ตามหาความจริง : โดย กลิ่นบงกช

 

มีความจริงอยู่อย่างหนึ่งที่ทุกคนรู้อยู่ว่า ทุกสังคมในทุกประเทศ ทั่วทั้งโลก จะมีกลุ่มชนที่ประกอบอาชีพต่างกันอยู่ 4 กลุ่ม คือ หนึ่ง กลุ่มชนที่มีหน้าที่ในการปกครองบ้านเมือง สอง กลุ่มชนที่มีหน้าที่ให้การศึกษา ส่วนมากจะเป็นเจ้าลัทธิศาสนา สาม กลุ่มชนที่ยึดอาชีพทำการค้าแสวงหากำไร สี่ กลุ่มชนที่ยึดอาชีพกสิกรรม ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

ในกลุ่มชนกลุ่มที่ 1-3 จะเป็นกลุ่มที่มีเงิน แต่งตัวสวยงาม มองเห็นแล้ว เจริญตาสุขใจ ส่วนกลุ่มที่ 4 ค่อนข้างยากจน แต่งตัวไม่งาม แถมมีกลิ่นเหงื่อไคล เพราะทำงานหนัก ดังนั้น ความรู้สึกของคนทั่วไปจึงมักจะไม่อยากอยู่ใกล้คนที่มีกลิ่นเหม็น แต่งตัวไม่สวย นั่นคือตันเหตุของการเหยียดกัน และนั่นคือต้นเหตุให้ศาสนาพราหมณ์ในอินเดีย แต่งคัมภีร์เท็จว่า พระพรหมสร้างวรรณะ 4 ขึ้นมา

นอกจากนั้นยังมีกลุ่มพิเศษที่คนไม่อยากพบอีกกลุ่มหนึ่ง คือจัณฑาล คนวรรณะสูงในอินเดียมีความเชื่อว่า เมื่อเห็นคนจัณฑาล จะต้องรีบเอาน้ำนมมาล้างตา เพราะการเห็นคนประเภทนี้ ชีวิตจะซวยไปตลอด

ในคนทั้ง 4 กลุ่มทั่วโลก ยังมีการแย่งอำนาจทางการเมืองกันตลอดมา ผู้เขียนเมื่อไปศึกษาอยู่ที่อินเดีย ได้ทราบคำทำนายของอินเดียที่เขาซุบซิบกันในหมู่ประชาชนว่า ต่อไปคนวรรณะต่ำคือ วรรณะศูทร จะแย่งอำนาจจากกลุ่มอื่น มาเป็นของตน ขณะนั้นไม่มีใครเชื่อคำทำนายนี้ และแล้วความจริงก็เกิดขึ้น โดยเริ่มที่ รัฐคุชราด ที่เป็นบ้านเกิดของท่านมหาตมคานธี และเป็นบ้านเกิดของ นายนเรนทรา โมตี นายกรัฐมนตรีของอินเดียคนปัจจุบัน (ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 แล้ว) ข่าวว่าฝูงชนในรัฐคุชราดได้ทิ้งศาสนาฮินดู แล้วประกาศตนเป็นชาวพุทธเป็นจำนวนแสนๆ คน นั่นคือผลงานของนายกฯของอินเดียคนปัจจุบัน

เขาใช้เพียงวาทะว่า ถ้าคนวรรณะศูทรยังนับถือศาสนาฮินดูอยู่ ก็จะถูกสังคมอินเดียเหยียดว่าเป็นคนชั้นต่ำ แต่เมื่อประกาศตนเป็นพุทธแล้ว ความรู้สึกว่าเป็นคนชั้นต่ำจะหายไป

ลักษณะการแย่งอำนาจกันของอินเดีย คือการหาเสียงแข่งขันกันตามกติกา ใครพูดมีเหตุผล ใครพูดถูกใจ ฝูงชนจะลงคะแนนให้ และคนนั้นก็จะมีโอกาสชนะ ในการลงคะแนนเสียงก็จะหาวิธีป้องกันการทุจริตในการลงคะแนน เช่นผู้ที่ลงคะแนนแล้ว กรรมการหน่วยเลือกตั้งจะใช้หมึกแดงทำเครื่องหมายไว้ที่เล็บมือ คนคนนั้นก็จะไม่สามารถไปลงคะแนนให้ผู้สมัครรายอื่นได้ในวันนั้น แต่วิธีนี้ในเมืองไทยยังไม่ยอมใช้ เพราะอะไร? เพราะนักการเมืองแทบทุกพรรค ยังหวังที่จะจ้างคนไปลงคะแนนให้พวกของตัว ในชั่วโมงสุดท้ายของการเลือกตั้ง ที่ผู้ไปเลือกตั้งเบาบางลงแล้ว ด้วยการทำเครื่องหมายต่างๆ ที่บัตรประชาชน โดยเฉพาะการพับมุมบัตรประชาชนให้เป็นที่รู้กันทั้งผู้ทุจริต และกรรมการในหน่วยเลือกตั้ง

ดังนั้น ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งทุกวันนี้ จึงมีเจ้าของเสียงที่มีชื่อในบัญชีไปลงคะแนนในช่วงท้ายๆ จะพบว่ามีคนขโมยสิทธิไปลงคะแนนก่อนแล้วแทบทุกครั้งไป

อนึ่ง คำทำนายที่ว่า ทุกชนชั้นในอาชีพ จะแย่งอำนาจกันอยู่ตลอดเวลานั้น มิได้ผูกขาดอยู่เฉพาะในอินเดียเท่านั้น แต่จะแย่งกันทั่วโลก ยุโรปขณะนี้พ่อค้านายทุนกำลังมีอำนาจการปกครองบ้านเมือง เพราะอาศัยเงิน คนถืออาวุธหลบไปแล้ว ยุโรปตะวันออก ชนชั้นกรรมาชีพคือชาวนาชาวไร่ เคยได้อำนาจการปกครองบ้านเมืองมาแล้วสมัยเป็นคอมมิวนิสต์ แต่ทุกวันนี้กลายเป็นมีการเลือกตั้ง แบบยุโรปไปแล้ว

ประเทศจีนทุกวันนี้ ก็มีชนชั้นกรรมาชีพตั้งพรรคการเมืองปกครองประเทศ นั่นคือ คนชั้นรากหญ้าได้อำนาจรัฐปกครองบ้านเมือง
ยุโรปตะวันออกและจีน เปลี่ยนการปกครองจากอาชีพอื่น มาเป็นชนชั้นล่าง ด้วยเลือดและน้ำตาของนายทุน ส่วนอินเดียเปลี่ยนการปกครองจากวรรณะสูง มาเป็นวรรณะศูทรด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งนับว่าดี เพราะไม่ต้องเสียเลือดและน้ำตาประชาชน ในช่วงเปลี่ยนอำนาจการปกครองบ้านเมือง

นั่นคืออารยธรรมที่สูงส่งของมนุษย์ !

สําหรับประเทศไทยเอง กำลังแย่งอำนาจกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด คนชั้นรากหญ้าไทยแต่ก่อนยังไม่รู้เลยว่า ชนชั้นแต่ละอาชีพ แย่งอำนาจกันตลอดมา เมื่อให้ประชาชนลงสมัครเป็นผู้แทนได้ ในปี 2475 ต่างก็ดีใจว่าเราเป็นประชาธิปไตยแล้ว แต่ผู้แทนยุคนั้นคุณภาพมีน้อย เพราะไม่สังกัดพรรค พรรคประชาธิปัตย์จึงผงาดขึ้นมา เพราะคนนิยมมากในช่วงนั้น แต่จุดหมายของพรรคนี้ดูเหมือนรับใช้ระบบราชการอย่างเดียว ไม่ค่อยจะทำประโยชน์ให้ชาวบ้าน จากนั้นมาอีกเป็นสิบปี พรรคไทยรักไทยเกิดขึ้น พรรคนี้เวลาทำงบประมาณ เริ่มตั้งแต่ชาวบ้านขึ้นมา ชาวบ้านได้ประโยชน์เต็มที่ ชาวบ้านจึงพอใจ นั่นคือต้นเหตุให้คนถืออาวุธระแวงว่าอำนาจของตนคงจะถูกแย่งไปแน่ จึงหาทางกำจัดเสีย

พอพรรคนี้ถูกยุบรากหญ้าจึงเริ่มได้คิดว่า เราถูกขัดขวางไม่ให้มีส่วนในการเมืองแล้ว และนั่นคือการเริ่มรับรู้ถึงการแย่งอำนาจกันระหว่างชนชั้นในสังคม และเพราะพรรคไทยรักไทยถูกยุบนั่นเอง พรรคอนาคตใหม่จึงเกิดขึ้น นักต่อสู้ทางการเมืองมักพูดกันว่า นักการเมืองที่ดีถ้าถูกผู้มีอำนาจทำลาย จะมีนักการเมืองเกิดใหม่เป็นพัน เป็นหมื่น ใช่! พรรคนี้พอเกิดขึ้น มีคะแนนเป็นอันดับสาม แถมเป็นพรรคที่ไม่เกรงคนถืออาวุธ ถ้าคุณทำผิดแล้วไม่ยอมรับโทษตามกฎหมาย ก็ต้องมีการโพนทะนาให้ชาวบ้านรู้

และนั่นคือปรากฏการตามหาความจริงที่พรรคนี้มีการฉายสปอตไลต์ไปที่ ก.กลาโหม อย่างกล้าหาญ

ความจริงอะไร ! ที่พรรคนี้ตามหา นับแต่ปี 2514 เป็นต้นมา คนถืออาวุธได้แสดงอาการหวงอำนาจด้วยการฆ่าและอุ้มหายชนชั้นที่มีท่าทีจะแย่งอำนาจไปจากเขา จนถึงปี 2553 นปช.ได้ก่อม็อบที่สี่แยกราชประสงค์ คราวนั้นคนถืออาวุธได้ฆ่าประชาชนตายไป 99 ศพ คดีนี้ศาลพิพากษามาแล้วว่าศพนั้นศพนี้ ตายเพราะถูกอาวุธจากฝั่งเจ้าหน้าที่ บางศพถูกยิงทางเบื้องหลัง และบางศพแม้เป็นพยาบาลอยู่ที่วัดปทุมวนารามก็ถูกยิงจากบนสถานีรถไฟฟ้าตาย

แต่พอรัฐบาลนี้มีอำนาจ ก็ให้ยกเลิกการฟ้องร้อง นี่คือความเกรี้ยวกราดที่เกิดจากการที่จะมีคนมาแย่งอำนาจของตน

แน่นอนว่าคนที่ครองอำนาจอยู่ย่อมไม่พอใจที่มีคนมาแย่งอำนาจตัว แต่ความจริงมีว่า ผู้ปกครองบ้านเมืองจะมีอำนาจอยู่ได้นานๆ ก็ต้องยึดหลักธรรมชื่อจักกวัตรข้อที่หนึ่งที่ว่า ต้องใช้ธรรม (ความถูกต้อง) เป็นอำนาจ ในการดูแลประชาชน ก็ในเมื่อตัวได้อำนาจมาผิดกติกา และพยายามรักษาอำนาจ ด้วยการทำผิดกติกา เขาจะรักษาอำนาจได้นานหรือ?

การทำผิดกติกาเพื่อให้ตัวได้อำนาจ ชาวโลกเขาดูแคลนกันอยู่แล้ว เหมือนนายกฯเมื่อพบชาวบ้านมาแย่งเอาเครื่องปรุงอาหารที่ประชาชนบริจาคให้คนยากไร้ ที่ตู้ปันสุข นายกฯยังแสดงอาการเกลียดชังออกมาเลย ตามภาพหนังสือพิมพ์ เพราะมันแสดงถึงความงกของคนที่มาแย่งเครื่องปรุงอาหารกัน โดยไม่ยึดกติกา แต่คนจนเหล่านั้นเขาไม่อยู่ในกติกา ในการมาหยิบอาหารของเขา ก็เพราะเขาหิว ถ้าเขาไม่มีกินเขาต้องตาย ดังนั้น เขาจึงงกเพราะต้องการรักษาชีวิต แต่การที่คนมีอำนาจไม่ยึดกติกา เอาเปรียบคนอื่นเพียงเพราะให้ตัวมีอำนาจอยู่ต่อไป

ใคร! ระหว่างคนจนแย่งอาหาร เพื่อรักษาชีวิต กับผู้มีอำนาจ ที่ไม่อยู่ในกติกาเพื่อรักษาอำนาจของตน คนไหนจะน่าให้อภัยมากกว่ากัน!

จะอย่างไรก็ตาม ถึงจะต้านได้นานแค่ไหน !แต่สักวันหนึ่ง มันก็ไปถึงจุดหมายของมัน!สักวันหนึ่ง มันก็เป็นไปตามทางของมัน! – ทางของมันคืออะไร? ทางของมัน คือถ้าดูแลบ้านเมืองโดยไม่ใช้ธรรมคือความถูกต้องเป็นอำนาจในการปกครองบ้านเมือง

สุดท้ายเขาจะพบทางที่นำไปสู่การถูกแย่งอำนาจไปอย่างไม่ต้องสงสัย เหมือนอินเดียที่คนส่วนใหญ่ของประเทศคือวรรณะศูทร แย่งอำนาจจากกลุ่มอื่นได้แล้วฉะนั้น

กลิ่นบงกช

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พปชร.เปลี่ยน-ครม.ปรับ โดย สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม
บทความถัดไปความเคลื่อนไหว ในสมการอำนาจใหม่ โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์