‘จุรินทร์-เฉลิมชัย’ผนึกกำลัง’เกษตร-พาณิชย์’ลุยตลาดส่งออก’อาหารไทย’ติดท็อปเทนโลก

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานร่วมกับ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ในงาน “อาหารไทย อาหารโลก” จากวิสัยทัศน์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นภาคสองของวิสัยทัศน์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด”ภายใต้ยุทธศาสตร์ ตลาดนำการผลิตซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ได้จับมือกันกำหนดเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย 1 สร้าง 3 เพิ่ม 1.สร้างที่ว่าก็คือ สร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก 3 เพิ่มก็คือ 1.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 2.เพิ่มจีดีพีให้กับประเทศ 3.เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการทุกระดับโดยมีพันธกิจร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์

4 พันธกิจด้วยกัน 1.เราจะสร้างซิงเกิล บิ๊กดาต้า (Single Big Data) ร่วมกันทั้งสองกระทรวง มี ดาต้าของตัวเองแต่ต่อไปนี้เกษตรกับพาณิชย์ต้องมี Big Data เดียวคือSingle Big Data 2.การสร้างแพลตฟอร์มกลางให้เกิดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด”เพื่อใช้ร่วมกันของทุกฝ่าย 3.การร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตรและอาหารไทยทั้งในเรื่องคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับได้ 4.การที่จะต้องทำงานร่วมกันในการพัฒนาคนบุคลากรและผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและศักยภาพตามเป้าหมาย

“ถ้าถามว่าแล้วอาหารไทยจะพัฒนาตนเองขึ้นไปเป็นอาหารโลกมีความเป็นไปได้หรือไม่ ผมขอตอบตรงนี้เลยว่าเป็นไปได้ เพราะวันนี้การส่งออกอาหารของประเทศไทยขึ้นไปอยู่ลำดับที่ 11 ของโลกแล้วโอกาสที่จะขึ้นไปสู่อันดับต่อไปทำไมเราจะเดินไปไม่ได้ ถ้าเราจับมือกันและร่วมมือกัน เพราะมีสัญญาณที่บอกเหตุชัดเจนนอกจากเราขึ้นมาเป็นลำดับที่ 11 ของโลกแล้วอย่างน้อยที่สุดภายใต้สถานการณ์โลกที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ไม่ว่าเราจะต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เผชิญกับปัญหาสงครามการค้าซึ่งยังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่และค่าเงินบาทแข็งที่ความต้องการเสนอขายแข่งกับประเทศคู่แข่งของโลกเราต้องแบกรับภาระอาจจะทำให้ราคาสูงหรือศักยภาพในการแข่งขันของเราด้อยลงไปสุดท้ายเราก็ต้องมาเผชิญกับสถานการณ์โควิด แต่การส่งออกอาหารของประเทศไทยก็ยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีศักยภาพไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ อาหารทะเลแช่แข็ง ไก่สดแช่แข็ง ทูน่ากระป๋อง กุ้งสดแช่แข็ง แปรรูป น้ำตาลทราย เครื่องดื่ม เครื่องปรุงรส และอาหารสัตว์เลี้ยงที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นลำดับที่จะเป็นอันดับ4ของโลกแล้ว” นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตัวเลขล่าสุดในสถานการณ์โควิดและสถานการณ์ที่เรียนให้ทราบการส่งออกอาหารของเราเฉพาะเดือนพฤษภาคมปีนี้ตัวเลขล่าสุดเรายังเป็นบวกถึง 15.1% เฉพาะผักผลไม้แปรรูปแช่แข็งบวกถึง 83.5% ไก่แช่แข็งบวก13% และเฉพาะ 5 เดือนแรกของไก่สดแช่แข็งเราบวกถึง 27.9% นี่คือสัญญาณที่บอกว่าทำไมอาหารไทยจะผงาดอาจขึ้นมาเป็นเบอร์ต้นในอนาคตไม่ได้ ถ้าเราจับมือร่วมกันในการเดินไปข้างหน้ายุทธศาสตร์ “อาหารไทย อาหารโลก”ภายใต้ยุทธศาสตร์”เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด”จึงเกิดขึ้นเพื่อพาประเทศของเราไปสู่ความเป็นเบอร์ต้นของอาหารโลกด้วยเหตุผลหลายประการอย่างน้อยที่สุด ประการที่1 ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำเกษตรกรที่มีศักยภาพการผลิตต่างๆ วัตถุดิบเรามีความพร้อม ขณะเดียวกันกลางน้ำ การแปรรูปและการตลาดเราก็ไม่แพ้ประเทศไหนในโลก ประการที่2 อาหารไทยเป็นที่ยอมรับทั้งในเรื่องคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยที่ท่านรัฐมนตรีเกษตรตั้งเป็นเป้าหมายสำคัญเพราะถัดจากนี้ไปความปลอดภัยจะเป็นปัจจัยเบอร์ต้นต้นของโลกที่จะเลือกซื้อหรือไม่ซื้ออาหารของประเทศไหนในโลกรวมทั้งประเทศไทย ประการที่3 อาหารไทยมีอัตลักษณ์ของตัวเองและมีความหลากหลายที่ไม่แพ้ใครในโลก ประการที่4 อาหารไทยสอดคล้องกับเทรนด์ความต้องการของโลกสมัยใหม่ที่เรามีส่วนผสมส่วนประกอบของสมุนไพรและส่วนผสมหลายชนิดที่ผมคิดว่าสามารถสนองตอบความต้องการของตลาดโลกได้ ประการที่5 ผู้ประกอบการของไทยมีศักยภาพมีความแข็งแกร่งมีศักยภาพในการแข่งขันสูงไม่แพ้ชาติใดในโลก ประการที่6 การพัฒนาเทรนด์เทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆเรามีพัฒนาการขึ้นเป็นลำดับในการที่จะทำให้อาหารไทยสามารถผงาดขึ้นมาเป็นอาหารของโลกได้ในอนาคตรวมทั้งตลาดของประเทศไทยและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกที่เรามีอยู่ในปัจจุบันที่เราสามารถที่จะขยายออกไปได้

“มาถึงวันนี้ผมคิดว่าภายใต้ความร่วมมือร่วมใจของพวกเราและภายใต้คำมั่นสัญญาที่เราจะต้องยึดมั่นต่อไปนี้ที่จะจับมือเดินหน้าไปด้วยกันไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานภาครัฐอื่น รวมทั้งภาคเอกชนให้เกษตรกรเราสามารถที่จะบรรลุ 4 พันธกิจและบรรลุเป้าหมายอื่นๆได้อย่างแน่นอนอย่างน้อยที่สุดเราจะต้องร่วมมือร่วมใจกัน ประการที่หนึ่ง เพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อผลิตอาหารไทยป้อนตลาดโลก ประการที่สองเราจะต้องจับมือร่วมมือร่วมใจกันเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุกด้วยการรักษาตลาดเดิม เพิ่มตลาดใหม่ ฟื้นตลาดเก่าที่เรามีอยู่ และปรับรูปแบบการตลาดเรา จะต้องมีทีมเซลล์แมนจังหวัดที่ประกอบด้วยพาณิชย์จังหวัดภาคเอกชนในจังหวัดทีมเซลล์แมนประเทศที่ประกอบด้วยทีมไทยแลนด์ รวมทั้งทูตพาณิชย์ในต่างประเทศและภาคเอกชนที่จับมือร่วมใจกันเข้าสู่การตลาดยุคใหม่ไม่ว่าจะเป็นตลาดออฟไลน์ ตลาดออนไลน์ ตลาดเกษตรพันธสัญญา หรือว่าตลาดเคาน์เตอร์เทรดที่เราจะต้องปรับรูปแบบที่จะสนองตอบต่อความเติบโตของอาหารไทยให้ผงาดมาเป็นอาหารโลกต่อไปในอนาคต

ประการถัดมาอย่างน้อยที่สุดหวังว่าจะได้ความคิดเห็นจากภาคเอกชนและเราพวกเราในวันนี้โลจิสติกส์กำลังเป็นเงื่อนไขสำคัญ และเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จที่เราจะเดินหน้าไปสู่การเป็นอาหารโลก ท่านอยากเห็นอย่างไร กระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอื่นๆ จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร เป็นสิ่งที่เราจะต้องจับมือกันเพื่อลดต้นทุนและใช้ระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการตลาดภายในประเทศและส่งออกต่อไปในอนาคต นอกจากนั้นการที่จะต้องจับมือร่วมกันปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆที่เป็นอุปสรรคทำให้การประกอบธุรกิจง่ายขึ้น การที่จะประกอบกิจการด้านอาหารสามารถที่จะทำได้อย่างมีศักยภาพมากขึ้น รวมทั้งในเรื่องของการที่จะต้องเร่งรัดการทำข้อตกลงทางการค้าทั้งพหุภาคี ทวิภาคี และในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้เราสามารถที่จะแสวงหาความได้เปรียบหรือไม่เสียเปรียบในทางการค้าในการก้าวเข้าสู่ความเป็นหนึ่งในตลาดโลกในอนาคตให้ได้ รวมทั้งการที่จะต้องเตรียมการและเตรียมความพร้อมในเรื่องของการที่จะเดินหน้าพาอาหารไทยเข้าสู่ยุค หลังสถานการณ์โควิดหรือแม้แต่ในช่วงวิกฤตโควิดที่เราไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ในเรื่องของคุณภาพมาตรฐานและที่เน้นย้ำไปแล้ว เรื่องความปลอดภัย ผมคิดว่าถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันได้ทางกระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอื่นๆภาคเอกชนและภาคเกษตรกร วันนี้จะเป็นอีกวันหนึ่งที่จะได้นับหนึ่งพาประเทศของเราเดินไปข้างหน้าทำให้อาหารไทยของเราสามารถไปเป็นอาหารโลกได้ต่อไปในอนาคต ได้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ” นายจุรินทร์ กล่าว

ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แสดงวิสัยทัศน์เน้นการเกษตรไทย มาตรฐานโลกในการจับมือนำพาอาหารไทยป้อนให้ชาวโลกทั่วทุกทวีป พร้อมผลักดันให้ไทยส่งออกอาหารติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก โดยกล่าวว่า วันนี้เป็นอีกครั้งที่จะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย ที่กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ จะได้ทำงานร่วมกัน โดยต้องยอมรับว่า วันนี้ไม่ว่าอุตสาหกรรม หรือ ธุรกิจที่พัฒนาขึ้นมา แต่ประเทศไทยก็ยังเป็นประเทศเกษตรกรกรรม จากจำนวนพื้นที่ 138 ล้านไร่ ถือว่าเป็น 40 กว่าเปอร์เซนต์ของประเทศคือพื้นที่ทำการเกษตร ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าประเทศไทยคือประเทศเกษตรกรรม และ จีดีพีของประเทศ มาจากสินค้าภาคการเกษตร อยู่ที่เกือบ 20% เพราะฉะนั้นชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยที่อยู่ในแวดวงเกษตรกรทั้งหมด จำนวนกว่า 30 ล้านคน หมายถึงว่าวันนี้หากทำให้พี่น้องเกษตรกรก้าวผ่านความยากจน มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นได้ จึงหมายถึงความเข้มแข็งของประเทศ หมายถึงจีดีพีของประเทศในภาคการเกษตรจะเพิ่มขึ้น โดยสิ่งที่กระทรวงเกษตรฯ ทำในวันนี้ ก็คือความตั้งใจยกระดับพี่น้องเกษตรกรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นั่นหมายถึงการเติมเงินในกระเป๋าให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่ของราชการ

“เราทำอาชีพเกษตรกรรมมาคู่กับประเทศไทยมาแล้วหลายร้อยล้านปี เท่าที่ประเทศไทยมี หรือก่อนมีประเทศไทย แต่สิ่งที่ปรากฎเห็น นั่นคือพี่น้องเกษตรกรของเรายังยากจน ประเทศชาติ รัฐบาล ยังต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้าไปดูแลเกื้อกูลพี่น้องเกษตรกร ผมให้มองย้อนไปว่า ถ้าพี่น้องเกษตรกรของเราสามารถที่จะยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง สามารถมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้น งบประมาณที่จะนำไปดูแลพี่น้องเกษตรกรตรงนี้ก็จะช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญ เดินไปข้างหน้าได้มากกว่านี้อีกมากมาย เม็ดเงินก็จะเข้าประเทศ” นายเฉลิมชัย กล่าว

ดังนั้นสิ่งที่กระทรวงเกษตรฯ เน้นก็คือ การที่จะรักษาคุณภาพ เพิ่มผลผลิต ใช้หลักการตลาดนำการผลิต มาเป็นแนวทางในการที่จะให้พี่น้องเกษตรกรดำเนินวิถีชีวิตของเขา ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำกระทรวงฯ มีสิ่งหนึ่งที่ได้ประกาศเป็นนโยบายก็คือ การปฏิรูปภาคการเกษตร ก็หมายถึงว่าต้องให้พี่น้องเกษตรกรก้าวผ่านวิถีชีวิตเดิมๆ ของเขาให้ได้ หมายถึงว่าสิ่งที่เขาเคยทำด้วยความเคยชิน ที่ผ่านมาจะต้องเข้าไปปรับเปลี่ยน ไปเป็นพี่เลี้ยงให้ เพื่อให้เขาก้าวไปสู่เกษตกรทันสมัยให้ได้ ในวันนี้สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ที่ประเทศไทยต้องต่อสู้กับประเทศที่ประกอบอาชีพเกษตรเหมือนกัน ก็คือต้นทุนการผลิต จำนวนผลผลิตต่อหน่วย

“กรณีที่เราต้องเสียแชมป์เรื่องการส่งข้าวไป เพราะว่า 1. ต้นทุนการผลิตของเราสูงกว่า 2. ช่วงที่ผ่านมา เราขาดการนำงานวิจัย นวัตกรรมไปพัฒนาพันธุ์ข้าว ไปพัฒนาสิ่งที่เราควรทำ เรื่องนี้เป็นโจทย์ข้อนึงที่นายกรัฐมนตรีบอกว่า ภายในระยะเวลา 2 ปี จะต้องทวงแชมป์กลับคืนมาให้ได้ งานวิจัยที่มีความจำเป็น จะต้องถูกนำมาใช้ มีการไปต่อยอดถึงการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิต ลดต้นทุนให้ได้”

ดังนั้นการเกษตรในวันนี้จึงต้องหลุดพ้นจากวิถีเดิมๆ ของเกษตรกรที่มีมาเป็นร้อยๆ ปี แต่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากเป็นเรื่องง่าย ก็คงมีการปรับเปลี่ยนไปเรียบร้อยแล้ว แต่การปรับเปลี่ยนตอนนี้ไม่ใช่ว่าภาคราชการสามารถดำเนินการได้เพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่จะต้องเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชน ผู้ประกอบการจะต้องมาช่วยเป็นหลักในการเปลี่ยนวิถีชีวิตของพี่น้องเกษตรกร จากการผลิตสินค้าที่ทำตามฤดูกาล เป็นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด ส่วนราชการมีหน้าที่ลดต้นทุนการผลิตของพี่น้องเกษตรกรให้ได้ นำงานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี ไปช่วยพี่น้องเกษตรกร เพื่อเพิ่มผลผลิตลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพสินค้า

“1 ในนโยบายที่สำคัญของกระทรวงเกษตรฯ คือนโยบายเกษตรปลอดภัย และเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากวันนี้ในสภาพความเป็นจริงการจะก้าวสู่เกษตรอินทรีย์ได้ จะต้องผ่านเกษตรปลอดภัย ดังนั้นการจะทำเกษตรอินทรีย์เพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของโลก ณ วันนี้ได้ เพราะต้องใช้เวลา และต้องเตรียมการ แต่วันนี้สำหรับการบริโภคแล้ว ถือว่าเกษตรปลอดภัยก็มีความเพียงพอ เพราะกว่าจะมาถึงเกษตรปลอดภัยได้ ต้องมีกระบวนการผลิต กระบวนการตรวจสอบ กระบวนการการันตีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องออกมาพร้อมกับผลผลิต สิ่งเหล่านี้ถือว่าจะเป็นสิ่งที่พูดกันว่า นิวนอร์มอลหรือวิถีปกติใหม่ โดยจะต้องทำให้พี่น้องเกษตรกรมีความรู้สึกตรงนี้ให้ได้ ในสภาวะโควิด-19 ตอนนี้ทั่วโลกประสบเหมือนกัน เป็นวิกฤติที่ไม่เลือกเขาเลือกเรา เป็นเหมือนกันหมด แต่ความได้เปรียบทางภูมิภาคของประเทศไทย ทำให้วันนี้ทั้งภาคการเกษตร และการแปรรูป สามารถรักษาระดับการส่งออกสินค้าและมูลค่าไว้ได้” รมว.เกษตรฯ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บ๊วยเปิดใจ เล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ปักใจเชื่อเรื่องลี้ลับ และมั่นใจเรนนี่ ‘เห็นจริง คุยได้’
บทความถัดไป‘ไอเอฟเอบี’ ไฟเขียวลีกต่างๆ ใช้กฎเปลี่ยนตัวสำรอง 5 คนได้จนจบฤดูกาลหน้า