บริษัทย่อยซีพีเอฟ เสนอขายหุ้นกู้ ผ่าน 7 สถาบันการเงิน คาดเปิดให้จองซื้อ 20 ส.ค.นี้

นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CPFTH เป็นบริษัทย่อยของซีพีเอฟที่ถือหุ้น 99.99% ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อขออนุญาตออกและเสนอขายหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จำนวน 5 รุ่น ได้แก่ หุ้นกู้ อายุ 4 ปี 6 เดือน อายุ 7 ปี อายุ 10 ปี อายุ 12 ปี และอายุ 15 ปี โดยมีธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) ธนาคารทหารไทย และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย คาดว่าจะเสนอขายภายในวันที่ 20 สิงหาคมนี้

บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจสัตว์บกครบวงจร ประกอบด้วย สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ และเป็ด จำแนกเป็น 3 ธุรกิจหลัก คือ 1. ธุรกิจอาหารสัตว์ (Feed) ได้แก่ การผลิตและการจำหน่ายอาหารสัตว์ 2. ธุรกิจเลี้ยงสัตว์ (Farm) ได้แก่ การเพาะพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้า และการแปรรูปเนื้อสัตว์ขั้นพื้นฐาน และ 3.ธุรกิจอาหาร (Food) ได้แก่ การผลิตเนื้อสัตว์แปรรูปกึ่งปรุงสุกและปรุงสุก ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปหรือผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานรวมถึงมีกิจการค้าปลีกอาหารและร้านอาหาร ภายใต้แบรนด์ต่างๆ อาทิเช่น ซีพีเฟรชมาร์ท, ธุรกิจห้าดาว, สตาร์คอฟฟี่, ซีพี คิทเช่น, ร้านอาหารสไตล์เกาหลีภายใต้ชื่อร้าน “ดัคกาลบี้”, ร้านอาหารบุฟเฟต์ อาหารทะเล นานาชาติ ภายใต้ชื่อ “ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์” เป็นต้น โดยปี 2562 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวมกว่า 1.44 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 27% ของซีพีเอฟ และEBITDA จำนวน 7.2 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 15% ของซีพีเอฟ และจากการที่ราคาของผลิตภัณฑ์สัตว์บกปรับตัวสูงขึ้นกว่าระดับของระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนและราคาเฉลี่ยของวัตถุดิบอาหารสัตว์ลดลง จึงส่งผลให้บริษัทฯ มีผลประกอบการที่ดีในไตรมาสแรกของปี 2563 โดยมีรายได้จากการขายเติบโตเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 13% ในไตรมาสแรกของปี 2563 เมื่อเปรียบเทียบกับระดับ 9% ในช่วงเดียวกันของปี 2562 ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2563 ที่ระดับ A+

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศูนย์ปราบหนี้นอกระบบตร. ลุยจับผู้ต้องหาเฉียด 400 ราย ยึดทรัพย์กว่า 200 ล้าน
บทความถัดไปสพฐ. สั่งสอบทวิตครู ไล่นร.รับไม่ได้เรื่องทรงผมไปตาย ชี้ทำจริงมีโทษไล่ออก