กรมศุลโชว์จับกุมของหนีภาษีกว่า 1.6 พันคดี ทั้งยาเสพติด บุหรี่ปลอม น้ำมันเถื่อน

นายชัยยุทธ คำคุณ

กรมศุลโชว์จับกุมของหนีภาษีกว่า 1.6 พันคดี ทั้งยาเสพติด บุหรี่ปลอม น้ำมันเถื่อน

นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร กล่าวว่า ตามที่ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร มีนโยบายสำคัญในการเร่งรัดปราบปรามการลักลอบและหลีกเลี่ยงนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง พบว่าในเดือนเมษายน 2563 กรมศุลกากรตรวจพบการกระทำผิดตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับศุลกากร 1,607 คดี คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 917 ล้านบาท โดยเป็นคดีลักลอบ คิดเป็น 85.4% ของมูลค่าทั้งหมด โดยสินค้าที่ตรวจพบการกระทำความผิดที่สำคัญ ได้แก่ ยาเสพติดให้โทษประเภทเอ็กซ์ตาซี่ บุหรี่ น้ำมันดีเซล หอมหัวใหญ่

ทั้งนี้มีคดีน่าสนใจคือ การจับกุมยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์ตาซี่) ส่งมาจากทางไปรษณีย์ จำนวนรวม 21,060 เม็ด น้ำหนักประมาณ 8.14 กก. ซุกซ่อนอยู่ในถุงเมล็ดกาแฟปะปนกับถุงขนมต่าง ๆ มูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 16.8 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังจับกุมบุหรี่ปลอม 20 ล้านมวน เป็นสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า (บุหรี่ปลอม)  มูลค่า 50 ล้านบาท และน้ำมันดีเซล จำนวน 1 คัน มีเมืองกำเนิดต่างประเทศที่ไม่มีหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรมาแสดงขณะตรวจค้น ปริมาณ 15,000 ลิตร มูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 3.3 แสนบาท  รวมถึงหอมหัวใหญ่จำนวน 2 คัน ลักลอบหนีศุลกากร จำนวน 2,600 กระสอบ ๆ ละประมาณ 10 กก. มูลค่า 6 แสนบาท

นอกจากนี้กรมศุลกากรส่งมอบรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมให้กับสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยหลังจากตรวจพบว่ารถยนต์ยี่ห้อ MCLAREN และรถยนต์ยี่ห้อ RANGE ROVER ซึ่งนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา เป็นรถที่ถูกโจรกรรมจากสหราชอาณาจักร

นายชัยยุทธ กล่าวว่า กรมศุลกากรขยายโครงการให้บริการรับชำระภาษีอากรแก่ผู้ประกอบการที่สุจริตที่ตรวจพบอากรขาดด้วยตนเอง โครงการรับชำระค่าภาษีอากรเพิ่ม ณ จุดเดียว เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์และช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการที่สุจริตแต่ภายหลังตนเองพบว่าอากรและภาษีอื่น ๆ ที่เสียไว้นั้นไม่ครบถ้วน จึงประสงค์จะชำระค่าอากรและค่าภาษีอื่น ๆ ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย ดังนั้นกรมศุลกากรจึงขยายระยะเวลาดำเนินโครงการฯ ต่อไปเป็นปีที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 โดยปีที่ผ่านมา (ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563) มีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 71 ราย ยอดจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ ทั้งสิ้น 152 ล้านบนทบาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สยามพิวรรธน์’ รับวิกฤตโควิด-19 หนักสุดนับแต่ทำธุรกิจมา เตรียมอัดมาตรการคุมไวรัสเข้มข้นพร้อมเปิดบริการอีกครั้ง
บทความถัดไปอัยการยื่นฟ้องหนุ่มหึงโหด ยิงอดีตเมียดับคาคลินิกห้างดังกลางกรุง 7 ข้อหา นัดสอบปากคำพรุ่งนี้