‘เอไอเอส’ ยืนยันพร้อมดูแลลูกค้า รับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคนิวนอร์มอล หลังพ้นโควิด-19

เอไอเอส’ ยืนยันพร้อมดูแลลูกค้า รับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคนิวนอร์มอล หลังพ้นโควิด-19

นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงาน บริหารลูกค้าและการบริการ เอไอเอส เปิกเผยว่า ตั้งแต่มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา เอไอเอส มีการเตรียมความพร้อมงานบริการลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้าสู่ประเทศไทย ด้วยศักยภาพและความมืออาชีพของบุคลากร จึงทำให้การจัดทัพการดูแลลูกค้าสามารถเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ ครบทุกกระบวนการในเวลาอันรวดเร็วผสานเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่พัฒนามาก่อนหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าใช้บริการได้แบบไร้รอยต่อ ไม่มีสะดุด ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านดิจิตอลแพลตฟอร์มที่ได้ทุ่มสรรพกำลัง เตรียมระบบให้มีความพร้อมรองรับมากกว่าเดิม ตั้งแต่ช่วงที่สถานการณ์เริ่มส่งสัญญาณรุนแรงยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาที่ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการได้ในทันที ด้วยขีดความสามารถในการรองรับทั้งด้านเทคนิคของระบบหลังบ้าน และทีมงานที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยคำนึงถึงการใช้งานที่ง่าย สะดวก และทำทุกอย่างได้ครบเสมือนมีเอไอเอช็อปและเอไอเอสคอลเซ็นเตอร์มารวมไว้ในมือ ที่ง่าย ครบจบในที่เดียว

นางบุษยากล่าวว่า ตัวเลขการใช้บริการช่องทางบนดิจิตอลแพลตฟอร์ม มีจำนวนผู้ใช้งานสูงขึ้นอย่างมาก นับจากวันที่ภาครัฐประกาศล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 ประกอบด้วย การจ่ายบิลค่าบริการ และการเติมเงิน มีการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นกว่า 200% ส่วนวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา เป็นวันแรกของการลงทะเบียนรับสิทธิ์การใช้งานฟรีที่เอไอเอส ร่วมกับ ภาครัฐ โดยได้มอบอินเตอร์เน็ตให้ 10 GB มียอดเข้าใช้งานแอพพลิเคชั่นมายเอไอเอส สูงสุดในประวัติศาสตร์ถึง 1 ล้านรายต่อวัน จำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการผ่านแอพเพิ่มขึ้นถึง 28.5% เมื่อเทียบกับปี 2562 และมีจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นสูงถึง 72.4% โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ยอดการใช้งานบนแอพเติบโต มาจากความสามารถในการอำนวยความสะดวกลูกค้าได้อย่างไม่แตกต่างจากการใช้บริการผ่านช็อปหรือคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงพบว่าลูกค้านิยมใช้ช่องทางนี้ ในการช่วยทำธุรกรรมให้กับหมายเลขโทรศัพท์ของคนในครอบครัวเพิ่มเติมขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วกด้วย

นางบุษยากล่าวว่า เป้าหมายที่มุ่งหวังให้แอพมายเอไอเอสก้าวสู่การเป็นแอพอันดับหนึ่งในทุกวัน เป็นที่ 1 ในใจลูกค้าจึงเดินหน้าไปอีกขั้น ด้วยการสร้างความพิเศษเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เอไอเอส ได้มองเห็นถึงศักยภาพของพนักงานในการเพิ่มความสามารถ และพลิกโฉมการทำงานรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นสามารถทำงานบนหน้าจอได้จากที่บ้าน โดยสามารถให้บริการแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้ไม่ต่างจากช่วงเวลาปกติ และยังสามารถจัดสรรพนักงานและเวลาทำงานได้อย่างเหมาะสมและเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงพนักงานเอไอเอสช็อป ที่ผันตัวเองมาส่งมอบบริการออนไลน์ผ่านบริการใหม่อย่างLINE@AISShop สะท้อนให้เห็นถึงวิถีการทำงานยุคนิวนอร์มอล ที่พร้อมให้บริการได้ในทุกสถานการณ์

ปรากฏการณ์โควิด-19 ตอกย้ำให้มั่นใจว่า การพัฒนาช่องทางการให้บริการลูกค้าบนดิจิตอลแพลตฟอร์ม ที่มุ่งมั่นมาตลอด จากวิสัยทัศน์การเป็น Digital Life Service Provider สามารถตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าที่มีการปรับตัว เปิดรับให้ดิจิตอลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของนิวนอร์มอล ในการดำเนินชีวิตได้ในทันทีทันใดอย่างไม่มีสะดุด ทำให้จากวันนี้ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การปิดเมือง หรือ เปิดเมือง ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาด จะไม่มีผลกระทบกับการดูแลลูกค้าเอไอเอสผ่านดิจิตอลแพลตฟอร์ม ที่พร้อมยกระดับสู่Everyday Lifestyle Application ที่จะมีการเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบภายในปลายไตรมาส 2 นี้อย่างแน่นอนนางบุษยากล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ฮู’ ชี้ ‘อเมริกาใต้’ เป็นศูนย์กลางแพร่ระบาดโควิดที่ใหม่
บทความถัดไป‘มทบ.12’ ลงพื้นที่แจกจ่ายถุงยังชีพ ตรวจร่างกายครอบครัวทหารกองประจำการ จ.ปราจีนบุรี