เดือดร้อนหนัก!!เกษตรกร บุกศาลากลางชุมพร จี้ปลัดมท.ถกด่วน โดนห้ามเข้าสวนทุเรียน

เกษตรกร บุกศาลากลางชุมพร จี้ปลัดมหาดไทยถกด่วน โดนห้ามเข้าสวนทุเรียน

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 28 เมษายน ที่ศาลากลางจังหวัดชุมพร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิลปชัย เรือนสูง นายอำเภอสวี พร้อมด้วย นายเจษฎา จำเริญนุสิทธิ์ กำนัน ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร นายสมศักดิ์ คงจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.เขาค่าย และตัวแทนชาวสวนทุเรียนใน ต.เขาค่ายเดินทางเข้าพบ นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อร้องเรียนกรณีชาวบ้าน ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร เข้าไปสวนทุเรียนในเขต ต.ในวงเหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ไม่ได้

เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง มีคำสั่งห้าม-เข้าออก จ.ระนองอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะบุคคลนั้นจะเป็นชาว จ.ระนอง ที่ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด หรือใครก็ตาม ระบุเป็นมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

โดยนายเจษฎาได้เป็นตัวแทนยื่นหนังสือให้ผู้ว่าฯชุมพร เพื่อขอให้ส่งต่อไปยัง นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้รีบแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน เนื่องจากชาวสวนทุเรียนใน ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร และชาวสวนทุเรียนใน ต.ในวงเหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ที่มีรอยต่อติดต่อกันระหว่าง 2 จังหวัด ต่างฝ่ายต่างมีสวนทุเรียนในแต่ละพื้นที่เหมือนกัน แต่ไม่สามทารถเข้าไปทำสวนทุเรียนได้ ทั้งที่สวนทุเรียนบางรายห่างจากรอยต่อระหว่างจังหวัดเพียง 50 เมตร

บางรายยังมีครอบครัวอยู่บ้านที่ในสวนทุเรียนใน จ.ระนอง แต่ไม่สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้ บางสวนมีช้างป่าลงมาทำลายพืชสวน แต่ไม่สามารถเข้าไปป้องกันช้างได้ ชาวสวนทุเรียนนับร้อยรายมีสวนทุเรียนประมาณ 3 พันไร่ ต้องอดทนปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดระนองด้วยความเข้าใจมาตลอด 1 เดือนเมษายนที่กำลังจะผ่านไป ทั้งที่ทุกคนเป็นห่วงสวนทุเรียนที่กำลังจะให้ผลผลิตและประสบภัยแล้งอย่างหนัก ต้องรดน้ำแทบทุกวัน มิเช่นนั้น ต้นทุเรียนอาจล้มตายได้

นายวิบูลย์ กล่าวภายหลังรับมอบหนังสือว่า จะรีบส่งหนังสือไปยังปลัดประทรวงมหาดไทยทันที เพื่อขอให้พิจารณาสั่งการแก้ไข เนื่องจากพื้นที่อยู่ในผิดชอบ ของ จ.ระนอง เมื่อพูดคุยระหว่างจังหวัดแล้วไม่ได้ข้อยุติ ก็จำเป็นต้องผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย เพราะจังหวัดชุมพรไม่สามารถสั่งการได้ จากนั้นได้มอบหนังสือให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร รับนำไปดำเนินการทันที

นางอมร สันหลี อายุ 57 ปี กล่าวว่ามีสวนทุเรียน 30 ไร่ ไม่ได้เข้าไปดูแลมาเดือนกว่าแล้ว คิดว่าคงเสียหายหมดแล้ว มูลค่าความเสียหายประมาณ 3 ล้าน และยังได้ข่าวว่ามีช้างลงมาเหยียบต้นทุเรียนด้วย ขณะที่เป็นหนี้หลักล้านบาท อยากขอเข้าไปทำสวนแค่วันละ 5-6 ชั่วโมงเท่านั้น และพร้อมจะปฏิบัติตามกฎทุกอย่าง ถ้าฝ่าฝืนก็ขอให้จับไปประหารชีวิตได้เลย

นางน้อย นาคพันธ์ อายุ 56 ปี กล่าวว่า มีทั้งสวนยาง ทุเรียน ปาล์ม 40 ไร่ ปีหนึ่งๆ มีรายได้ประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งสวนตั้งหมู่ที่ 2 ต.ในวงเหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ต้องเดือดร้อนจากการปิดด่านมา 1 เดือน ฝนก็ไม่ตก ยาก็ ไม่ได้ฉีด จะเข้าไปกรีดยางก็ไม่ได้ ทุเรียนหมอนทองผลหนึ่งน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม แต่เมื่อฝนตกก็ไม่ได้เข้าไปโยง แม้พืชผักสวนครัวก็เข้าไปเก็บมากินไม่ได้ อยากวิงวอนผู้ว่าราชการจังหวัดระนองขอให้เปิดทางให้ด้วย ตนจะได้มีรายได้ ไม่สร้างภาระแก่รัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันเดียวกัน มีชาวจังหวัดระนองเป็นชาย 2 คน ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นผ่านจังหวัดชุมพร เพื่อต้องการกลับบ้านที่ จ.ระนอง โดยผ่านจุดคัดกรองหน้าเทศบาล ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร แต่เมื่อถึงจุดคัดกรองในพื้นที่ ต. จปร. อ.กระบุรี จ.ระนอง ก็ไม่สามารถเข้าสู่ จ.ระนองได้ เพราะเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง ต.จปร. ไม่ยอมให้ผ่าน

และขอให้กลับไปขอใบรับรองแพทย์ว่าไม่ติดเชื้อโควิด-19 มาแสดงก่อน ชาวจังหวัดระนองทั้งสองคนจึงกลับมาขอใบรับรองแพทย์ที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน อ.เมืองชุมพร แต่ปรากฏว่าหนึ่งในสองคนผลตรวจเป็นลบ ส่วนอีกคนผลตรวจเป็นบวก จังหวัดชุมพรจึงต้องให้หลักมนุษยธรรมนำตัวเข้ารักษาเพื่อเฝ้าดูอาการที่ห้องพิเศษ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทั้งที่ขณะนี้ในพื้นที่ จ.ชุมพรไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมาเป็นวันที่ 5 แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon