ญาติอ้างเหตุลูกจ้างโกง 39 ล.ไม่ซัดทอด ‘บิ๊ก ขรก.’ เพราะกลัวสามีโดนไล่ออก

ญาติอ้างเหตุลูกจ้างโกง 39 ล.ไม่ซัดทอด ‘บิ๊ก ขรก.’ เพราะกลัวสามีโดนไล่ออก

ลูกจ้างโกง – จากกรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกดำเนินคดีหลายข้อหา หลังนำเงินงบประมาณของทางราชการ 39.2 ล้านบาท จากการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS โอนเข้าบัญชีส่วนตัว ไปเล่นพนันออนไลน์ และพบการกระทำความผิดในการทำข้อมูลหลักฐานเท็จจากการปลอมเช็ครวม 166 ครั้ง ถูกควบคุมตัวจากการฝากขังผัดแรกในเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่เรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.หญิงสุภาภรณ์ ดวงกันยา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เจ้าของคดี พร้อมด้วยนายธัญนพ ศรีสัมพุทธ ทนายความอาสา เข้าสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมที่เรือนจำ ใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ขณะที่ผู้ต้องหามีอาการเครียด ร่างกายซูบผอม บ่นคิดถึงบุตรสาวอายุ 3 ขวบ จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ต้องหาในฐานะพนักงานราชการ ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากมีความผิดตามพยานหลักฐาน จะต้องได้รับโทษมากกว่าปกติ

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนานหลายชั่วโมง ผู้ต้องหายังไม่ปริปากซัดทอดผู้ร่วมขวนการทุจริต และยืนยันว่าทุจริตเพียงลำพัง โดยปลอมแปลงเอกสารของทางราชการทั้งหมด ทำให้ที่ผ่านมา ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่สามารถตรวจสอบในระบบการเงินได้ และนำเงินที่ได้ไปเล่นการพนันออนไลน์จนหมด พร้อมปฏิเสธไม่ได้นำเงินไปฟอกในเว็บพนัน เพื่อไปให้บุคคลอื่นเบิกคืนในภายหลัง ขณะเดียวกัน ก่อนถูกดำเนินคดี ส่วนตัวยังมีหนี้สินที่ค้างชำระอีกหลายแสนบาท ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบว่าจะถูกดำเนินคดีในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ จากการทุจริตทั้งหมดจากเดิม 166 ครั้ง หรือ 166 กรรม ล่าสุด ตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่ามีการทุจริตมากกว่า 200 ครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่เรือนจำ ได้นำตัว น.ส.ขนิษฐา ทำการฝากขังผัดที่ 2 หลังจากพนักงานสอบสวนนำตัว น.ส.ขนิษฐา ฝากขังผัดแรกครบ 12 วัน โดยใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ภายในเรือนจำกับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากการทุจริตมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก คดีดังกล่าวมีอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ศาลได้พิเคราะห์จากพยานหลักฐาน ประกอบกับไม่มีผู้ยื่นขอประกันตัว จึงอนุญาตให้พนักงานสอบสวนฝากขังผู้ต้องหาผัดที่ 2 อีก 12 วัน

ด้านแหล่งข่าวที่เป็นญาติใกล้ชิด น.ส.ขนิษฐษ กล่าวว่า ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ มารดาของผู้ต้องหา และสามี ซึ่งเป็นลูกจ้างที่สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ลงสมุดนัดหมายแจ้งขอเข้าเยี่ยมกับเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดเป็นครั้งแรก ส่วนสาเหตุที่ น.ส.ขนิษฐา ยอมรับสารภาพว่าทำความผิดเพียงคนเดียวนาน 14 เดือน เบื้องต้นเชื่อว่า ไม่ต้องการให้มีการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังอีกหลายราย ที่มีลายมือชื่อในเช็คเปล่า แต่ไม่ไปแจ้งความเช็คหายก่อนเจอเช็คเด้ง เนื่องจากปัจจุบันสามีนอกสมรส ทำงานเป็นลูกจ้างที่สำนักงานจังหวัด

“หากผู้ต้องหาให้การซัดทอด อาจทำให้สามีถูกไล่ออกทันที ก็จะมีปัญหากระทบกับรายได้ และลูกสาว ขณะนี้ชาวบ้านที่ติดตามข่าว ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่า น.ส.ขนิษฐาจะทุจริตเพียงคนเดียว เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ในครอบครัวยังเป็นปกติ ส่วนบิดาของ น.ส.ขนิษฐา เป็นอดีตกำนัน ต.คลองวาฬ เคยร่วมทำธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้านที่ด่านสิงขรกับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์รายหนึ่ง ไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือในทางคดี” แหล่งข่าวกล่าว

นายพิทยา คล้ายจำแลง ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบเอกสารในระบบงานสารบรรณ เพื่อหาเลขรับหนังสือย้อนหลังจากสำนักงานจังหวัด ซึ่งจะต้องแจ้งหนังสือถึงสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด เพื่อประกาศให้บุคคลทั่วไปเข้าสอบแข่งขัน กรณีลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ต้องหาสอบแข่งขัน และได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการในตำแหน่ง นักวิชาการเงินและบัญชี ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 และหากสื่อมวลชนต้องการทราบข้อเท็จจริงว่ามีการประกาศรับสมัครหรือไม่ ต้องร้องเรียนผ่านผู้ว่ฯ เพื่อสั่งให้สำนักงานจังหวัดเปิดเผยข้อมูล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ดาวกับดวง ประจำวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563 : โดย พิมพ์พรร
บทความถัดไปธุรกิจโคม่า ปลดคนรายวัน 9 เดือนปิดกิจการ 4พันกว่าแห่ง