กรุ่นกลิ่น % ARABICA กับ ‘กาแฟแก้วพิเศษ’ ที่ใส่ใจทุกๆ ดีเทล

กรุ่นกลิ่น % ARABICA กับ ‘กาแฟแก้วพิเศษ’ ที่ใส่ใจทุกๆ ดีเทล

คอลัมน์ อร่อยอินเทรนด์

หลายคนบอกว่า “กลิ่นหอมของกาแฟ” คือกลิ่นอโรม่าที่มีฤทธิ์ช่วยผ่อนคลายและเปลี่ยนบรรยากาศของวันนั้นๆ ให้ดีขึ้นได้ โดยเมื่อหลอมรวมเข้ากับไลฟ์สไตล์แล้ว “ร้านกาแฟ” จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของคนเมือง ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้แบรนด์กาแฟสัญชาติญี่ปุ่นก็ได้เปิดให้บริการ “สาขาแรก” ในประเทศไทย ณ ชั้น 1 ไอคอนสยาม ที่แค่เพียงเดินผ่านก็ได้กลิ่นหอมของกาแฟลอยมาแตะจมูกอย่างจัง

ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ต่อคิว” ที่ยาวจากหน้าร้านไปจนถึงอีกฝั่งของห้างสรรพสินค้า หลายคนต้องรอร่วม 1.5 ชั่วโมง ถึงจะได้ลิ้มรสกาแฟ สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมที่ “ดีมาก”

กระนั้น หลายคนก็ยังสงสัย ตกลงชื่อร้านอ่านว่าอะไรกันแน่ ?

% ARABICA อ่านว่า อาราบิก้า โดย “เคนเน็ธ โซจิ” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้อธิบายในเว็บไซต์ไว้ว่า เขาอยากที่จะตั้งชื่อแบรนด์และโลโก้แบบเรียบง่าย จนวันหนึ่งมองไปที่คีย์บอร์ดแล้วเห็นเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์ (%) ก็พบว่ามีความคล้ายกับ “เมล็ดกาแฟเชอรี่ที่อยู่บนก้าน” จึงเป็นที่มาของโลโก้ที่ถูกใช้ไปทั่วโลกนั่นเอง

เมนูแนะนำ
บรรยากาศ

เพราะฉะนั้นโลโก้ดังกล่าวจึง “ไม่ใช่ตัวเปอร์เซ็นต์” แต่อย่างใด

หากกล่าวว่ากลิ่นหอมดึงดูดให้แวะเข้ามาชมร้าน ก็ต้องบอกว่า “การออกแบบร้าน” เป็นสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะมีทั้งความสว่าง เน้นสีขาว ทำให้ดูสะอาด ประณีต และที่แน่ๆ ถูกใจชาวมินิมอลลิสต์แน่นอน นอกจากนี้ยังนำ “มินิมอล” มาใช้ในการทำงานของร้านด้วย คือ “ใช้แต่สิ่งที่จำเป็น” อย่างเช่น เมนูภายในร้านที่มีไม่เยอะ มีเมนูหลักๆ ประมาณ 8 เมนูเท่านั้น และเป็นเมนูที่คัดมาแล้วว่า “ทำได้ดีที่สุด”

แม้ว่าเมนูจะน้อย แต่ลูกค้าไม่น้อย

เพราะนอกจากจะขายเป็นดริงก์ให้นั่งดื่มที่ร้านแล้ว ยังมีบริการ “คั่วเมล็ดกาแฟ” สำหรับนำกลับบ้านได้ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 10 ชนิด ซึ่งในช่วงที่โควิดระบาดนี้ คอกาแฟก็นิยมที่จะซื้อเมล็ดกาแฟคั่วไปทำกินเองที่บ้านมากกว่า ซึ่งทางร้านยังคั่วด้วยเครื่อง “เทอร์นาโด คิง” ที่เด่นเรื่องการคั่วเร็ว ใช้เวลารอเพียง 15 นาทีเท่านั้น

ซึ่งก็มีเมล็ดกาแฟที่น่าสนใจ อาทิ “ฮาวาย โคนา อาราบิก้า ฟาร์ม” รสชาติคล้ายช็อกโกแลตนม แฝงด้วยกลิ่นเลมอนนิดๆ หรือจะเป็นเมล็ดกาแฟ “โคลัมเบีย เพลนดาโม วิลลา โรซิต้า” กาแฟสายฟรุ้ตตี้ กลิ่นพลัม ผสมกับดาร์คช็อกโกแลต ซึ่งสามารถสั่งได้ตั้งแต่ 200 กรัมขึ้นไป ราคาเริ่มต้นที่ 650 บาท

ที่มาของโลโก้ร้าน

ส่วนเมนูที่ขายภายในร้านก็มีทั้งแบบ เอสเปรสโซ่ และกาแฟดริป ซึ่งใช้เมล็ดกาแฟ 2 ชนิด ประกอบ “อาราบิก้า เบลนด์” เบลนด์ของทางร้านที่คิดค้นขึ้นจากการรวมเมล็ดกาแฟทั่วโลก รสชาติเข้มข้น กลิ่นออกแนวคาราเมล ช็อกโกแลต และมีความพิเศษตรงที่จะดึงรสหวานออกมาเมื่อทานคู่กับนม

เมนูแนะนำคือ “สแปนิช ลาเต้” (Spanish Latte) เป็นแก้วที่ผสมนมข้นหวานและนม รสชาติกาแฟเข้มข้น หวานกำลังดี ที่แน่ๆ กลิ่นหอมมาก ราคาเริ่มต้นที่ 150 บาท

อีกชนิดคือ “ซิงเกิล ออริจิน” เมนูหมุนเวียนตามซีซั่น ที่ในช่วงนี้จะเป็นเมล็ดกาแฟ “เอธิโอเปีย เยอร์กาเซฟเฟ อะดาโต้” (Ethiopia Yirgacheffe Adato) กาแฟสายเปรี้ยวหรือฟรุ้ตตี้ จะให้รสชาติที่เบากว่า คล้ายบลูเบอรี่ แอปเปิลเขียว และดอกไม้ เหมาะกับการจิบกาแฟช่วงบ่ายที่ต้องการเพิ่มความสดชื่นแต่ไม่หนักเกินไป

โดยมีเมนูแนะนำคือ “คอฟฟี่ ลาเต้” (Caffe Latte) เริ่มต้นที่ 145 บาท หอมกลิ่นกาแฟ และได้รสมันจากนม รสชาติกาแฟไม่หนักมาก จิบได้เรื่อยๆ

นอกจากนี้ยังมีออปชั่นสำหรับ “คนไม่ทานกาแฟ” คือ “มัทฉะ ลาเต้” (Matcha Latte) ทั้งแบบร้อนและเย็น รสเข้มข้นของชาเขียวดั้งเดิมจากญี่ปุ่น กลิ่นหอมและไม่หวานบาดคอ หรือจะรับความสดชื่นกับเมนู “เลมอนเนด สปาร์คกิง” (Lemonade Sparkling) น้ำเลมอนซาบซ่าที่หอมสดชื่น ไม่ผสมน้ำตาล รับรสธรรมชาติ

ทั้งนี้ กาแฟจะมีช่วงอายุ (period) ความอร่อยที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งทางร้านแนะนำให้ลูกค้าเริ่มกินตั้งแต่วันที่ 14 หลังจากคั่ววันแรก เพราะจะเป็นช่วงที่กาแฟอร่อยที่สุด

ซึ่ง “ความอร่อย” ส่วนหนึ่งก็มาจากการใส่ใจใน “รายละเอียด” ของทางร้าน อาทิ การขนส่งเมล็ดกาแฟจะขนส่งแต่ “เมล็ดกาแฟดิบ” เท่านั้น เพื่อมาคั่วเมล็ดกาแฟสดๆ ที่ร้าน จะได้รสชาติที่ดีที่สุด ด้วยเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้ว รสชาติจะเปลี่ยนง่ายหากได้รับปัจจัยต่างๆ เช่น ความชื้น หรือความดันอากาศ เพราะฉะนั้นจึงขนส่งเมล็ดกาแฟผ่านทางเรือ เพื่อเลี่ยงความดันอากาศบนเครื่องบิน

คอฟฟี่ ลาเต้ (ซ้าย) สแปนิช ลาเต้ (ขวา)
มัทฉะ ลาเต้ (Matcha Latte)
เมล็ดอาราบิก้า เบลนด์ (ซ้าย) เมล็ดอะดาโต้ (ขวา)
เลมอนเนด สปาร์คกิง (Lemonade Sparkling)

อย่างไรก็ตาม มากกว่าความอร่อย % ARABICA ยังให้ความสำคัญกับ “วัฒนธรรม” มาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่มาปักธงในประเทศไทย โดยเลือกทำเลติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะมองว่าสายน้ำคือชีวิต สะท้อนวิถีชีวิตและความศิวิไลซ์ ดังปรัชญาของร้านที่ว่า “มองโลกผ่านกาแฟ” (See the World through Coffee)

กาแฟแก้วพิเศษ

ต่อคิว
ต่อคิว

เมล็ดอาราบิก้า เบลนด์ (ซ้าย) เมล็ดอะดาโต้ (ขวา)
ร้าน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“แสนสิริ” ปักหมุดเบอร์หนึ่งผู้นำอสังหาฯ รุกตลาดด้วยยุทธ์ศาสตร์เชิงรุก
บทความถัดไปนายกฯเป็นสักขีพยาน พิธีลงนามพัฒนาอู่ตะเภา ขอบคุณสมคิด ริเริ่มอีอีซี พร้อมสานต่อ