กทม.ตรวจเข้มสถานประกอบการหลังมาตรการผ่อนปรน พบฝ่าฝืนหลายแห่ง

กทม.ตรวจเข้มสถานประกอบการหลังมาตรการผ่อนปรน พบฝ่าฝืนหลายแห่ง

เข้มสถานประกอบการ – เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการ กทม.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะผู้บริหาร กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานการตรวจติดตามการปฏิบัติของสถานประกอบการภายหลังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค.มีข้อกำหนดมาตรการผ่อนปรนให้สถานประกอบการ 6 ประเภท สามารถกลับมาเปิดกิจการได้โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคบางประการ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ประกอบด้วย 1.ตลาด 2.ร้านจำหน่ายอาคาร 3.กิจการค้าปลีก-ค้าส่ง 4.กีฬาสันทนาการ 5.ร้านตัดผม เสริมสวย 6.อื่นๆ เช่น ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับฝากเลี้ยงสัตว์

ทั้งนี้ สำนักงานเขตได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการต่างๆ ในพื้นที่ 50 เขต เพื่อให้สถานประกอบการที่ได้รับการผ่อนปรน ปฏิบัติตามข้อกำหนด และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ พบว่า มีสถานประกอบการบางแห่งฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามที่มาตรการกำหนด เจ้าหน้าที่จึงได้ตักเตือน พร้อมทั้งได้แนะนำให้ดำเนินการแก้ไข หรือปฏิบัติตามที่มาตรการกำหนดไว้ อาทิ

การตรวจคัดกรองผู้ใช้บริการ หรือตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพนักงานทุกคนก่อนเข้าทำงาน และตรวจวัดอุณหภูมิผู้ที่มาใช้บริการทุกคนทุกครั้ง จัดให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และสามารถให้บริการอุปกรณ์ล้างมือได้อย่างเพียงพอทุกวัน จัดให้มีการระบายอากาศที่เพียงพอสำหรับสถานบริการที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ หรืออาจเปิดให้มีช่องทางระบายอากาศ หรือใช้พัดลมระบายอากาศ เพื่อการหมุนเวียนอากาศภายในสถานบริการได้อย่างเพียงพอ เว้นแต่สถานบริการดังกล่าวงดการใช้เครื่องปรับอากาศ และเปิดให้อากาศสามารถถ่ายเทได้โดยสะดวก จัดพื้นที่รอคิวแยกจากส่วนรับบริการ และมีระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร เป็นต้น

รวมถึง ขอให้ผู้ประกอบการ และผู้มาใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกคน กรณีตรวจพบการกระทำฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าวซ้ำ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เจนรบ’ ลุยขายทุเรียนช่วงไร้ฟุตบอลลงเตะ เผยมีบริการรับเคลมถ้าเจอทุเรียนอ่อน
บทความถัดไปเซเว่นฯ มอบอุปกรณ์การแพทย์สู้ภัยโควิด 19 โรงพยาบาลทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี