‘ทิสโก้เวลธ์’ ชี้เป้า 3 ธุรกิจโตสวนตลาด รับอานิสงส์โควิด-19 ดันเกิด ‘นิวนอร์มอล’

ทิสโก้เวลธ์ชี้เป้า 3 ธุรกิจโตสวนตลาด รับอานิสงส์โควิด-19 ดันเกิดนิวนอร์มอล

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ หัวหน้าที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งงผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย ผลประกอบการของบริษัททั่วโลกจึงได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยผลประกอบการไตรมาส1/2563 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในดัชนี S&P500 (ดัชนีตลาดหุ้นที่ติดตามหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐจำนวน 500 แห่ง) ลดลงถึง 7.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 แต่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจกลับพบว่า ยังมี 3 กลุ่มธุรกิจภายใต้เมกะเทรนด์โลกมีผลการดำเนินงานเติบโตอย่างก้าวกระโดดคือ กลุ่มอีคอมเมิร์ซ ดิจิตอลเฮลธ์แคร์ และการศึกษาออนไลน์ สนับสนุนให้กองทุนรวมอีทีเอฟ หรือกองทุนเปิดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ซื้อขายได้สะดวกเหมือนหุ้น ใช้เงินน้อย ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายต่ำ บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ที่เข้าไปลงทุนในหุ้นของบริษัทเหล่านี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น

นายณัฐกฤติกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจดังกล่าวเติบโตได้ดี แม้จะมีวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคม โดยกลุ่มที่ได้ผลเชิงบวกมากที่สุดคือกลุ่มอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากได้ประโยชน์จากมาตรการล็อกดาวน์ ที่หนุนให้ผู้บริโภคต้องสั่งซื้อสินค้าหรือใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน โดยตัวอย่างของบริษัทที่เติบโตอย่างโดดเด่นคือ บริษัทเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ที่ประกาศผลกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือเติบโตกว่า 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่กลุ่มดิจิตอล เฮลธ์แคร์ ก็ได้รับประโยชน์จากความต้องการนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 แพร่ระบาดอาทิ การพบแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยผู้นำตลาดอย่างบริษัทเทลาดอค (Teladoc Health) ประกาศว่าในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมามีจำนวนผู้เข้าใช้บริการกว่า 2 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 92% จากปีก่อนหน้า รวมถึงกลุ่มการศึกษาออนไลน์ ที่ได้รับผลบวกจากการที่โควิด-19 แพร่ระบาดส่งผลให้มีผู้ใช้บริการมากขึ้น จากเดิมที่ธุรกิจนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตที่สูงอยู่แล้ว

การที่รายได้ และกำไรรวมถึงราคาหุ้นของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ดิจิตอล เฮลธ์แคร์ และการศึกษาออนไลน์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับธุรกิจอื่นๆ ไม่ได้เกินความคาดหมายที่ประเมินไว้ เพราะได้เริ่มนำเสนอมุมมองการลงทุนดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยมองว่าธุรกิจในเมกะเทรนด์ของโลกจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในระยะยาว และผลประกอบการไม่ผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากอัตราการเติบโตของกำไรและรายได้ของธุรกิจเหล่านี้ จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามความต้องการของผู้บริโภค ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีการพูดถึงนิวนอร์มอล หรือความปกติใหม่ แต่ทิสโก้เวลธ์ ก็ยังมองว่า ธุรกิจที่อยู่ในเมกะเทรนด์ของโลกก็ยังได้รับผลประโยชน์จากความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดิมนายณัฐกฤติกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ศบค.” ขอคนไทยจาก “มาเลเซีย” รีบกลับมาก่อนโรงเรียนเปิดใน ก.ค.
บทความถัดไปสนง.การค้าและศก.ไทยส่ง 165 คนไทยในไต้หวันกลับบ้าน เมืองเถาหยวนมอบชุดพีพีอีให้ร.พ.ไทย