โบรกประเมินปล่อย ‘การบินไทย’ เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย ถือเป็นทางออกดีที่สุด

โบรกประเมินปล่อย ‘การบินไทย’ เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย ถือเป็นทางออกดีที่สุด

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กรีณีคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยให้เข้าสู่กระบวนฟื้นฟูกิจการตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย และให้กระทรวงการคลังลดการถือหุ้นในบริษัทการบินไทย จาก 51% เหลือ 48% โดยให้กองทุนวายุภักษ์เข้าซื้อหุ้น 3% จากคลัง เพื่อให้พ้นสถานภาพจากการเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจ เบื้องต้นประเมินว่าเป็นแนวทางที่น่าจะคิดมารอบคอบแล้ว และเป็นแนวทางที่อยู่กึ่งกลาง เนื่องจากที่ผ่านมามี 2 แนวทางในการพยุงการบินไทยคือ รัฐบาลอุ้มต่อไป หรือปล่อยให้ล้มลายไปเลย แต่ทางออกนี้เป็นลักษณะของการจัดทำแผนฟื้นฟู โดยให้ศาลเป็นผู้ดูแล ซึ่งจะสามารถหลีกการแทรกแซงจากการเมือง และสหภาพแรงงาน รัฐวิสาหกิจ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้บางส่วน เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านี้ เมื่อมีประเด็นเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูการบินไทยออกมา และมีส่วนที่เกี่ยวข้องหรือกระทบกับกับสหภาพ ก็จะออกมาแสดงจุดยืนซึ่งมีพลังมากพอสมควร ทำให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยแนวทางดังกล่าวในภาพรวม ข้อดีคือ คงไม่เกิดการความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้คืน เพราะกระทรวงการคลังยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ และในกระบวนการถัดไปจะมีการจัดทำแผนฟื้นฟูออกมา ซึ่งรายละเอียดของแผนการชำระเงิน และจัดหาแหล่งเงินทุนน่าจะมีอยู่ และเพียงพอในการรองรับความเสี่ยงเหล่านี้ได้

“หลังจากมีมติออกมา หุ้นการบินไทยมีการปรับราคาขึ้นได้อย่างร้อนแรงมาก ซึ่งต้องพิจารณาต่อว่า เรื่องของเหตุในการถูกเพิกถอนยังมีอยู่ เนื่องจากการบินไทยยังไม่ส่งงบการเงิน ซึ่งกำหนดต้องส่งภายในวันที่ 14 สิงหาคม โดยไม่รู้ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะตีความหุ้นการบินไทยออกมาในลักษณะใด เนื่องจากยังไม่เห็นผลประกอบการ ซึ่งความจริงจะต้องนำออกมา เพื่อจัดทำแผนฟื้นฟู และยื่นให้ศาลคุ้มครองต่อไป โดยหากงบติดลบ ตลท.จะขึ้นเครื่องหมายห้ามการซื้อขายหุ้นจดทะเบียนชั่วคราว (เอสพี) และขึ้นเครื่องหมายที่แสดงให้ผู้ลงทุนทราบว่าบริษัทจดทะเบียนมีข่าวสาร หรือสารสนเทศต้องชี้แจงหรือรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ (เอ็นพี) โดยจะเปิดให้ซื้อขายได้ประมาณ 1 เดือน ก่อนจะขึ้นเครื่องหมายเอสพีอีกครั้ง” นายณัฐพลกล่าว

นายณัฐพลกล่าวว่า หากพิจารณาจากรายชื่อของผู้บริหารใหม่ที่จะเข้าไปบริหารองค์กรในระยะถัดไป มองว่าน่าจะช่วยฟื้นฟูการบินไทยกลับมาได้ แต่จะดีขึ้นในระดับใดยังตอบยาก เพราะขึ้นอยู่กับแผนฟื้นฟูอย่างเดียว แต่โดยธรรมชาติแล้วหากมีการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นแล้ว ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น แต่ไม่รู้ว่าจะใช้เวลามากหรือน้อยเท่าใด โดยหากอ้างอิงจากทีพีไอโพลีน ที่ยื่นล้มละลายด้วยหนี้สินขนาดใหญ่ไม่แตกต่างจากการบินไทย และรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนก่อนจะเปลี่ยนเป็นบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ปีก่อนจะกลับมาซื้อขายได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต่อให้การบินไทยไม่ยื่นล้มละลายแต่ก็เหมือนล้มละลาย เพราะบริษัทเป็นของรัฐบาลอยู่แล้ว โดยธรรมชาติหากบริษัทยื่นล้มละลาย เจ้าของจะต้องเปลี่ยนหน้าไป เพื่อให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุน แต่การบินไทยเป็นของรัฐบาลอยู่แล้ว ทำให้แม้จะล้มละลายไป ผู้สนับสนุนก็เป็นรัฐบาลเช่นกัน โดยประเมินว่าการบินไทยน่าจะใช้เวลาไม่นานในการฟื้นกลับมาได้ โดยหากการบินไทยพ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว จะมีผลต่อการกู้เงินและออกหุ้นกู้อย่างแน่นอน เพราะเมื่อการบินไทยเข้าสู่กระบวนการล้มละลายแล้ว ก็เท่ากับต้องเกิดการหยุดชำระหนี้ชั่วคราว ซึ่งจะทำวห้สถาบันจัดอันดับเครดิตปรับลดอันดับลงมา ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องปกติ และมีการลดต้นทุนด้านอื่นๆ เข้ามาชดเชยเพิ่มเติม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ธีราทร เปิดใจผ่านฟีฟ่าถึงชีวิตค้าแข้งที่ญี่ปุ่น เผยโอกาสสุดท้ายคัดเวิลด์คัพ 2022
บทความถัดไปนิว นอร์มอล ทำคนหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น