‘แรมโบ้’ โว 6 ปีรัฐบาลบิ๊กตู่ คนไทยมีความสุขกลับคืนมา เย้ย ‘ก้าวไกล’ หยุดป่วนตามล่าหาความจริงไร้สาระ

‘แรมโบ้’ โว 6 ปีรัฐบาลบิ๊กตู่ คนไทยมีความสุขกลับคืนมา เย้ย ‘ก้าวไกล’ หยุดป่วนตามล่าหาความจริงไร้สาระ

วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความในไทม์ไลน์ส่วนตัวเผยความเห็นส่วนตัว โดยระบุว่า จากประสบการณ์การเมืองที่ตนร่วมอยู่ในทุกเหตุการณ์ทางการเมืองสิ่งที่เห็นได้ชัดตลอด 6 ปี ของการเข้ามาบริหารประเทศของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ่งที่ผมได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา พบเห็นดังนี้ครับ

1.ความสุขที่ไม่มีการชุมนุมบนท้องถนนทำให้เกิดภาพพจน์ที่ดี ประเทศไทยไม่เสียหายในสายตาชาวโลก
2.ความขัดแย้งที่รุนแรง ที่คนไทยแบ่งสีเสื้อแทบไม่เหลือ ความสามัคคีปรองดองเริ่มมีมากขึ้น
3.ความสุขใจที่คนไทยไม่ทะเลาะเบาะแว้งเข่นฆ่ากันบนท้องถนน ทำให้คนไทยมีความสุขใจมากขึ้น มีวิถีชีวิตปกติสุข ทำมาหากินอย่างปลอดภัยไม่ต้องหวาดระแวง

4.การทุจริตคอร์รัปชั่นการฉ้อราษฎร์บังหลวง การแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองลดไปอย่างมาก เพราะมีผู้นำที่เด็ดขาดในการปราบปรามและป้องการการทุจริต เพราะผู้นำไม่ต้องการอำนาจเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง
5.ตลอดการชุมนุมบนท้องถนนนับ 10 ปี และความขัดแย้งที่รุนแรงทำให้เศรษฐกิจไทยพังพินาศย่อยยับ นักท่องเที่ยวเป็นศูนย์ ทุกประเทศทั่วโลกประกาศห้ามเดินทางเข้าไทย พอรัฐบาล คสช. เข้ามายุติการชุมนุมและบริหารประเทศ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศประมาณปีละ 40 ล้านคน ทำให้ประเทศมีรายได้มากขึ้นทันที 6.จัดให้มีการเลือกตามรัฐบาลธรรมนูญปี 60 ทุกพรรคการเมืองร่วมกติกาลงสู่สนามเลือกตั้งปี 62 ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ประชาธิปไตยเริ่มเบ่งบานการเมืองเข้าสู่ระบบรัฐสภา

7.เป็นรัฐบาลที่กล้าดูแลประชาชนช่วยเกษตรกรที่เดือดร้อน เช่น การหาเงินมาใช้หนี้ให้ชาวนาก่อนที่ชาวนาจะผูกคอตายกันทั้งประเทศ จากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ผ่านมา มีนโยบายที่โดนใจประชาชนมากมายมาย เช่น การใหับัตรสวัสดิการแห่งรัฐแก่คนยากจนมีเงินใช้จ่ายในครัวเรือนทุกเดือน การจัดการกับนายทุนนอกระบบ คิดดอกเบี้ยแพง ข่มขู่ยึดทรัพย์สินประชาชน ทำให้ประชาชนได้ทรัพย์สินคืนมาและปลอดภัยในชีวิต กล้าประกาศการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ มีมาตรการจับกุมกับผู้ค้ายาเสพติดขั้นเด็ดขาด เป็นรัฐบาลที่ยึดมั่นทำงานให้ประชาชนทุกนโยบายลงสู่ประชาชนเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” เป็นที่ชื่นชอบมาก ประกันรายได้ให้เกษตรกรรากหญ้า เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุผู้พิการ เพิ่มค่าตอบแทน อสม. และอีกมากมายหลายนโยบาย

8.มุ่งสร้างความสามัคคีปรองดองลดความขัดแย้งทางการเมือง พร้อมร่วมมือและเปิดใจรับฟังจากทุกภาคส่วนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านโดยไม่คิดว่าเป็นศัตรูทางการเมือง
9.ไม่เคยคิดที่จะใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตน เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ หรือใช้อำนาจทางการเมืองเพื่อทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ปล่อยให้เป็นไปตามกติกาของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
10.ในวิกฤตโควิด-19 ของโลก ได้พิสูจน์ให้เห็นภาวะความเป็นผู้นำ จนทำให้ทั่วโลกยอมรับประเทศไทย เป็นผู้นำกล้าคิดกล้าตัดสินใจตัดสินใจพาประเทศสู่ชัยชนะ พร้อมเปิดใจเชิญทุกฝ่ายเข้าร่วมแก้ไขปัญหาประเทศร่วมกัน ไม่เอาการเมืองมาเล่นในยามวิกฤตของประเทศในภาวะประชาชนกำลังอยู่บนความเป็นความตาย

“ที่ผมยกตัวอย่างคร่าวๆ แค่ 10 ข้อนี้จากข้อเท็จจริงที่ผมฟังจากเสียงประชาชน และที่สัมผัสได้เอง ในฐานะที่ผมทำงานตั้งแต่รัฐบาลในอดีตมาถึงปัจจุบัน ผมกล้าเปรียบเทียบและพูดจากความรู้สึกจริงของผม จึงอยากสะท้อนให้น้องๆ คนรุ่นหลังที่กำลังปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้ง ที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงได้ทราบ เพราะกลุ่มพวกพี่ๆ ที่เคยร่วมชุมนุมทางการเมือง แกนนำทุกสีเสื้อได้มีการพูดคุยกันตลอดมาว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องเอาบทเรียนที่ผ่านมาชี้แจงให้น้องๆ รุ่นหลังได้ทราบ เพื่อให้ประเทศชาติบ้านเมืองก้าวผ่านความขัดแย้งไปให้ได้ ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์บทเรียนในอดีตมันย้อนกลับมาอีกครั้ง เพราะความเข้าใจคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง ควรหยุดการรื้อฟื้นอดีต ไม่ควรเอาอดีตมาปลุกระดมมวลชนให้เกิดการชุมนุมอีกต่อไป ควรหันหน้าร่วมมือกันทำให้ประชาชนมีความสุขใจ อย่าทำให้ประชาชนเดือดร้อนทุกข์ใจ อย่าทำให้ประเทศชาติเสียหายย่อยยับพังพินาศเหมือนในอดีตอีกเลย” นายสุภรณ์ระบุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ยันเติมน้ำใต้ดิน ”บางระกำ” แผ่นดินไม่ทรุด
บทความถัดไป‘เศรษฐพงค์’ ฟันธง เทคโนโลยีดิจิทัล ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิดได้เร็ว