หน้าแรก ภูมิภาค หึ่งอีก ผู้ให...

หึ่งอีก ผู้ใหญ่บ้านเบิกเงินฌาปนกิจ ปธ.ชมรมแฉซ้ำมีเงื่อนงำ

1.05.20 | 09:16 น.

ผู้ใหญ่บ้านที่แจ้งตายลูกบ้านแทนญาติ แล้วเก็บเงินฌาปนกิจให้เมียตัวเองเป็นผู้รับผลประโยชน์ กลายเป็นอลเวงไม่จบ หลังประธานชมรมออกมาเผยการสมัครครั้งแรกไม่ถูกต้อง แต่ผู้ใหญ่เป็นกรรมการจึงอนุโลม ไม่รู้ว่าเรื่องจะมาบานปลายทีหลัง ญาติระบุออกมาร้องเพราะเกรงโดนตัดสิทธิหากระบบชี้ว่าเสียชีวิตแล้ว ล่าสุดทะเบียนราษฎรพบว่ามีชีวิตอยู่จริง แต่ยังไม่มีใครติดต่อได้

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม กรณีนายต่วน ดีชัยรัมย์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 3 ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ร้องผ่านสื่อมวลชน ว่าไม่ได้รับเป็นธรรม หลังจากหลานซึ่งมีชีวิตอยู่ แต่ถูกผู้ใหญ่บ้านใช้อำนาจไปแจ้งว่าหลานเสียชีวิตที่อำเภอแล้วออกใบมรณบัตร ก่อนจะเอาไปยื่นขอเบิกเงินฌาปนกิจของตำบลจนญาติเชื่อว่าผู้ใหญ่บ้านอาจจะหวังเงินฌาปนกิจ เพราะมีชื่อภรรยาเป็นผู้รับผลประโยชน์เป็นเงินร่วม 80,000 บาท จนต้องไปร้องต่อที่ว่าการอำเภอคูเมือง ก่อนผู้ใหญ่บ้านไปคืนสิทธิจากตายกลายมาเป็นมีชีวิตให้หลาน ทำให้สังคมต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นสองทาง


ล่าสุด สุทัศน์ ภูมิพยัคฆ์ อายุ 86 ปี ประธานชมรมผู้สูงอายุตำบลตูมใหญ่ ได้ออกมาระบุว่า ตอนนั้นจำได้ว่าเมื่อปี 2555 นายสมศักดิ์ พรภิญโญยิ่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ได้เอารายชื่อนายสมเกียรติ บริสุทธิ์ มาสมัครเข้าเป็นสมาชิกฌาปนกิจของชมรมผู้สูงอายุ ตนจึงสอบถามหาหลักฐานตามระเบียบของชมรม ซึ่งจะต้องมีหลักฐานเป็นทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน และเห็นตัวเป็นๆ รวมถึงต้องมีใบรับรองแพทย์มายืนยัน แต่ผู้ใหญ่บ้านมีเพียงสำเนาบัตรประชาชนของผู้สมัครและทะเบียนเท่านั้น ตนจึงได้อนุโลมให้ เพราะเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ และคิดว่าผู้ใหญ่น่าจะกลั่นกรองมาแล้ว จึงเอาเข้าเป็นสมาชิกในตอนนั้น

หลังจากผู้ใหญ่บ้านนำใบมรณบัตรมาแจ้งขอเบิกเงินฌาปนกิจเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2562 ระบุนายสมเกียรติ เสียชีวิตแล้ว ตนก็ดำเนินการตามระเบียบ โดยออกใบสั่งให้ไปเก็บเงินจากสมาชิกครอบครัวละ 50 บาท ที่มีกว่า 1,470 คน เป็นเงินประมาณ 73,000 บาทในตอนนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 พ่อของผู้ใหญ่บ้านซึ่งมีหน้าที่เก็บเงินฌาปนกิจได้ตระเวนเก็บตามหน้าที่ เพียงไม่กี่วัน ได้มีญาติของนายสมเกียรติมาคัดค้านการจ่ายเงิน โดยอ้างว่านายสมเกียรติยังมีชีวิตอยู่ ทำให้ตนสั่งยุติการเก็บเงิน พร้อมเอาเงินที่เก็บได้ฝากให้ผู้ใหญ่บ้านไปคืนชาวบ้าน พร้อมกับระงับการจ่ายเงินค่าปลงศพจำนวนเงิน 73,000 เพราะนายสมเกียรติยังไม่เสียชีวิต

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ญาตินายสมเกียรติ ที่บุรีรัมย์ ยังติดต่อนายสมเกียรติ ไม่ได้ โดยล่าสุดจากการค้นทะเบียนราษฎร ยังพบว่ายังมีชีวิตอยู่แต่ยังไม่ทราบว่าทำงานอยู่ที่ไหน