มาด้วยกันไปด้วยกัน ‘สุวิทย์’ จับเข่า 2 กุมาร ถกอนาคต ภารกิจจบแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่นายกฯ

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์

มาด้วยกันไปด้วยกัน ‘สุวิทย์’ จับเข่า 2 กุมาร ถกอนาคต ภารกิจจบแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่นายกฯ

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน กรณีปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ยิ่งร้อนระอุ หลังกรรมการบริหารพรรค 18 คน จาก 35 คน ลาออกทำให้กรรมการบริหารพรรคสิ้นสภาพ หลายฝ่ายจับตาว่า กลุ่ม 3 กุมาร ประกอบกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง รักษาการหัวหน้าพรรคพปชร. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงงาน รักษาเลขาธิการพรรคพปชร. และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และรักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)จะตัดสินใจอย่างไรต่อ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และรักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำคณะผู้แทนภาคเอกชน เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือประเด็น BCG หรือ Bio – Circular- Green Economy โดยกล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมนัดหารือนายอุตตม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และรักษาการเลขาธิการพปชร. เกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่า วันนี้ตนยังทำงานอยู่ ตอนนี้ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน ต้องช่วยนายกฯนำพาวิสัยทัศน์ของประเทศไปข้างหน้า ในช่วงหลังวิกฤตโควิด-19 ที่หลายคนมองว่าจะเป็นวิกฤติ แต่ตนมองว่าประเทศไทยมีโอกาส เหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เรามีจุดแข็งอยู่เยอะมาก เช่น การบริหารสถานการณ์ ทั้งการแพทย์ และเรื่องการอุปโภค บริโภค

หลังจากนี้ทุกคนมีหน้าที่มองในด้านบวก และประเทศไทยมีศักยภาพในการตอบโจทย์โลกหลังโควิด-19 อย่างไร หน้าที่ของตนในฐานะรัฐมนตรี คือเข้าไปเยียวยาฟื้นฟูทั้งภาคเอกชน และประชาชน โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ส่วนที่ตนโพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องการปล่อยวางนั้น เป็นการเตือนตัวเอง ไม่ได้ปลงกับปัญหา วันนี้นายกฯให้โจทย์มาอีกเยอะ ตอนนี้มีหน้าที่ทำงาน และแม้ตนจะเป็นรองหัวหน้าพปชร.แต่ไม่ค่อยคุ้นชินกับงานการเมือง และเมื่อเป็นรมว.อว. ก็มาช่วยนายกฯ ในการขับเคลื่อนหลายเรื่อง และปกติตนก็โพสต์ข้อความในวันอาทิตย์ที่เป็นเรื่องสบายๆ

เมื่อถามว่า ถือว่าถอดใจหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า เราทำงาน ทำจนวินาทีสุดท้าย ตอนนี้มีแม้มีความคิดหลากหลายก็ต้องมาคุยกันว่า การเมืองหลังโควิด-19 ควรจะเป็นยังไง รูปแบบการเมืองที่ทำกันอยู่แบบเดิมๆตอบโจทย์หรือไม่

 

ลั่นมาด้วยกันไปด้วยกัน

เมื่อถามต่อว่า กรณีที่ระบุว่า 3 กุมารจะนัดคุยนั้น นายสุวิทย์ กล่าวว่า ก็เพราะเราเป็นคู่กรณี ถ้ามีโอกาสก็ต้องคุยกัน ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องสปิริต เรามาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน แต่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน ก่อนหน้านี้พวกตนคือ 4 กุมารลาออกจากรัฐบาลคสช. เพื่อไปตั้งพรรคใหม่ เป็นอารมณ์ของการที่มาด้วยกัน ก็ต้องไปด้วยกัน ก็ต้องคุยกัน ซึ่งการตัดสินใจจะไม่ใช้อารมณ์ และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ แต่เป็นเรื่องภายในพรรค 4 กุมารเป็นกรรมการบริหาร แต่นายสมคิดเป็นอาจารย์ของตน และให้การสนับสนุน 4 กุมารมาตลอด ก็แล้วแต่ท่าน แต่ถ้าแยกให้ออกเรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน ก็ต้องมาคุยกัน ซึ่งจริงเท็จไม่รู้ แต่มีการพูดกันว่าการปรับเปลี่ยนผู้บริหารพรรคเชื่อมโยงกับการปรับเปลี่ยนครม. ซึ่งข้อเท็จจริงการปรับครม.เป็นเรื่องของนายกฯ แล้วไม่ว่าจะคุยกันยังไงก็ตาม ต้องเคารพท่านนายกฯ ตัดสินใจยังไงก็ตาม ต้องหารือนายกฯ ก่อน และการลาออกจากครม.หรือไม่หลังการหารือทั้งสามคน ต้องให้เกียรตินายกฯ เพราะท่านเป็นคนเลือกเรามา

 

ชี้ภารกิจเสร็จแล้ว-อยู่ที่นายกฯ

 “ผมถือว่าภารกิจผมเสร็จสิ้นแล้ว ท่านนายกฯ ไว้วางใจ ให้มาตั้งกระทรวงใหม่ ตั้งไข่มาระดับหนึ่งหากลาออกเลยจะหาว่าทิ้งกระทรวง ตอนนี้เป็นเวลากว่าหนึ่งปี ถือว่าสร้างฐานรากมาพอสมควร ก็เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีใหม่ แต่ส่วนนายกฯจะให้ผม และอีกสองกุมารอยู่ต่อหรือไม่ ก็เป็นดุลยพินิจของท่านนายกฯ และวันนี้นายกฯไม่ได้ส่งสัญญานอะไร ซึ่งท่านมองว่าควรมองประเทศไทยไปข้างหน้า อย่ามัวเสียเวลามองแต่ปัญหา” นายสุวิทย์ กล่าว

เมื่อถามว่า ที่นายสุวิทย์ ระบุว่า ไม่ได้ใกล้ชิดกับพรรค ตรงนี้เป็นปัญหาใช่หรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นข้อบกพร่องของตน ในช่วงที่ผ่านมาตนไม่มีส.ส. และตามรัฐธรรมนูญ ตนก็เป็นส.ส.ไม่ได้ และงานในกระทรวงอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย และงานวิจัย ยอมรับว่า ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีก็ทำงานอยู่แต่ที่กระทรวง เพราะจำเป็นต้องขึ้นรูปกระทรวงใหม่

 

รับมีช่องโหว่สัมพันธ์ส.ส.

เมื่อถามต่อว่า การเลือก กก.บห.ชุดใหม่ จะสมัครเป็นรองหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ”พอแล้ว อันนี้เดี๋ยวค่อยมาว่ากัน การทำหน้าที่รักษาการตรงนี้ ผมไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการทำงานให้เต็มที่ ส่วนช่องโหว่ความสัมพันธ์กับส.ส.นั้น หากยังทำงานในฐานะรัฐมนตรีคือสิ่งที่ผมต้องปรับปรุง เพราะเรื่องนี้เป็นจุดอ่อนที่ให้เขามาตีเราได้ เรื่องนี้ผมไม่ปฏิเสธ แต่จะปรับปรุงเพื่อไปบริหารพรรคใหม่หรือไม่นั้น ต้องขอคิดอีกที และตั้งแต่มีประเด็นนี้ พวกผมทั้งสามคนยังไม่ได้คุยกัน ต้องคุยกัน ต่างคนต่างคิดไม่ได้ และเมื่อคุยกันแล้วต้องเรียนผู้ใหญ่ อย่างน้อยท่านนายกฯ และนายสมคิด ต้องรับทราบในสิ่งที่พวกเราหารือกัน และคิดอ่านอย่างไร ซึ่งเราต้องรักษาภาพใหญ่ให้ได้ เพราะนายกฯยังต้องอยู่ในภาวะต้องขับเคลื่อนวิกฤต ไม่อยากให้ท่านปวดหัว ซึ่งในการประชุมครม. วันพรุ่งนี้ เมื่อเจอกันทั้งสามคน คงได้คุยกัน”

เมื่อถามว่า นายสมคิดได้ส่งสัญญานอะไรมาหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ท่านก็ส่งสัญญานเหมือนที่ถามกับสื่อว่า เบื่อหรือไม่ ซึ่งตนก็บอกว่าสู้อยู่ ไม่ได้สู้ทางการเมือง แต่สู้ในเนื้องานของกระทรวง แต่ตนก็รับรู้ว่ามีสิ่งนี้เกิดขึ้น จะไปนิ่งนอนใจไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังให้สัมภาษณ์เสร็จสื่อมวลชนบางคนได้กล่าวว่าสู้ๆ เพื่อให้กำลังใจกับนายสุวิทย์ โดยนายสุวิทย์ก็ใช้มือทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยูตอบกลับมา พร้อมกล่าวขอบคุณก่อนขึ้นรถไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ท่านเห็นด้วยหรือไม่ ที่ว่า เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานลำบาก
บทความถัดไปบุกสถานทูตกัมพูชา ยื่นถามอุ้ม ‘วันเฉลิม’ ส่วน ‘บิ๊กป้อม’ ปัดหารือ ‘เตีย บันห์’ กต.แจ้งสถานทูตเช็กข้อมูลแล้ว