คลังปิดทางเจ้าสัวเลี่ยงภาษีที่ดิน กำหนดแนวทางใช้ที่ดินเกษตรปลูกกล้วย 200 ต้น/ไร่ มะนาว 50 ต้น/ไร่เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย 1 ตัวต่อ 5 ไร่ ตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรฯ
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กล่าวต่อว่า ขระนี้กฎหมายลูกจำนวน 18 ฉบับเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประกาศในราชกิจจุเบกษา และมีผลใช้บังคับครบแล้ว โดยเฉพาะประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย และ เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างลักษณะใดเป็นการใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยและลักษณะใดใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม เพื่อให้ อปท. สามารถดำเนินการจัดเก็บภาษีตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ทั้งนี้ ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ 1.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ได้แก่ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของใช้อยู่อาศัยเอง บ้านหลังที่ 2 ให้ญาติพี่น้องอยู่อาศัย ให้เช่าเพื่ออยู่อาศัยแบบรายเดือน (เช่น บ้านเช่า อพาร์ทเม้นท์ หอพัก คอนโด เป็นต้น) และโฮมสเตย์ ให้เสียภาษีในอัตราที่อยู่อาศัย ดังนั้นตัดปัญหาก่อนหน้านี้มีข่าวว่าบ้านหลังที่ 2 ต้องเสียภาษี 3 พันบาทสำหรับมูลค่า 1 ล้านบาท
2.ให้ครอบคลุมถึงช่วงเวลาระหว่างการก่อสร้าง หรือปรับปรุงต่อเติมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัยด้วย เช่น บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรือคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการตกแต่ง เป็นต้น
3.ไม่รวมถึงโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม และที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่าง การพัฒนา หรือสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ขายตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน หรือกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
นายลวรณ กล่าวต่อว่า สำหรับประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม เพื่อป้องกันที่ดินว่างเปล่ามาปลูกพืชหลีกเลี่ยงการจัดเก็บภาษีที่ดิน จึงกำหนดการใช้ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ให้หมายความรวมถึงการปลูกพืช การเลี้ยงปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การทำนาเกลือสมุทร การทำสวนป่า การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริโภค หรือจำหน่าย หรือใช้งานในฟาร์ม และให้รวมถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ต่อเนื่องที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมนั้นด้วย 2.สำหรับระยะเวลาในการประกอบเกษตรกรรมให้รวมถึงช่วงเวลาพักการเกษตร เพื่อฟื้นฟูสภาพที่ดิน หรือการพักที่ดินระหว่างฤดูกาลผลิต หรือการตัดวงจรโรคด้วย
ทั้งนี้ การออกประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย และเรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ทั้ง 2 ฉบับ จึงเป็นการแก้ไขข้อบกพร่องของภาษีบำรุงท้องที่เดิม ลดการใช้ดุลยพินิจ และทำให้การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีความชัดเจน โปร่งใส เป็นมาตรฐาน และสอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของการทำประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยและเกษตรกรรมในปัจจุบัน
นายลวรณ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มีบัญชีแนบท้ายการประกอบการเกษตรที่เป็นการทำไร่ การปลูกผัก การปลูกไม้ผลยืนต้น การปลูกสวนป่า การปลูกป่าเศรษฐกิจแบบสวนเฉพาะ หรือการปลูกไม้ผลหรือไม้ยืนต้นแบบสวนผสมที่มีชนิดพืชดังต่อไปนี้ จะต้องประกอบการเกษตรให้ได้อัตราขั้นต่ำตามที่กำหนดไว้ในตาราง จึงจะถือว่าเป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบการเกษตรกรรม มีกำหนด 51 พืชชนิด เช่น กล้วยต้องปลูก 200 ต้น/ไร่ สตอเบอรี่ 10,000 ต้น/ไร่ ส้ม ละมุด ลางสาด ลองกอง 45 ต้น/ไร่ ลิ้นจี่ ลำไย 20 ต้น/ไร่ มะละกอยกร่อง 100 ต้น/ไร่ มะนาว 50 ต้น/ไร่ เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย 1 ตัวต่อ 5 ไร่ ซึ่งการประกาศดังกล่าวเป็นไปข้อเสนอของกระทรวงเกษตรฯ
“หลังจากนี้ท้องถิ่นต้องไปดูว่าที่ดินระบุว่าแจ้งว่าใช้พื้นที่เป็นการเกษตร เพราะให้มีอัตราภาษีต่ำสุดคือ 0.01%ต่ำกว่าภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่าต้องเสียภาษี 0.3% นั้นมีการปลูกพืชตามข้อกำหนดหรือไม่ เพราะถ้าที่ดินจำนวนไม่กี่ไร่น่าจะทำได้ แต่ถ้าที่ดินจำนวนเป็นพัน เป็นหมื่นไร่ การไปทำการเกษตรต้องมีต้นทุนในการดำเนินการ คิดว่าคงถือครองที่ดินจำนวนมากๆ คงไม่สามารถนำที่ดินไปทำการเกษตรได้ทั้งหมด”นายลวรณกล่าว

