รื้อเต็นท์ผาหัวสิงห์ภูทับเบิก บดบังทัศนียภาพ ผู้ว่าฯลั่น”สังคมรับไม่ได้”

เด้งรับ! ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์จ่องัดคำสั่ง คสช.ที่ 35/59 รื้อสิ่งปลูกสร้างผาหัวสิงห์ สั่งรวบรวมข้อมูลใน 7 วัน ชงคปป.จังหวัดพิจารณาก่อนลงนาม

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า(คปป.) จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อบ่ายวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สอบถามถึงกรณีผาหัวสิงห์ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า ที่ตกเป็นกระแสดราม่าทางสื่อโซเชียล กรณีมีผู้ประกอบการทำธุรกิจลานกลางเต็นท์จนไปบดบังทัศนียภาพ ซึ่งนายสมบัติ จันทร์เพชร ปลัดอำเภอหล่มเก่า กล่าวชี้แจง พื้นที่ผาหัวสิงห์อยู่ในเขตอุทยานฯเขาค้อและอยู่นอกเขตกระทรวงพัฒนาสังคมฯ(พม.)ดูแล ล่าสุดทางคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจยึดพื้นที่และแจ้งดำเนินคดีกับผู้ถือครองที่ดิน นอกจากยังปิดประกาศห้ามก่อสร้างและใช้อาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ รวมทั้งยังติดตั้งป้ายแนวเขตอุทยานฯเขาค้อ จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่มีความเห็นร่วมกันใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.ที่ 35/59 ดำเนินการรื้อถอนต่อไป

นายพยนต์ เรืองระยนต์ ผอ.ศูนย์ป่าไม้เพชรบูรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่บริเวณผาหัวสิงห์เดิมเป็นเขตนิคมสงเคราะห์ชาวเขาทั้งหมด แต่หากเฉพาะบริเวณผาหัวสิงห์เป็น เขตอุทยานแห่งชาติเขาค้อ แต่บริเวณลานกางเต้นท์อยู่นอกเขตอุทยาน แต่สถานะเป็นป่าตามมาตรา 4 เพราะฉะนั้นผอ.สจป.ที่ 4 เห็นว่าสามารถใช้ พ.ร.บ.ป่าไม้ฯดำเนินการได้ แต่ในส่วนตัวเห็นว่าบริเวณนั้นมีความ พยายามจะแก้ปัญหาด้วยแผนแม่บทอยู่แล้ว มีการพยายามจะขอใช้พื้นที่จากครม. แล้ววิธีการที่ทำให้มีการรื้อถอนได้โดยไม่ต้องดำเนินคดีคือการใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ซึ่งหากติดป้ายให้รื้อถอนก็จบ ที่ดินไม่ต้องเสียสิทธิ์อะไร แต่เมื่อมีการจับกุมและส่งปจว.ราว 02.00 น.พื้นที่ราว 3 ไร่จึงทำให้เป็นคดี

“ที่ดินภูทับเบิกไม่สามารถจะแก้ไขด้วย พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 เพราะว่า จบไปก็รื้อถอนไม่ได้เพราะเป็นป่าตามพ.ร.บ.ป่าไม้ฯ 2484 ไม่มีอำนาจให้รื้อถอน สุดท้ายก็ต้องมาใช้คำสั่ง 35/59 เหมือนเดิม โดยคำสั่งนี้มีผู้ว่าราชการจังหวัด,นายอำเภอหล่มเก่าฐผอ.สจป.ที่ 4(พิษณุโลก), โยธาจังหวัดฯและพม.จังหวัด 5 คน ที่มีอำนาจในการลงนาม ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรืออะไรที่เป็นอันตรายกีดขวาง และให้กลับคืนสู่สภาพป่าเหมือนเดิม”นายพยนต์กล่าว

ทั้งนี้นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ จึงสอบถามถึงขั้นตอนต่อไปและมีการออกคำสั่งรื้อถอนไปหรือยัง ซึ่งนายสมบัติ จันทร์เพชร ปลัดอำเภอหล่มเก่า แจ้งว่าปัจจุบันยังไม่ได้สั่งรื้อ เพราะเป็นอำนาจของกรรมการ 5 คนลงนามสั่งรื้อ นายสืบศักดิ์จึงให้เร่งไปรวบรวมข้อมูลและนำเสนอที่ประชุมคณะคปป. หากที่ประชุมเห็นด้วยจะได้ออกคำสั่งรื้อถอนโดยให้เวลา 7 วันในการรวบรวมข้อมูล

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสังคมรับไม่ได้อยู่ๆไปอยู่บนเขาหัวสิงห์ทำไม่ได้หรอก ระหว่างนี้ให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งผู้ครอบครองที่ดินก่อนให้รื้อถอนเอง ไม่ฉะนั้นทางเจ้าหน้าที่จะรื้อให้และคิดค่าใช้จ่ายกับทางเจ้าของที่ดิน”ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon