ภาพเก่าเล่าตำนาน : ยิว…อัจฉริยะเรื่อง‘น้ำ’ โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

ภาพเก่าเล่าตำนาน : ยิว…อัจฉริยะเรื่อง‘น้ำ’ โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

อิสราเอล…ดินแดนแห่งภูมิปัญญา นักสู้สิบทิศ เก่งไปหมด ได้รับการยกย่องว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง 3 ทวีปคือ ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา

เป็นอาณาจักรก่อกำเนิดของ 3 ศาสนา คือคริสต์ อิสลาม และยูดาห์ อิสราเอลถือว่าเป็นกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีพรมแดนติดกับเลบานอน ซีเรีย จอร์แดนและอียิปต์ มีประชากรราว 8 ล้านคนเศษ (สถิติปี พ.ศ.2662) สภาพภูมิประเทศค่อนข้างแคบและยาว มีความยาวประมาณ 470 กม. กว้าง 135 กม.

60% ของประเทศเป็นทะเลทรายและที่เหลือก็แห้งแล้ง

ชาวยิว คือ “ชนชาติที่ถูกฆ่าทิ้ง” มากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก โดยเฉพาะในระหว่างในสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยเหตุผลประการ 1 คือ เป็นชนชาติที่กุมสภาพเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง แบบครอบคลุม และผูกขาด

ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมัน สั่งให้นำชาวยิว หญิง ชาย เด็ก ไปยิงทิ้งเหมือนยิงสัตว์ นำชาวยิวไปเข้าห้องอบแก๊สพิษตายเหมือนฆ่าแมลงสาบ แบบสยดสยอง ตายไปราว 6 ล้านคน ศพกองพะเนินเทินทึก

เป็นประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เลวร้ายที่สุด

พ.ศ.2490 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ สหประชาชาติได้แบ่งแยกดินแดนปาเลสไตน์ออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนหนึ่งให้เป็นที่อาศัยของชาวยิว และอีกส่วนเป็นพื้นที่ของชาวอาหรับ

1 ปีต่อมา…ชาวยิวได้สถาปนารัฐอิสราเอลขึ้น เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวยิวกับชาวอาหรับ กลุ่มอาหรับที่ประกอบด้วยอียิปต์ ซีเรีย จอร์แดน และเลบานอนได้สนับสนุนการตั้งองค์การเพื่อปลดปล่อยปาเลสไตน์ (Palestine LiberationOrganization : PLO)

เมื่อแรกเริ่มสร้างชาติ พ.ศ.2498 กฎหมายข้อ 1 ของอิสราเอลระบุว่า “ทรัพยากรน้ำทั้งหมดในอิสราเอลถือเป็นสาธารณสมบัติ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยรัฐบาล ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการจัดสรรปันส่วนน้ำอย่างเหมาะสม และเท่าเทียม แม้แหล่งน้ำนั้นจะตั้งอยู่ในอาณาเขตของเอกชนก็ตาม”…

ผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวถึงสงครามระหว่างยิวกับกลุ่มประเทศอาหรับ ชนชาติยิว ที่ถูกรุมกินโต๊ะ มีข้าศึกรอบทิศ… รบเก่ง ฉลาดล้ำ แผลงฤทธิ์เอาชนะข้าศึกได้ทั้งหมด ชาวโลกตกตะลึง ต้องหันมามอง ..

พลเมืองอิสราเอลชาย-หญิง ราว 8 ล้านคนเศษ เป็นทหารกันทั้งประเทศ มีปรปักษ์รอบบ้าน…ฟาดข้าศึกราบเรียบ เตียนโล่ง

ภาพเก่า…เล่าตำนาน จะขอนำพาท่านผู้อ่านมารู้จักชาวยิวที่ต่อสู้ ดิ้นรน สร้างบ้าน สร้างเมืองจากที่ไม่มีอะไรเลย…ในเวลาไม่นานนัก ชนชาติยิวขึ้นมายืนสง่าบนแถวหน้าของโลกได้ในทุกมิติ

ชาวยิวพลิกทะเลทรายเป็นพื้นที่การเกษตร มีคนงานไทยไปทำงานหาเงินในภาคการเกษตรมากกว่า 2 หมื่นคน

ชาวอิสราเอลเป็นประชากรที่มีคุณภาพ อัจฉริยะระดับโลกที่คิดค้น สร้างผลงานให้ชาวโลกหลายคน คือ ยิว

โบราณกาลนานมา ชาวยิวกระจัดกระจายทำมาหากินอยู่ทั่วโลก เก่งเรื่อง ค้าขาย การเงิน การคลัง หลายประเทศในยุโรปมีชาวยิวคุมสภาพด้านเศรษฐกิจ เป็นเจ้าสัว เป็นพ่อมดทางการเงิน… ยิวไม่มีดินแดนเป็นของตัวเอง

เมื่อถูกบีบบังคับให้ไปตั้งประเทศอยู่ในทะเลทรายตั้งปี พ.ศ.2491 ก็มิได้ย่อท้องอมืองอเท้า… โจทย์ข้อแรก คือ ประชาชนยิวจะเอาอะไรกินวะ…?

รัฐบาลยิว มุ่งหา “น้ำจืด” เพื่อการเพาะปลูกเป็นลำดับแรก มีแผนงานชัดเจน 3 แนวทางคือ ประหยัดน้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ และนำน้ำทะเลมาสกัดเป็นน้ำจืด

นี่คือ คาถาศักดิ์สิทธิ์ 3 ข้อ ที่ใครก็พูดได้ แต่ที่ทำได้จริง คือ ยิว

การวิจัย ทดลอง ค้นคว้า คือ กุญแจดอกสำคัญ ที่จะทำให้น้ำทะเลที่มีอยู่รอบตัวที่กิน-ใช้ไม่ได้ กลายเป็นน้ำจืดให้จงได้ และดำเนินการหาแหล่ง น้ำจืด ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์

ยิว ทุ่มเทพลังสมองเพื่อการทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด ก้าวหน้าประสบความสำเร็จทีละขั้นสำหรับการ “ลดต้นทุน” การผลิต

เวลาผ่านไปไม่นาน…เกิดโรงงาน “สกัดน้ำทะเลมาทำน้ำจืด” ของอิสราเอล เป็นโรงงานใหญ่ที่สุดในโลกที่สกัดน้ำทะเลด้วยระบบ RO (reverse osmosis) สามารถนำน้ำทะเลมาสกัดเป็นน้ำจืด ถึงขั้นดื่มกินได้ในอัตราที่น่าพอใจ เทคโนโลยีที่ต้องทุ่มเทสุดชีวิต คือ การแยกเกลือออกจากน้ำ

ความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจาก ภาคเอกชน ที่กล้าลงทุน

อันที่จริง…นักวิทยาศาสตร์ในหลายประเทศต่างก็มุ่งมั่นวิจัยเรื่องการทำน้ำทะเลเป็นน้ำจืดเช่นกัน หากแต่นักวิทยาศาสตร์ยิวคิดค้นระบบทำให้ต้นทุนต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ยิวไปผูกไมตรีกับประเทศจอร์แดนเพื่อขอซื้อน้ำจืดอีกส่วนหนึ่ง การบริหารจัดการน้ำเป็นไป “มืออาชีพ” ใช้เทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นมาเอง การวางระบบท่อน้ำใต้ดิน คิดเอง ทำเอง ที่ชาวโลกต้องขอไปดูงาน

เมื่อมีน้ำ ก็สามารถเพาะปลูกพืช สร้างแหล่งอาหารเลี้ยงตัวเองได้ ช่วงที่กำลังลำบากแสนสาหัส ชาวยิวที่อยู่นอกประเทศก็ตั้งกลุ่มกองทุนแห่งชาติชาวยิว รวบรวมความช่วยเหลือจากชาวยิวในที่ต่างๆ ทั่วโลกส่งเงิน และเทคโนโลยีไปที่ประเทศแม่

ลักษณะนิสัยตรงนี้ คงเหมือนชาวจีนนะครับที่ “ชาวจีนโพ้นทะเล” แม้กระทั่งในสยามในอดีต ก็ส่งเงินกลับไปแผ่นดินแม่

ยิว คือ ผู้คิดค้นระบบ “น้ำหยด” ในการเกษตร งานวิจัยพบว่าระบบน้ำหยด คือ การใส่น้ำในพืชอย่างแม่นยำมากขึ้น ปริมาณการใช้น้ำที่แท้จริงลดลง ปริมาณน้ำฝนต่อปีจัดอยู่ระหว่าง 1,000 มม. ทางเหนือสุดของประเทศ และต่ำสุดจนถึง 31 มิลลิเมตร ทางใต้สุด นอกจากนี้ ในช่วง 4 เดือนที่มีฝนตกตั้งแต่ พ.ย.จนถึง ก.พ. ปริมาณน้ำฝนแต่ละปีไม่คงที่

Drip Irrigation หรือที่บางคนเรียกว่า “ไมโครชลประทาน” เป็นนวัตกรรมการรดน้ำต้นไม้ แทนที่จะปล่อยน้ำท่วมทุ่งและใช้ปุ๋ยปริมาณมหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่สูญเปล่า น้ำหยดและปุ๋ยจะถูกหยดลงบนรากพืชโดยตรง

ทุกวันเวลา นาที หน้าที่ของรัฐบาลและภาคเอกชน มุ่งแสวงหาน้ำจืด การทำงานแบบอัจฉริยะ คือ โครงการสร้างท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ ส่งน้ำจากเหนือลงมาทางภาคใต้ที่แห้งแล้ง การนำน้ำเสียกลับมาใช้ประโยชน์ และการกลั่นน้ำจืดจากทะเล

อิสราเอลสร้างอ่างเก็บน้ำจืด สร้างทัศนียภาพที่สวยงาม ทำชีวิตในทะเลทรายที่แห้งแล้งกันดารให้เขียวสดใส เป็นที่อยู่อาศัยให้นกและปลาจำนวนมาก สระน้ำสีฟ้าที่มีอยู่ทั่วแผ่นดินเหล่านี้มีส่วนช่วยทางเศรษฐกิจ-นิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมที่เป็นความมหัศจรรย์

จากที่เคยเป็น “ยาจก” ขาดแคลนน้ำ การทำงานแบบถวายชีวิตของชาวยิว เลยทำให้ทุกวันนี้ ยิวกลายเป็น “มหาอำนาจเทคโนโลยีของน้ำ” ไปแล้ว

กรุงเทลอาวีฟเคยอาจหาญจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำ ที่สร้างความประหลาดใจให้กับชาวโลก รวมทั้งเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ที่เชิญชวนชาวโลกไปชมและเพื่อการค้า

ท่อน้ำจืด เดินทางไปทั่วประเทศ แบบใยแมงมุม สำหรับการอุปโภคบริโภคและผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังต้องนำน้ำไปเติมในใต้ดินในแผ่นดินทะเลทรายในฤดูหนาวเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำใต้ดิน ซึ่งจะสร้างความชุ่มชื้นให้กับพืชผักที่ปลูกในทะเลทรายได้

เพื่อพิชิตความแห้งแล้งอย่างยั่งยืน มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ 220 แห่งทั่วประเทศ การก่อสร้างทุกแห่งเป็นไปตามแผนงานเพื่อการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการเติมน้ำลงอ่าง และลงใต้ดิน

การสร้างอ่างเก็บ “น้ำล้น” ที่คนไทยเรียกว่า “อ่างพวง” เพื่อให้น้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำแห่งแรกจะเติมและเติมน้ำส่วนเกินที่รั่วไหลลงสู่แม่น้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำถัดไป อ่างเก็บน้ำถูกสร้างขึ้นในทิศทางของการไหลของน้ำจากใต้สู่เหนือ หยดน้ำที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งนั้นมีส่วนช่วยในการสร้างที่ทำกินเพื่อการดำรงชีวิตของชนรุ่นต่อไป

ประเทศอิสราเอลลงทุนนำน้ำเสีย น้ำที่ใช้แล้วมารีไซเคิลได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราการใช้น้ำ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นับเป็นอันดับ 1 ของโลก

แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำที่ต้องทำให้ได้ คือการเพิ่มขีดความสามารถการรีไซเคิลน้ำเสีย 2 ใน 3 ของน้ำเสียในอิสราเอลได้รับการชำระให้บริสุทธิ์และใช้เป็นหลักในการเกษตร

และแล้ว… ยิวก็ก้าวขึ้นสู่ระดับผู้นำด้าน เทคโนโลยีเรื่องน้ำและพลังงาน ที่กลายเป็นสินค้าส่งออก

ข้อมูลที่น่าสนใจ คือ การใช้น้ำในอิสราเอล…. 7 เปอร์เซ็นต์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรม 38 เปอร์เซ็นต์สำหรับใช้ในครัวเรือน และ 55 เปอร์เซ็นต์สำหรับการเกษตร

ผู้เขียนเคยเดินทางไปราชการ ณ ประเทศอิสราเอล เพื่อทำความตกลง ความร่วมมือระดับกระทรวงกลาโหม ไทย-อิสราเอล

ต้องยอมรับว่า อิสราเอลเป็นประเทศที่เจริญแล้ว มั่งคั่ง แบบยั่งยืน ประชาชนชายหญิง คือ ทหาร เค้าและเธอสะพายอาวุธปืนยาวเดินในเมืองกันแทบทั้งนั้น… กินอาหาร ช้อปปิ้ง เป็นภาพที่น่าตื่นเต้น

ในระหว่างเดินทางต่างเมืองที่เป็นทะเลทราย คณะต้องแวะรับประทานอาหารกลางวัน เจ้าของร้านสุภาพสตรีทราบว่าคณะเราเป็นคนไทย…ดีอกดีใจ ไปเรียกกุ๊กทำอาหารมาพบ…เค้าคือ ชายไทยจากอีสาน มาทำงานหาเงิน แล้วสิ่งที่ต้องทำ คือ เข้าไปในครัว รีบทอดไข่เจียวมาให้คณะได้รับประทาน…เธอชมกุ๊กคนไทย อยากให้เค้าทำงานในร้านตลอดไป

ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือ อิสราเอลยังเก่ง สำเร็จในการพัฒนาพันธุ์พืช ผัก ผลไม้ชั้นดี ส่งออกไปขายในตลาดโลก ทำเงินเข้าประเทศมหาศาล คนงานส่วนหนึ่ง คือ คนไทยที่ไปทำงานในฟาร์ม

เทคโนโลยี การกลั่นน้ำทะเลของยิว มีคุณภาพและรสชาติที่ดื่มได้อย่างสนิทใจ

ภาคเอกชนของอิสราเอลมีบริษัทจำนวนมาก ที่ออกไปรับเหมารับจ้างบำบัดน้ำเสีย ทั้งในโรงงานอุตสาหกรรม ในระบบปศุสัตว์และเกษตรกรรม

อิสราเอล ประเทศเกิดใหม่ ได้ศึกษาค้นพบ “สมการน้ำ” และสร้างขึ้นเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาธรรมชาติอีกต่อไป

ในอดีตที่อิสราเอลเคยซื้อน้ำจืดจากจอร์แดน…ปัจจุบันอิสราเอลผลิตน้ำทะเลเป็นน้ำจืดแล้วส่งกลับไปขายให้จอร์แดนในราคาถูกแบบราคามิตรภาพ….

คำขวัญที่ว่า “อย่าสิ้นเปลืองน้ำสักหยดเดียว” จึงเป็นหลักการใช้ชีวิตของทุกบ้านเรือนในอิสราเอล

ทั่วโลกยกย่องว่า…อิสราเอล คือ ประเทศที่เป็นมหาอำนาจการบริหารจัดการน้ำ ประหยัดน้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ และนำน้ำทะเลมาสกัดเป็นน้ำจืดแบบดื่มได้ … ตามคาถา 3 ข้อที่วางแผนไว้

การแก้ปัญหายากๆ ทั้งปวง…ต้องยกให้ “ชาวยิว”

วันนี้อิสราเอล คือ 1 ในมหาอำนาจของโลกในทุกมิติ… รวมทั้งการทหาร …

พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เดินหน้าชน : วีไอพีโมเดล โดย นายด่าน
บทความถัดไปซาบซึ้ง …ชุดเจ้าสาว-เทียร่า เจ้าหญิงเบียทริซในวันเสกสมรส เป็นของส่วนพระองค์ ควีนเอลิซาเบธที่ 2