ประภัตร ยัน นาสุพรรณก็ไม่มีน้ำ หลัง 2 ส.ส.ภูมิใจไทยโอด นาอ่างทองแล้ง เผยที่อยู่กุญแจประตูน้ำ

ประภัตร ยัน นาสุพรรณก็ไม่มีน้ำ หลัง 2 ส.ส.ภูมิใจไทยโอด นาอ่างทองแล้ง เผยที่อยู่กุญแจประตูน้ำ

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณี 2 ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย พร้อมชาวนา จ.อ่างทอง รวมตัวกันปิดถนน กล่าวหา รมช.เกษตร ไม่ยอมปล่อยน้ำให้ชาวนาจ.อ่างทองแต่ปล่อยน้ำให้จังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งเป็นพื้นที่ของตัวเอง ว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีห่วงใยเรื่องสถานการณ์น้ำ เนื่องจากชาวนาอยากได้น้ำเพื่อทำนา แต่สถานการณ์น้ำวันนี้ เป็นระยะฝนทิ้งช่วงแหล่งน้ำต่างๆ ไม่ได้กักเก็บน้ำเอาไว้

ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์น้ำในเขตภาคกลาง ซึ่งมีกว่า 20 จังหวัดที่ใช้น้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีการรวบรวมมาและปล่อยน้ำมาใช้ได้ 700 ล้านลูกบาศก์คิว วันนี้ปล่อยมาวันละ 22 ล้านคิว หากไม่มีน้ำเติมเข้าไปประมาณ 1 เดือนน้ำก็จะหมด โดยขณะนี้อยู่ในฤดูของการทำนาปี บางส่วนที่มีฝนตกก็ทำนาไปแล้ว แต่ฝนทิ้งช่วงจึงมีปัญหา

ส่วนกรณีที่มีชาวนาออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยปล่อยน้ำทำนา เช่น จ.อ่างทอง มีส.ส.พรรคภูมิใจไทยออกมาพูดตนก็ดีใจ เพราะเป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ที่ออกมาดูแลชาวนา ทั้งนี้ ตนขอชี้แจงถึงเส้นทางน้ำไหลผ่าน คือ กำแพงเพชร นครสวรรค์ มาถึงเขื่อนเจ้าพระยาเหลือประมาณ 10 ถึง 12 ล้านคิว และในส่วนนี้จะมีการแบ่งน้ำอย่างเสมอภาค เป็นไปตามพื้นที่ คือ คลองมะขามท่าอู่ทอง ไม่มีการปล่อยน้ำเลย เพราะมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังปล่อยน้ำให้กับแม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำน้อย ซึ่งในเขตแม่น้ำน้อยมีการทำนาล่วงหน้าในเขต จ.อ่างทองแล้วประมาณ 60,000 ไร่ คนจังหวัดสุพรรณทำนาไปแล้วประมาณ 100,000 ไร่เศษ ดังนั้นปริมาณน้ำที่ลงไปจึงไม่มีการส่งลงคลองใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ยังต้องส่งไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อไล่น้ำเค็ม อีกส่วนหนึ่งยังส่งไปยัง จ.สระบุรี ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนี้ตนเห็นใจชาวนาเพราะทุกคนอยากได้น้ำ และทำนา เพราะหากขาดน้ำไปก็จะไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่การที่บอกว่าน้ำฝั่งโน้นหรือฝั่งนี้มากกว่ากันนั้นไม่เป็นความจริง ตนจึงไม่อยากให้มีความเข้าใจผิดหรือแตกแยกกัน เราจัดสรรน้ำด้วยความเป็นธรรม

เมื่อถามว่า ได้มีการทำความเข้าใจกับประชาชน จ.อ่างทองแล้วหรือยัง นายประภัตร กล่าวว่า ชาวนาเริ่มเข้าใจแล้ว ซึ่งตนได้มอบหมายให้รองอธิบดีกรมชลประทานไปชี้แจง ส่วนที่มีการขู่ว่าจะมีการปิดถนนนั้น มองว่าเป็นความรู้สึกเนื่องจากเขาอยากได้น้ำ อยากทำนา เราก็ไม่โทษอะไร อย่างไรก็ตามกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า ในเดือนสิงหาคมนี้จะมีพายุใหญ่ซึ่งเราหวังว่าถ้ามีมาจริงก็จะทำให้เกษตรกรทำนาได้อย่างสะดวก และยังมีการประเมินอีกว่าในสิ้นปีนี้จะมีน้ำเก็บมากกว่าปีที่แล้ว เราก็ดีใจว่าชาวนาจะได้ทำนาถึงสองครั้ง ตอนยืนยันว่าน้ำฝั่งจ.อ่างทอง และจ.สุพรรณบุรี ไม่มีเหมือนกัน

เมื่อถามว่า มีปัญหาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ในประทัดกล่าวว่าตนมองว่าไม่น่าใช่เรื่องการเมืองแต่เป็นความรู้สึกของชาวบ้านที่อยากได้น้ำทำนา ไม่มีการเมืองใดๆ ทั้งสิ้นทุกคนเหมือนลูกหลานของตน เพียงแต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยส่วนตัวกับทั้งสอง ส.ส. เพราะยังไม่ได้เจอ แล้วตอนอยากมาชี้แจงสถานการณ์ทั่วไปด้วยความห่วงใยประชาชน ว่าต้นทุนน้ำของเราไม่มีจริงๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับกุญแจประตูน้ำนั้นก็อยู่กับทางกรมชลประทาน ซึ่งเป็นคนเก็บดูแลไว้

ส่วนกรณีที่ ส.ส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทยเปิดเผยข้อมูลพบมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเรียกเก็บเงินจากชาวบ้าน ที่อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ในโครงการขุดเจาะบ่อบาดาลด้วยโซล่าเซลล์ในราคาหัวละ 35,000 บาทถึง 80,000 บาท นายประภัตร กล่าวว่า ทางกระทรวงไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าไปเก็บเงินจากประชาชน เพราะโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่รัฐบาลจัดสรรให้ประชาชนได้มีน้ำใช้ฟรี ส่วนตัวยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นและจะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบในวันนี้ เพราะรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไปช่วยเหลือประชาชนแล้ว ดังนั้นหากมีเรื่องการเรียกรับเงินขอให้เปิดเผยข้อมูล หรือนำเรื่องมาแจ้งกลับหน่วยงานของรัฐ เพื่อที่จะได้ดำเนินการกับข้าราชการ โดยยืนยันว่าจะเอาผิดทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon