“อนุทิน” ชี้ต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยันไม่กระทบ ปชช. ห่วงงบ สธ.ถูกหั่น เร่งทำความเข้าใจบุคลากรแพทย์

“อนุทิน” ชี้ต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยันไม่กระทบ ปชช. ห่วงงบ สธ.ถูกหั่น เร่งทำความเข้าใจบุคลากรแพทย์

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. พร้อมด้วย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. เข้าร่วมการประชุมมอบนโยบายการจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ให้แก่ตัวแทนชมรมโรงพยาบาลศูนย์ (รพ.), รพ.ทั่วไป, ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย (นพ.สสจ.) และชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย (ผอ.รพ.)

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ปลัด สธ. เชิญบรรดาตัวแทน ชมรม ผอ.รพ.ทั่วประเทศ, นพ.สสจ. มาพบกัน เพื่อสรุปการใช้งบประมาณของ สธ. ทั้งในงบปกติ และงบประมาณในช่วงโควิด-19 เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน สร้างความมั่นใจว่า หากมีการรับฟังนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการ สธ. ไปแล้ว จะต้องใช้งบให้เป็นประโยชน์อย่างสูงสุดทุกบาททุกสตางค์

“พูดคุยกันเรื่องงบประมาณถูกตัดออกไป หลังจากนี้ผู้ตรวจราชการแต่ละเขตสุขภาพต้องใส่ใจมากขึ้น ต้องดูไว้ว่าในการจัดสรรงบ จะมีกรอบการใช้ จะต้องจัดการอย่างไรให้ถูกตัดน้อยที่สุด เนื่องจากการถูกตัดออกไป ทำให้ประชาชนต้องรอ เช่น โครงการที่ควรจะเริ่มในปีนี้ ก็ต้องรอต่อไป โดยปีนี้งบประมาณที่ สธ. ได้รับจัดสรร ในตัวเลขล่าสุดยังไม่ทราบ แต่มีโครงการหลุดไปเยอะ โดยกำลังจะไปเจรจากับสำนักงบประมาณ เบื้องต้นบางอันเอากลับมาได้ บางอันต้องไปแปรญัตติ เป็นครั้งแรกที่ต้องเข้ามาดีเฟนส์ (Defense) เรื่องงบประมาณ สธ.ซึ่งผมไม่อยากให้ถูกตัดอะไรไป แต่ผู้บริหาร สธ. ก็บอกว่า มันก็มีบางอย่างที่ถูกตัดออกไป ตอนนี้ก็ทำใจอยู่” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการตั้งงบกว่า 2,400 ล้านบาท ให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ใช้ท่องเที่ยว จะมีความคุ้มค่าตรงจุดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในเบื้องต้นหลักการผ่านแล้ว เรื่องของการสนับสนุน หากเป็นเงินไทย ให้คนไทยเที่ยวในประเทศ ใช้ของไทย เงินไม่ได้ออกไปต่างประเทศ เป็นการหมุนเวียนของเงินในประเทศ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ทำให้คนเกิดรายได้

Advertisement

เมื่อถามว่า จะมีมาตรการตรวจสอบความโปร่งใส่อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องมีการตรวจสอบอย่างแน่นอน ผู้ได้รับประโยชน์คือ อสม. ที่มีเสียง มีศักดิ์ศรี และได้พูดชัดเจนว่างบ 2,000 บาท ต้องมีข้อมูลว่าไปใช้ที่ไหน มีความคุ้มค่าต่อการใช้หรือไม่

“คนตรวจสอบคนแรก เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่อยู่ภายใต้การกำกับของผม หากจะบอกว่าไปเที่ยว กินปาท่องโก๋ 2 ชิ้น เช่นนี้ไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน และเน้นย้ำว่าเงินจะต้องใช้ให้คุ้มค่า” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าการบรรจุพยาบาลของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการเผยแพร่ข้อมูลว่ามีบางตำแหน่งตกหล่น มีข้อเท็จจริงอย่างไร นพ.สุขุม กล่าวว่า วันนี้ได้มีการชี้แจงในที่ประชุมว่านโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับว่า ต้องดูแลโควิด-19 ไฟเตอร์ ผู้ที่อยู่หน้างาน ต้องได้รับการดูแล โดยการบรรจุใช้วิธีการคัดเลือก สอบสัมภาษณ์ให้เหมาะสมกับตำแหน่งของผู้ที่ทำงาน โดยการบรรจุพยาบาลที่ไม่ตรง ตำแหน่ง ทางกระทรวงฯ จะใช้มติของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ปรับปรุงให้ตรงกับตำแหน่ง ไปจนถึงการบรรจุพยาบาล ลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่มีตำแหน่ง ลูกจ้างรับเหมารวมถึงอื่นๆ โดยทางกระทรวงฯ จะนำเสนอต่ออนุคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (อกพ.) เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

เมื่อถามว่ามีแนวทางอย่างไร หากจะยกเลิกใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยจะให้ใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ แทน นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้คุยกันว่าจะใช้แนวทางใด เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังต้องมีเผื่อไว้ เพื่อบูรณาการกับทุกหน่วยราชการ เผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน แต่การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่น่าส่งผลกระทบกับประชาชนแล้ว เนื่องจากมีการยกเลิกใช้มาตรการเคอร์ฟิวแล้ว ร้านอาหารก็สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้แล้ว

“ขอให้เมตตาบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยการใช้ชีวิตวิถีใหม่ เพื่อไม่ให้มีการติดเชื้อในประเทศ ซึ่งขณะนี้ไม่มีการติดเชื้อมาเป็น 23 วันแล้ว ผู้เดินทางเข้ามาในประเทศก็ได้ควบคุมดูแลแล้ว ที่เหลือก็คือพวกเรา เราเองก็ไม่รู้หากมีการหลงเหลือตรงไหนบ้าง ก็อยากให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยต่อไป” นายอนุทิน กล่าว

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image