น้ำมันยังผันผวน ขึ้นราคาทุกชนิด6พ.ค.นี้ ด้านสนพ.ชี้แอลเอ็นจีปรับตัวลดลง

น้ำมันยังผันผวน ขึ้นราคาทุกชนิด6พ.ค.นี้ ด้านสนพ.ชี้แอลเอ็นจีปรับตัวลดลง

รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) ได้รายงานบทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม พบว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสจะเคลื่อนไหวกรอบ 16-21 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 23-28 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันยังถูกกดดันจากการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยตลาดกังวลว่าปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ จะเต็มความจุในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ ตลาดคาดการณ์ว่าข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนพฤษภาคมนี้ของกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรจะยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบของอุปสงค์น้ำมันที่ลดลงอย่างหนัก อย่างไรก็ตามผลจากการที่รัฐบาลหลายประเทศเริ่มเตรียมการผ่อนปรนมาตรการปิดเมือง อาทิ สหรัฐฯ และสเปน อาจจะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นบ้าง

รายงานข่าวระบุว่า อย่างไรก็ตามผลจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้บริษัท บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) แจ้งปรับขึ้นขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอลล์ทุกชนิดเพิ่มขึ้น 0.30 บาทต่อลิตร เว้นอี85 เพิ่มขึ้น 0.15 บาทต่อลิตร และกลุ่มดีเซลทุกชนิดปรับเพิ่มขึ้น 0.50 บาทต่อลิตรมีผลวันที่ 6 พฤษภาคมนี้

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า สนพ.ได้ติดตามสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติ พบว่า ราคาก๊าซธรรมชาติเหลวตลาดจร(แอลเอ็นจี สอปต) สัปดาห์นี้ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน 0.297 เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู มาอยู่ที่ระดับ 2.016 เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู จากความต้องการใช้ก๊าซฯ ในภูมิภาคเอเชียที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ว่าประเทศจีนจะเริ่มเปิดประเทศและเริ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ความต้องการใช้ก๊าซฯ ในภาคอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกันประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการใช้ก๊าซฯ จำกัด รวมทั้วผู้ซื้อพยายามรับเที่ยวเรือจากสัญญาระยะยาวตามเงื่อนไขสัญญา ส่งผลให้มีความต้องการซื้อสอปตน้อยลง

นายวัฒนพงษ์ กล่าวว่า สำหรับราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี) สถานีภายในรัศมี 50 กม.จากสถานีแม่ ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2563 รถยนต์ส่วนบุคคล ราคา 15.31 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) รถโดยสารสาธารณะ ราคา 10.62 บาทต่อกก. สำหรับสถานีลูกที่อยู่ไกลจากสถานีแม่ราคา 19.31 บาทต่อกก. ไม่รวมภาษี อบจ. โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 ปริมาณการจำหน่ายก๊าซเอ็นจีวี อยู่ที่ 4,390 ตันต่อวัน หรือประมาณ 180.00 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และมีสถานีบริการเอ็นจีวี สะสมจำนวน 511 สถานี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บอร์ดการท่าเรือฯ เคาะงดเก็บค่าเช่า 3 เดือน ช่วยประชาชนย่านคลองเตย
บทความถัดไปราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศนายทะเบียนพรรคฯ ยุบ”อนาคตใหม่”