โควิด ทำให้เติบโตขึ้น ‘พะเพื่อน-ชุติมณฑน์ สกุลไทย’

พะเพื่อน-ชุติมณฑน์ สกุลไทย

โควิด ทำให้เติบโตขึ้น ‘พะเพื่อน-ชุติมณฑน์ สกุลไทย’

เอ่ยถึงสาว พะเพื่อน-ชุติมณฑน์ สกุลไทย หลายคนคงคิดถึงภาพของ สาวแฟชั่นนิสต้า ลูกสาวสุดที่รักของ คุณแม่อุ๊-มณฑ์ลัชชา สกุลไทย ที่เคยฝากผลงานในจอแก้วมาแล้วหลายเรื่อง นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์รองเท้าและกางเกงยีนส์ของตัวเอง ก่อนจะบินลัดฟ้าไปเรียนต่อปริญญาโทด้านโทรทัศน์ ที่ University of Arts London (UAL)

หลังจากเรียนจบ ด้วยความที่เป็นนักเดินทาง พะเพื่อนยังได้เริ่มบทใหม่ของชีวิตด้วยการเป็นยูทูบเบอร์ เล่าเรื่องชีวิตผ่านยูทูบ ในไลฟ์สไตล์มันๆ ก่อนจะเริ่มโปรเจ็กต์ใหม่อย่างการเปิดร้านไอศกรีมแนวใหม่ A Scoop to Move ที่ซอยสุขุมวิท 26 และโฮสเทล Anite2bites

ซึ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ก็ต้องเจอกับพิษโควิด-19 เป็นบททดสอบใหญ่ในชีวิตของเธอครั้งหนึ่ง

พะเพื่อนเล่าว่า ด้วยความที่เป็นคนชอบกินไอศกรีมอยู่แล้ว ได้เดินทางไปอเมริกา ก็เห็นว่าเขามีไอศกรีม แอนด์ ซีเรียลบาร์ คือ นำไอติมไปปั่นกับซีเรียล คล้ายๆ กับไอติมซอฟต์เสิร์ฟ เราก็มองว่าน่าสนใจและในประเทศไทยยังไม่มีขาย คิดว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับคนไทย ก็ปรับสูตรกัน ทำร้านอยู่เป็นปี จนมาเปิดช่วงกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเรามองว่า ทำเลของเราอยู่ติดกับร้านก๋วยเตี๋ยวที่ได้มิชลินไกด์ นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาต่อแถวกินกันเยอะ แถวนั้นยังไม่มีร้านไอศกรีมซึ่งทานคาวแล้วก็ทานอะไรเย็นๆ ก็คิดว่าน่าจะไปได้ดี

“ตอนที่เราทำร้าน ก็เห็นคนเข้ามาต่อคิวก๋วยเตี๋ยว หรือพนักงานออฟฟิศแถวนั้นที่เขามาสอบถาม เขาก็ตื่นเต้นกันว่าจะมีร้านไอศกรีมมาเปิด ซึ่งตอนที่เรากำลังจะเปิด โควิดก็เริ่มจะระบาด เราเปิดร้านประมาณ ต้นๆ กุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวจีนก็เริ่มน้อยลงบ้าง แต่เราก็ยังขายได้ดี มีบล็อกเกอร์มาถ่ายร้านต่างๆ จนกระทั่งเปิดได้ 2 เดือน ก็มีประกาศจากภาครัฐ ห้ามให้คนนั่ง ซึ่งก็กระทบเรามาก บล็อกเกอร์ก็เริ่มแคนเซิลไป พนักงานออฟฟิศเขาก็ไม่ออกจากร้าน”

นั่นเพราะ ไอศกรีมของที่ร้าน เป็นเมนูที่ทำแล้ว ต้องทานทันที

พะเพื่อน-ชุติมณฑน์ สกุลไทย
พะเพื่อน-ชุติมณฑน์ สกุลไทย

พะเพื่อนเผยต่อว่า ความที่สูตรไอศกรีมของเรา มันเป็นปั่นกับซีเรียล ซึ่งจะมีความกรอบ ทำเสร็จแล้วก็ต้องทานเลย เพราะทิ้งไว้จะไม่กรอบ บวกกับตอนแรกที่ขายได้ดี เราก็เตรียมสต๊อกของไว้จำนวนหนึ่ง พอคนไม่สามารถมานั่งทานที่ร้านได้ มันก็เกิดปัญหากับเรามาก เพราะต้องทำทุกอย่างให้เป็นดิลิเวอรีในเวลาแค่อาทิตย์เดียว ไม่ทันได้ตั้งตัว

“พะเพื่อนไม่ได้คิดจะมีแผนดิลิเวอรีในเร็วๆ นี้ ซึ่งการที่ต้องเปลี่ยนไปดิลิเวอรี ก็ทำให้เราต้องคิดสูตรใหม่ออกมา ลูกค้าที่มาซื้อที่ร้าน ก็ปรับว่าให้สั่งล่วงหน้าเข้ามาก่อน เมื่อมาถึงจะได้รับอาหารได้เลย วัตถุดิบบางอย่างต้องนำเข้าก็นำเข้ามาไม่ได้ ก็ต้องคิดใหม่ทั้งหมด ซึ่งตอนนั้นเราเองมีพนักงาน 4-5 คน ก็คิดเยอะมากว่าจะทำอย่างไรให้ไปได้ ก็ต้องดูแลเขาด้วย ช่วงนั้นยอมรับว่าเครียดมาก คิดอยู่ตลอดว่าต้องปรับอย่างไรจึงจะรอด เพราะเราก็ลงทุนไปเยอะ และมันเป็นธุรกิจอาหารแรกของเรา ทำให้เราต้องมองไกลขึ้น วางแผนไว้รองรับทุกอย่างว่าหากเกิดวิกฤตแบบนี้อีก จะทำอย่างไร”

ไม่เพียงแต่ร้านไอศกรีม แต่โฮสเทลที่เตรียมจะเปิดตัวช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ชุติมณฑน์บอกว่า ก่อนหน้านี้ก็วางแผนไว้ว่า เมื่อร้านไอศกรีมเข้าที่ ก็จะเริ่มรันโฮสเทล ซึ่งมีคอนเซ็ปต์เพื่อคนเมือง ติดรถไฟฟ้า เดอร์ตี้นิดๆ ให้ออกไปเที่ยวแล้วก็กลับมาพักได้ โดยเราก็เปิดระบบไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่คนจะจองเข้ามาก่อนล่วงหน้า 40 วัน แต่ตอนที่เปิดมาเป็นช่วงที่มีโรคระบาดพอดี เราก็เลยคุยกับที่บ้านว่าปิดไปเลยดีกว่าไหม และคงจะต้องปิดยาวไปจนสิ้นปี

นอกจากนี้ ร้านรองเท้า femmestudio_ และกางเกงยีนส์ fad.foralldenim ที่เธอเปิดขายในออนไลน์มาหลายปี ก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ซึ่งเธอมองว่า ช่วงแรกคนตกใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทำให้ไม่กล้าใช้เงิน ทำให้ยอดขายหายไปช่วงหนึ่งจนต้องออกโปรโมชั่นเอาใจคนกันรัวๆ แต่เมื่อผ่านไปได้ระยะหนึ่ง คนก็เริ่มปรับตัวได้ ทำให้ยอดขายค่อยๆ กลับมาเหมือนช่วงปกติ

ทุกวันนี้ หากไม่มีความจำเป็นต้องเข้าร้าน พะเพื่อนก็ยึดสโลแกน อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ พร้อมๆ กับการดูแลสุขภาพ ซึ่งเธอเองบอกว่า ด้วยความเป็นคนชอบอยู่บ้านอยู่แล้ว เลยไม่รู้สึกเบื่อหรืออย่างไร เพียงแต่ตอนนี้ที่บ้านกำลังซ่อม ต้องย้ายไปอยู่คอนโดฯ ทำให้พื้นที่น้อยลง และไม่ได้ไปออกกำลังกายข้างนอกเหมือนเดิม แต่ก็ใช้เวลาทำอาหาร ดูซีรีส์นับสิบเรื่อง และทำรายการยูทูบของเธอแก้เครียดไป

“พะเพื่อนชอบอยู่บ้านอยู่แล้ว จึงไม่ได้รู้สึกอะไรมาก มีอึดอัดเล็กน้อยที่แบบเหมือนมีสถานการณ์บังคับให้ต้องอยู่ วันไหนไม่เข้าร้านก็จะไม่ไปไหน คุณแม่เอง พะเพื่อนก็ไม่ค่อยให้ออก หากจะซื้อของเราก็จะไปแทน รีบซื้อแล้วรีบกลับ ไปไหนก็ใส่แมสก์ ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ตลอด คุณแม่เป็นที่ปรึกษาที่ดี อย่างช่วงที่ผ่านมาก็มีให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ แต่ก็ให้เราได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง”

ซึ่งเซเลบสาววัย 26 ก็มองว่า โควิด-19 ทำให้เธอเติบโตขึ้น

“โควิดทำให้ตัวเราสตรองขึ้นเยอะ สภาพจิตใจเราเข้มแข็งขึ้น เพราะนี่คือสิ่งที่เราเพิ่งทำ จากไม่เคยนอนไม่หลับ ก็นอนไม่หลับเป็นอาทิตย์ เรียกว่าโควิดทำพิษจริงๆ เรามีพนักงาน มีไอศกรีมที่ต้องรับผิดชอบ เราก็คิดหลายอย่าง ว่าคนจะสั่งของเราไหม แต่พอได้ลองแล้วมันผ่านจุดนั้นมาได้ มันก็จบแล้ว เราโอเค ถือว่าผ่านบททดสอบหนึ่งมา การต้องแก้ไขสถานการณ์ในไม่กี่วัน มันหนักกับเรามาก แต่เราก็รู้สึกว่าเราโตขึ้น ทุกคนในครอบครัวก็เจอกับปัญหาในธุรกิจทั้งหมด ก็มานั่งคุยกัน และก็คิดว่านี่เป็นเกราะให้เราในอนาคต”

“สิ่งสำคัญที่ทำให้เราผ่านมาได้ก็คือครอบครัว และการมองโลกในแง่ดี เรามองว่ามันไม่ใช่แค่เรา แต่คนทั่วโลกก็ด้วย คนที่ธุรกิจเป็นหมื่นล้านก็กระทบ แต่เราก็จะต้องผ่านมันไปให้ได้”

ร้านไอศกรีม A Scoop to Move
ร้านไอศกรีมA Scoop to Move

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เทพไท’ ปฏิเสธร่วมลงชื่อหนุนญัตติเปิดประชุมวิสามัญ หลังฝ่ายค้านติดต่อมาด้วยเหตุผล 3 ข้อ
บทความถัดไป‘เศรษฐพงค์’ชู เทคโนโลยี ‘Blockchain’ผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม สร้างชุมชนแบ่งปันพลังงาน