ฟ้าชายชาร์ลส์ ตรัสหลังติดโควิด-19 ยิ่งต้องการทำให้คนทั่วโลกมีชีวิตที่ดีขึ้น

(รอยเตอร์)

เอเอฟพี รายงานว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ประทานสัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์สกาย นิวส์ (Sky News )แพร่ภาพเมื่อวันพฤหัสบดีถึงประสบการณ์ที่เคยป่วย ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าพระองค์โชคดีที่มีอาการเพียงเล็กน้อย และทรงหวังว่าวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะช่วยทำให้ผู้คนหันกลับมาให้ความสนใจกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่ควรได้รับการรักษา ดูแลเหมือนคนไข้ที่ล้มป่วยมานานแล้ว

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระชันษา 71 ปีทรงตรัสตอนหนึ่งในการประทานสัมภาษณ์ว่า “ข้าพเจ้าโชคดีที่ติดเชื้อแล้วมีอาการค่อนข้างเบา ข้าพเจ้าสามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยคนอื่นๆ ต่อสิ่งที่พวกเขาได้เจอ โดยเฉพาะผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก แต่ไม่สามารถจะใช้เวลาอยู่กับพวกเขาในช่วงเวลานั้นได้ นั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับข้าพเจ้า”

(รอยเตอร์)

ทั้งนี้ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระโอรสองค์โตในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษทรงติดเชื้อไวรัสโควิด-29 เมื่อเดือนมีนาคม และทรงแยกกักตัวอยู่ที่พระตำหนักบัลมอรอล ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสกอตแลนด์ ส่วนดัชเชสแห่งคอร์นวอล พระชายา ไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และแยกไป กักตัวเพื่อสังเกตอาการที่พระตำหนักอื่น กระทั่งต่อมาได้กลับมาประทับที่พระตำหนักบัลมอรอลด้วยกัน เมื่อเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ได้รับการรักษา กระทั่งผลตรวจไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดาเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแฮร์รี ทรงเรียกการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตในอังกฤษอย่างเป็นทางการกว่า 40,000 รายว่าเป็น “การทดสอบอันสุดเหลือเชื่อและเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย” ที่ทำให้ผู้คนต้องหันกลับมาทบทวนชีวิตของตัวเองกันใหม่

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมมายาวนาน ตรัสด้วยว่าประสบการณ์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้พระองค์ยิ่งจะมุ่งมั่นรณรงค์แก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก ทั้งตรัสว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องผลักดันให้ “ธรรมชาติเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง” และทรงเตือนว่า การทำลายสิ่งแวดล้อมเท่ากับเพิ่มความเสี่ยงต่างๆ ในชีวิต

“เราควรจะดูแลรักษาโลกใบนี้ราวกับเป็นผู้ป่วยมาตั้งนานแล้ว ไม่มีหมอที่มีความเคารพในตัวเองคนไหนที่จะยอมปล่อยให้สถานการณ์เดินมาถึงจุดนี้ แล้วจึงค่อยยื่นมือมารักษา ดังนั้นสำหรับข้าพเจ้า การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘แคนดี้ รากแก่น’ #ทีมแม่บุ๋ม โพสต์แขวะ ส.ส.คนไหน อย่าบริจาคร่างกาย เดี๋ยว น.ศ.แพทย์ตกใจว่าไม่มีสมอง
บทความถัดไปงานเข้าอีก! ‘ซานโช่’ จ่อโดนเตือน หลังเรียกช่างมาตัดผม โดยไม่ใส่หน้ากากป้องกันโควิด