย่างไร

อุ้มเกษตรกรครัวเรือนละ 1.5 หมื่นบาท

นายสมคิดกล่าวว่า การประชุม ครม.ในวันนี้ กระทรวงเกษตรและสกรณ์ โดยคณะกรรมการกลั่นกรองมาตรการเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน จะเสนอมาตรการช่วยเหลือเกษตรครัวเรือนละ 5 พันบาท ระยะเวลา 3 เดือน รวม 1.5 หมื่นบาท/ครัวเรือน แหล่งงบประมาณ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของด้านการเยียวยา 6 แสนล้านบาท

“ผมอยากให้เกษตรกรลงทะเบียนไว้เพื่อนำมาเก็บเป็นฐานข้อมูลใช้ประโยชน์ในการออกนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรต่อไปในอนาคตเพราะที่ผ่านมามีปัญหา ข้อมูลไม่คลีน ครั้งนี้จึงเป็นโอกาส”

บู๊ตเศรษฐกิจฐาน 4 แสนล้าน-คิกออฟ มิ.ย.

นายสมคิดกล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท จะนำไปใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปข้างหน้า ซึ่งตนต้องการให้มีโครงการที่ทำให้เกิดการไหลเวียนทางเศรษฐกิจ

“Local economy จะเกิดขึ้นในไม่ช้า ในกระทรวงเกษตรมีทั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีทั้งสภาเกษตรกร ต้องมาคุยกันก่อนว่าจะเริ่มอย่างไร เมื่องบประมาณมาแล้ว Activity จะได้เดินหน้า คาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนมิถุนายน”

นายสมคิดกล่าวว่า ทุกโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง Local economy มีโอกาสได้รับการพิจารณาทุกโครงการ โดยต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีเลขาสภาพัฒน์เป็นประธานเพื่อเข้าสู่ ครม. ทั้งนี้ โครงการที่จะได้รับการพิจารณาต้องเป็นโครงการที่หมุนเวียนเศรษฐกิจในท้องถิ่น สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ได้มาก ได้เร็ว จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

“เศรษฐกิจในอนาคตข้างหน้าจะทำอย่างไรให้คนไทยมีกิน มีใช้ พออยู่พอกินได้อย่างพอเพียง มีงานทำ มีรายได้ ใครที่คิดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตพุ่งพรวดพราด ไม่ใช่ แต่เป็น new normal ได้แต่ภาวนาว่าโควิด-19 จะสงบลงจะได้ผ่อนคลายได้บาง เพื่อให้เม็ดเงินฟื้นฟูลงไป ก็พอที่จะหมุนเวียนได้ เพราะด้านการส่งออกการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมาก”

ประคองเศรษฐกิจจริงไม่ให้ทรุด

นายสมคิดกล่าวว่า เศรษฐกิจขณะนี้หนักกว่าวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 หลายเท่า เพราะวิกฤตโควิดกระทบทั้งสังคม กระทบทั้งดีมานด์ ทั้งซัพพลาย กระทบทั้งเศรษฐกิจจริงและภาคการเงิน มาตรการเยียวยาและฟื้นฟูต้องออกมาเร็ว

“ตอนนี้เห็นแล้วว่าตลาดนิ่ง ธุรกิจเริ่มมีปัญหา ต้องพยายามช่วยเขาให้อยู่รอด เศรษฐกิจจริงอย่าให้มีปัญหา ขณะนี้ไทม์มิ่งล็อกไว้อยู่เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน”

นายสมคิดกล่าวว่า เงินกู้ 1 ล้านล้าน จะมีผลต่อเศรษฐกิจหมุนเวียนในปีนี้ แต่เป็นเพียงการประคอง ไม่สามารถไปทดแทนภาคการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วน 20 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีได้

“ต้องค่อยๆ ประคับประคอง ถ้าประคองได้ยาว คนพอมีงานทำ ใช้จ่ายอย่างประหยัด เศรษฐกิจพอเพียงคือหลัก จนกว่าทุกอย่างจะเข้าไปสู่ normal เพราะสภาวะอย่างนี้จะไปหวังการลงทุนจากต่างประเทศคงยาก จึงอยากหารือกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นโอกาสที่ดี และสิ่งที่อยากเร่งรัดคือการใช้จ่ายรัฐวิสาหกิจ”

นายสมคิดกล่าวถึงข้อเสนอของภาคเอกชนให้รัฐบาลช่วยเหลือส่วนต่างเงินเดือนพนักงานร้อยละ 50 เพื่อไม่ให้เกิดการเลิกจ้าง ว่ากระทรวงการคลังได้รับข้อเสนอมาพิจารณาแล้ว โดยให้ดูเฉพาะอุตสาหกรรมที่จะช่วยดูแลเป็นพิเศษ เป็นรายกรณีไปว่าจะช่วยอะไรได้บ้างเพิ่มเติม เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม รวมถึงอุตสาหกรรมการบิน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon