หน้าแรก การเมือง ปชป.ปลื้มโพลใ...

ปชป.ปลื้มโพลให้คะแนนนิยมสูงสุดในพรรคร่วม มั่นใจ ‘บิ๊กตู่’ เรียกความนิยมแซงฝ่ายค้านแน่

7.07.20 | 09:13 น.

ปชป.ปลื้มโพลให้คะแนนนิยมสูงสุดในพรรคร่วม มั่นใจ ‘บิ๊กตู่’ เรียกความนิยมแซงฝ่ายค้านแน่

ผลพวงจากผลสำรวจซูเปอร์โพล เรื่อง “ถ้าวันนี้เลือกตั้ง พรรคใดชนะ” พบว่า พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนิยมสูงกว่าพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่าซูเปอร์โพลสำรวจคะแนนนิยมพบว่าพรรค ปชป.มีคะแนนสูงกว่าพรรครัฐบาลอื่นๆ จะส่งผลต่อการทำงานร่วมกันหรือไม่ ว่าผลโพลนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่จะสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลสำหรับแต่ละพรรคการเมืองได้ แต่ผลโพลที่ปรากฏออกมาของซูเปอร์โพลนั้นจะเป็นกำลังใจส่วนหนึ่งให้กับพรรค ปชป.ที่จะได้เดินหน้าทางการเมืองต่อไป

อย่างน้อยที่สุดก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ระดับหนึ่ง ว่าสิ่งที่ได้ทำมาตลอดช่วงระยะเวลาก่อนหน้านี้เดินไปถูกทาง แม้จะไม่ทั้งหมด ที่แน่นอนจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในบางเรื่อง หรือในอีกหลายเรื่อง แต่อย่างน้อยที่สุดก็สะท้อนให้เห็นว่าการมุ่งเน้นตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคต้องการเน้นผลงานมากกว่าคำพูด ทั้งนี้ ผลโพลที่ออกมาไม่คิดว่าจะมีผลกระทบอะไรพรรคร่วมรัฐบาล เพราะโพลก็คือผลสำรวจที่ปรากฏออกมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ในการที่จะต้องทำงานร่วมกันก็ยังต้องทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยังทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

โว52เสียงปชป.มีคุณภาพ

นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้น อย่างน้อยก็เป็นที่รับรู้ของประชาชนและกลไกการเดินหน้าร่วมกัน ซึ่งในส่วนพรรค ปชป.ประสานงานกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคือ 1.กลไกในคณะรัฐบาล ในฐานะพรรคร่วม และในฐานะกระทรวงต่างๆ ที่เราเข้าไปรับผิดชอบ ก็ปรากฏผลงานเป็นรูปธรรมมากมายตามสมควร ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ในเรื่องของการทำงานร่วมมือกับภาคเอกชนมาโดยลำดับ การให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส มาตรการต่างๆ ที่ออกมาช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนยากจน กลุ่มซาเล้ง และกลุ่มอื่นๆ เป็นต้น ก็ทำให้พี่น้องประชาชนชาวไทยเห็นผลงานที่ปรากฏ 2.นอกจากกลไกในรัฐบาลก็คือกลไกในสภาผู้แทนราษฎร การทำหน้าที่ของ ส.ส.ก็สะท้อนให้เห็นเป็นที่ยอมรับของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แม้ตอนนี้จะเหลือแค่ 52 เสียงก็ตาม แต่ก็เป็น 52 เสียงที่มีคุณภาพในการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และ 3.กลไกภายในพรรค ปชป. ซึ่งทีมอเวนเจอร์ของพรรคและทั้งการทำหน้าที่หัวหน้าพรรคของตน ทั้งของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารคนอื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่าเป็นที่ยอมรับตามสมควร

 

Advertisement

จัดจุรินทร์ออนทัวร์ทั่วปท.

“ถัดจากนี้ไป ผมก็มีแนวทางในการที่จะเดินทางไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในทุกภาค ในรูปแบบของจุรินทร์ออนทัวร์ ที่จะเดินทางไปในทุกภูมิภาคของประเทศ พร้อมกับคนรุ่นใหม่ของพรรค ซึ่งมีอยู่หลายท่าน ทั้งที่ได้เริ่มเข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรค และกำลังจะเดินเข้ามาในอนาคต สำหรับคนที่อยู่ในพรรคและเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะร่วมเดินทางไปกับผม เช่น ปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรค น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และคนรุ่นใหม่อื่นๆ ที่จะได้เดินทางร่วมขบวนกันไป เพื่อพบกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศในการรับฟังปัญหา หากคลี่คลายปัญหาอะไรให้ได้ก็จะทำทันที ขณะเดียวกันอะไรที่ยังไม่ได้ทำ หรือเป็นแนวคิดที่เป็นประโยชน์กับคนไทยทั้งประเทศก็จะได้นำมากำหนดเป็นนโยบายต่อไป” นายจุรินทร์กล่าว

 

ฟุ้งผลงานรมต.จับต้องได้

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรีและรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของซูเปอร์โพล ระบุพรรค ปชป.เป็นอันดับที่ 3 รองจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และเพื่อไทย ที่คนจะเลือกหากมีการเลือกตั้งใหม่ ว่าในฐานะเป็นคนรุ่นใหม่ของพรรคเห็นว่าเมื่อพิจารณาผลโพลก็มั่นใจในการทำงานของพรรค ปชป.ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากมีผลสำรวจสูงที่สุดในบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล เพราะรัฐมนตรีของพรรคทุกคนมีผลงานที่ประชาชนจับต้องได้และทำได้เร็ว เช่น โครงการประกันรายได้เกษตรกรที่สามารถเยียวยาและยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศกว่า 7 ล้านครัวเรือน โครงการเพิ่มค่าป่วยการให้พี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั่วประเทศ โครงการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น

ส่วนผลสำรวจของพรรคร่วมรัฐบาลน้อยกว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ประชาชนอาจมองว่าช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 มีความลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่หลังจากที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ประกอบกับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านเงินงบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อเยียวยาฟื้นฟูวิกฤตไวรัส รวมถึงเงินงบประมาณทั้งปี’63 ที่รัฐบาลกำลังเร่งใช้จ่ายและความต่อเนื่องในการบริหารจัดการงบประมาณปี’64 จะสามารถสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลได้

 

มั่นใจคะแนนนิยมรบ.พุ่งขึ้น

“เชื่อมั่นว่าหลังจากนี้รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะสามารถเรียกคะแนนนิยมให้กับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคให้กลับมานำพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างแน่นอน เนื่องจากเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมั่นใจในสายตานักลงทุนเรื่องความปลอดภัยจากเชื้อไวรัส และจะทำให้ประเทศไทยเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลก งบประมาณที่ลงไปฟื้นฟูเศรษฐกิจจะทำให้พี่น้องประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการลงทุนภาครัฐ จะสร้างงาน สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายเม็ดเงินจะไหลลงไปสู่พี่น้องประชาชนและทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยการบริโภคของภาคประชาชน เชื่อว่าจากนี้ไปคะแนนนิยมของพรรคร่วมรัฐบาลจะดีขึ้นตามลำดับ ด้วยฝีมือและการทำงานที่ทุ่มเทของรัฐบาล ที่มีนายกฯและรัฐมนตรีทุกคนทำงานกันอย่างสอดประสานสามัคคีเพื่อประชาชน” รองโฆษกพรรค ปชป.กล่าว