จัดหนัก ทีมรื้อ-ทุบ’บ้าน 131 ปีจ.แพร่’บี้ตอบ 2 ประเด็น ‘วรวัจน์’บอมบ์ 3 กระทรวงรับผิดชอบ

จัดหนัก ทีมรื้อ-ทุบ”บ้าน 131 ปีจ.แพร่” บี้ตอบ 2 ประเด็น “วรวัจน์”บอมบ์ 3 กระทรวงรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการปรับปรุงและซ่อมแซมอาคารบอมเบย์เบอร์มา อาคารไม้สักอายุกว่า 131 ปี หรือบ้านเขียว ที่ตั้งอยู่ภายในสวนรุกขชาติเชตวัน อ.เมือง จ.แพร่ โดยผู้รับเหมาได้เข้าไปรื้อถอนจนเหลือแต่ซากปรักหักพัง และกองไม้ที่รื้อถอน ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและหาทางออกร่วมกัน โดยวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้นัดหารือกับภาคีเครือข่ายต่างๆในจังหวัดแพร่ที่รวมตัวกันหาแนวทางออกเรื่องนี้ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน

ทั้งนี้ภาคีในจังหวัดแพร่ประกอบไปด้วย เครือข่ายภาคีรักษ์บ้านเก่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ และกลุ่มเครือข่ายลูกหลานเมืองแพร่ ได้ประชุมมีข้อตกลง 2 ข้อคือ 1.จะให้แสดงเอกสารการดำเนินการรื้อถอน ปรับปรุง และเอาผิดกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเครือข่ายจะติดตามและสอบถาม ข้อ2 คือ ระยะเวลาการฟื้นฟูให้กำหนดกรอบเวลาในการฟื้นฟูให้กลับมาดังเดิมมากที่สุด และที่มาของบประมาณที่นำมาฟื้นฟู สองเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เครือข่ายต้องการคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากเรื่องนี้
ทั้งนี้ นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร จะส่งทีมวิชาการ ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม สถาปนิกและสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ลงไปช่วยดูรายละเอียดในส่วนของการบูรณะ ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน เพื่อให้การบูรณะและประกอบอาคารกลับมาได้สวยงามเช่นเดิม

ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะอดีต ส.ส.แพร่ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความมักง่ายของส่วนราชการที่เข้าไปใช้พื้นที่โดยอ้างใช้งบประมาณบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับจังหวัดแพร่ หน่วยงานในจังหวัดและท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองแพร่อย่างต่อเนื่อง ผู้เสนอโครงการคือ นางกัญญารัตน์ ท่วมไธสง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้เห็นชอบโครงการคือ นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กระทรวงมหาดไทย (มท.) ผู้อนุมัติโครงการคือ นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พื้นที่ที่อาคารตั้งอยู่เป็นของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 แพร่ ดูแลโดย นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

” กล่าวง่ายๆ คือ ผู้ดูแลสถานที่คือ ทส.เห็นว่าอาคารที่ดูแลอยู่เก่า ใช้ประโยชน์เป็นสำนักงานไม่สะดวกเลยอยากได้ที่ทำงานใหม่ เลยร่วมมือกับท่องเที่ยวอ้างคำว่าท่องเที่ยว ขอใช้งบผู้ว่าฯซีอีโอเริ่มตั้งแต่ปี60 เสนอใช้งบประมาณในปี63 ดังนั้น ตอนนี้ต้องตามหาคนรับผิดชอบว่าจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร จะดำเนินการอย่างไร เพราะเรื่องนี้ผิดทั้งในกรณีทำลายโบราณสถาน และการใช้งบประมาณโดยมิชอบ เพราะมีการตั้งงบมิชอบ ซึ่งผมในฐานะเป็นคณะกรรมาธิการงบประมาณปี’63 ถูกหลอกลวงด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้ง 3 กระทรวงต้องรับผิดชอบ”นายวรวัจน์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ของกรมการพัฒนาชุมชน 
บทความถัดไปทำความรู้จัก BRAND SAFETY PLAYBOOK คู่มือและคำแนะนำ สำหรับนักการตลาดบนความปลอดภัยของแบรนด์โดย กรุ๊ปเอ็ม