ผู้เลี้ยงหอย ‘อ่าวบ้านดอน’ วอนรัฐผ่อนผันรื้อถอนขนำ โอดเขตอนุญาตโดนด้วย 700 หลัง

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงหอยทะเลในอ่าวบ้านดอน จากพื้นที่ อ.เมือง, พุนพิน, ไชยา, ท่าฉาง, กาญจนดิษฐ์ และ อ.ดอนสัก กว่า 500 คน รวมตัวกันยื่นหนังสือต่อนายธีระ อนันตเสรีวิทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นาวาเอกวศากร สุนทรนันท์ รอง ผอ.ศรชล.จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสุเชาว์ ทูโมสิก ป้องกันจังหวัด และนายเกียรติศักดิ์ เกษมพันธ์กุล ประมงจังหวัด เพื่อขอผ่อนผันการรื้อถอนขนำหรือสิ่งปลูกสร้างในอ่าวบ้านดอน ตามคำสั่งจังหวัดวันที่ 12 มิถุนายน 2563

นายจิโรจน์ เผือกเกลี้ยง ประธานชมรมประมงพื้นบ้าน อ.ท่าฉาง กล่าวว่า การแก้ปัญหาในอ่าวบ้านดอน ซึ่งมีคำสั่งให้รื้อถอนขนำเฝ้าคอกหอย โดยไม่มีข้อยกเว้นว่าอยู่พื้นที่อนุญาตหรือนอกเขตอนุญาต ทำให้ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงหอยทะเลที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ อ.ท่าฉาง, กาญจนดิษฐ์ และ อ.ดอนสัก กว่า 700 ราย ได้รับผลกระทบ ซึ่งในความเป็นจริงการเพาะเลี้ยงหอยในทะเลมีความจำเป็นต้องมีขนำเฝ้าทรัพย์สินและหลบแดดฝนพายุ ซึ่งหากไม่มีขนำจะเกิดปัญหาลักขโมยและกระทบสิทธิชาวประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงหอยทะเลอันเป็นสัญลักษณ์ของ จ.สุราษฎร์ธานี

นายประภาส รักเดช เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยนอกเขตอนุญาตในพื้นที่ อ.เมืองและ อ.พุนพิน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการนอกเขตอนุญาตได้ซื้อลูกหอยมาเพาะชำ ล่าสุดมีอายุ 6-7 เดือน และจะสามารถจับหอยได้ภายใน 1 ปี จึงขอความเมตตาให้ภาครัฐผ่อนผันการรื้อขนำและสิ่งปลูกสร้างโดยขอให้แก้ไขปัญหาบนพื้นฐานเศรษฐกิจและอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้าน

นายธีระกล่าวว่า การสร้างขนำในทะเลยังเป็นปัญหาด้านกฎหมายที่เกษตรกรผู้ได้รับอนุญาตกำลังประสบอยู่ ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือว่าจะช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจะมอบหมายให้คณะอนุกรรมการศึกษาแก้ไขปัญหาการเพาะเลี้ยงหอยทะเลของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปศึกษาเพื่อให้การแก้ปัญหายั่งยืนและถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย แต่ขณะนี้เมื่อมีประกาศจังหวัดให้รื้อถอนแล้วต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย

“สิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในทะเล ถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมด แต่จะยืดหยุ่นอย่างไร ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอาจต้องใช้ช่องการอุทธรณ์ให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งเราจะนำไปพิจารณาดูแลให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทราบดีว่าผู้เลี้ยงหอยจำเป็นต้องมีขนำเพื่อดูแลและป้องกันทรัพย์สิน ขณะเดียวกันบ้านเมืองมีหลักกฎหมาย ที่ผ่านมาอาจมีการอะลุ่มอล่วยกัน แต่ถึงยุคนี้ประชาชนต่างฝ่ายมีความต้องการใช้พื้นที่ในทะเล จึงจำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะความสมหลากหลายเพื่อความยั่งยืนต่อไป” นายธีระกล่าว


รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุด มีผู้ประกอบการยอมรื้อถอนขนำเองแล้ว 42 หลัง อยู่ใน อ.เมือง 13 หลัง อ.พุนพิน 21 หลัง อ.กาญจนดิษฐ์ 7 หลัง และ อ.ท่าฉาง 1 หลัง โดยคณะทำงานของกรมประมงและกรมเจ้าท่า ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีสิ่งปลูกสร้างขนำในทะเลอ่าวบ้านดอน 176 คดี ประกอบด้วย อ.เมือง 93 หลัง อ.พุนพิน 83 หลัง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“มอกะเสด” จัดชุมนุมต้านรัฐบาลต่อเนื่องหยุดคุกคามคนเห็นต่าง-ยุบสภา-แก้รธน.
บทความถัดไปเฮ! ปลดล็อกเพิ่ม 31 กีฬา ‘เทควันโด รักบี้ วิ่ง-ว่ายน้ำ มาราธอน’ จัดแข่งได้แล้ว