หนุ่มอุทัยธานีคลุ้มคลั่งจุดไฟเผาบ้านตัวเองลามไปไหม้บ้านข้างเคียง

หนุ่มอุทัยธานีคลุ้มคลั่งจุดไฟเผาบ้านตัวเองลามไปไหม้บ้านข้างเคียง

 

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน เวลาประมาณ 09.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรหนองฉาง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี จึงลงตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง จากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสรวง และจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 6 ตำบล รวม 7 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานี เร่งเข้าช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อดับเพลิงที่ลุกไหม้บ้านหลังเกิดเหตุ และสกัดไม่ให้ลุกลามเข้าไหม้บ้านเรือนใกล้เคียงเพิ่มขึ้นอีก โดยบ้านต้นเพลิงต้น คือบ้านเลขที่ 87/3 เป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน ของนายสมพร ทุ่งทอง อายุ 70 ปี สภาพบ้านถูกไฟไหม้พังเสียหายวอดทั้งหลัง อีกทั้งเพลิงนั้นยังได้ลุกไหม้ลามไปยังบ้านที่อยู่ติดกัน คือบ้านเลขที่ 87/2 ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน เช่นเดียวกัน ส่งผลให้บ้านได้รับความเสียหายไปกว่าครึ่งหลัง โดยเป็นของ นายชลอ ทุ่งทอง อายุ 66 ปี โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งช่วยกันระดมฉีดน้ำ โดยมีชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยกันหาน้ำมาสาดช่วยด้วย จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายใน 30 นาที แต่เจ้าหน้าที่ยังคงต้องฉีดน้ำเลี้ยงไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าไฟจะไม่ปะทุขึ้นมาอีก

จาการสอบถาม นายสิริพงศ์ ทุ่งทอง อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นหลานของนายชลอ ที่ถูกเพลิงลุกลามเข้าบ้านจนได้รับความเสียหายไปด้วย เล่าว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ คาดว่าเกิดจาก นายเรวัฒน์ หรือเล็ก ทุ่งทอง เป็นคนจุด เพราะก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้นั้น นายเรวัฒน์ มีอาการคลุ้มคลั่ง และจุดไฟที่บ้านในบ้านของตัวเอง เพราะพอนายเรวัฒน์ ออกมาที่หน้าบ้าน ก็มีควันไฟพุ่งออกมา ตนเองจึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที

จากการสอบถาม ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงกัน เล่าว่า นายเรวัฒน์ ชอบมีอาการคลุ้มคลั่ง อยู่เป็นประจำ ซึ่งไม่แน่ใจว่านายเรวัฒน์นั้น ติดยาเสพติดด้วยหรือไม่ จนทำให้ภรรยาของ นายเรวัฒน์ รวมไปถึงญาติพี่น้องเอือมระอาไม่มีใครกล้ายุ่ง ประกอบกับ 3 วันที่ผ่านมา ภรรยาของนายเรวัฒน์ ได้หนีออกจากบ้านไป เนื่องจากทนพฤติกรรมของนายเรวัฒน์ ไม่ไหว จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ นายเรวัฒน์นั้น ก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านที่ตัวเองใช้อาศัยอยู่กับลูกและภรรยา โดยหลังก่อเหตุ นายเรวัฒน์ ได้ขี่จักรยายนต์หลบหนีไป ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังล่าตัวมาดำเนินคดี

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon