ผู้ว่าฯนราธิวาส สั่งปลดล็อก แต่ร้านค้ายังเงียบ คาด ปชช.ยังผวาโควิด-ปรับตัวสู่นิวนอร์มอล

วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังจากที่ จ.นราธิวาส โดยนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนราธิวาส/ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดนราธิวาส ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ที่ นธ.0018.1/ว 2390 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2563 แจ้งแนวทางปฏิบัติและมาตรการผ่อนปรนกิจการตามข้อกำหนดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 ทั้งนี้ตามที่ จ.นราธิวาสมีคำสั่งปิดสถานที่ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นเวลาร่วม 2 เดือน เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 มีมติเห็นชอบให้ที่ทำการปกครองจังหวัดนราธิวาสแจ้งไปยังหัวหน้าส่วนทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนทำการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและตรงกันของทุกภาคส่วน ในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ประชาชน ร้านค้า ผู้ประกอบการและส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรม เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 และมีผลบังคับใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันหลังประกาศฉบับดังกล่าว ซึ่งกิจการที่ได้รับการปลดล็อค ประกอบด้วย 1.ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม 2.สวนสาธารณะ/ลานกีฬา 3.ร้านค้า รถเข็น แผงลอย 4.ร้านเสริมสวย/ร้านตัดผม 5.ห้างสรรพสินค้า 6.ตลาด ตลาดน้ำ ตลาดนัด

ทั้งนี้ จากการตระเวนสำรวจบรรยากาศหลังการผ่อนปรนกิจการหรือปลดล็อคจำนวน 6 ประเภท พบว่า ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนราธิวาสที่ปรกติก่อนหน้าจะเกิดโรคระบาดโควิด-19 ในช่วงวันหยุด บรรยากาศตามร้านค้าผู้ประกอบการทุกประเภทจะมีผู้ไปใช้บริการอย่างคับคั่ง แต่หลังเกิดโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมเป็นเวลาร่วม 2 เดือน และถึงแม้จะมีการปลดล็อคแล้วก็ตาม บรรยากาศแทบจะทุกกิจการผู้คนยังบางตา บางร้านเงียบเหงา เช่น ร้านจำหน่ายอาหาร ผู้คนยังคงเคยชินกับการซื้อกลับไปทานที่บ้านมากกว่าที่จะนั่งโต๊ะ และจากการสอบถามผู้ไปใช้บริการรวมทั้งเจ้าของร้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังหวาดกลัวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ เพราะมันยังไม่จบสิ้น ต้องระวังไว้ก่อน และเมื่อต้องซื้อกลับไปบ้าน จะเกิดความมั่นใจกว่าว่าจะปลอดภัย ทำให้ตอนนี้รู้สึกว่า ประชาชนส่วนใหญ่จะปรับตัวมากขึ้นกับชีวิตวิถีใหม่ (นิวนอร์มอล)

แต่อย่างไรก็ตามสถานที่ที่มีผู้ไปใช้บริการคับคั่งเป็นประจำทุกๆวันหลังเริ่มปลดล็อคตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.63 ที่ผ่านมาคือ ธนาคารทุกธนาคาร ซึ่งวันนี้ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนภูผาภักดี เขตเทศบาลเมืองนราธิวาสเปิดให้บริการครึ่งวัน ทำให้ประชาชนไปรอเข้าคิวอย่างเนืองแน่นเพื่อที่จะเปิดบัญชีใหม่ในการรับเงินเยียวยา 5,000 บาทรวมทั้งผูกบัญชีพร้อมเพย์ด้วย และจากการสังเกตการณ์พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการในการรักษาระยะห่าง (โซเชียล ดิสแทนซิ่ง) มีเพียงการสวมหน้ากากอนามัยเท่านั้น ทำให้หลายฝ่ายหวั่นใจว่าจะนำไปสู่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ลำพูนไม่ทิ้งกัน ระดมทุนกันในหมู่บ้าน แจกถุงยังชีพ ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
บทความถัดไป“หมอทวีศิลป์” ชี้ คนไทยในต่างแดนถ้าไม่จำเป็น ก็ยังไม่ต้องกลับมา อยู่ในประเทศนั้นต่อไปได้