อุดรฯนำร่อง เปิด ‘โรงพัก’ ใน ‘รพ.’ ตัดวงจรโจ๋ตีกัน

โรงพักในรพ.

อุดรฯนำร่อง เปิด ‘โรงพัก’ ใน ‘รพ.’ ตัดวงจรโจ๋ตีกัน

โรงพักในรพ. – จากเหตุการณ์สุดอุกอาจ กลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคนบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่หมอและพยาบาลภายในห้องฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ ขณะที่หมอและพยาบาลกำลังให้ความช่วยเหลือกลายเป็นประเด็นร้อนของสังคม ทั้งๆ ที่กรณีนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคมไทย หลายครั้งมีความพยายามล้อมคอกไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก

ไม่ต่างจาก จ.อุดรธานี ก็เกิดเหตุทะเลาะวิวาทในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลซึ่งมีความถี่-ความรุนแรงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนถูกนำไปพูดคุยกันในคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัด ก่อนจะมีคำสั่งไปยังทุกสถานีตำรวจ ร่วมมือกับโรงพยาบาล ป้องกันแก้ไขตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลก็มีแนวทางแตกต่างกัน

มีการประเมินจากสถิติพบเวลามักเกิดเหตุ ช่วงหลังสถานบันเทิงปิด, หลังการแสดงคอนเสิร์ต, ในช่วงการจัดงานประจำปีของจังหวัด-อำเภอ-วัด-เอกชน และช่วงเทศกาลปีใหม่-สงกรานต์-ลอยกระทง-ออกพรรษา ส่วนผู้ก่อเหตุประกอบด้วย คู่กรณีของผู้บาดเจ็บ (วิวาท-อุบัติเหตุ) ตามมาทำร้าย หรือเผชิญหน้ากันขณะมาพบแพทย์, ญาติผู้บาดเจ็บตามมาดูอาการ ไม่พอใจการตรวจรักษา และผู้บาดเจ็บ ที่ไม่พอใจการตรวจรักษา โดยทั้งสามกลุ่มมีปัจจัยเข้าไปเกี่ยวข้องคือ “เมา”

ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2562 ช่วงคาบเกี่ยวการปรับแผนตามนโยบาย ลดความแออัดในห้องฉุกเฉิน นำร่อง 16 รพ.ทั่วประเทศ นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี ได้เปิดให้บริการ “คลินิกนอกเวลา” และออกแบบเตรียมปรับปรุง “ห้องฉุกเฉินคุณภาพ” ได้เกิดเหตุวัยรุ่นตามมาทำร้ายกันในห้องฉุกเฉินในรอบ 2 เดือนถึง 6 ครั้ง แม้ทุกคนถูกดำเนินคดี แต่เหตุได้เกิดขึ้นไปแล้ว

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ขณะนั้นได้ร่วมกับ รพ.ศูนย์อุดรธานี ออกมาตรการป้องปรามโดยจัดตั้ง สถานีตำรวจชุมชน รพ.อุดรธานี อยู่บริเวณด้านหน้าห้องฉุกเฉิน พร้อมมีอุปกรณ์ยุทธวิธีควบคุมความรุนแรง ไม่มีตำรวจประจำอยู่ที่สถานี แต่จะมีสายตรวจแวะเวียนมาทุก 1-2 ชม.หรือในช่วงเวลาเกิดความเสี่ยง หรือได้รับแจ้งจาก รพ. พร้อมจัดการซ้อมจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงขึ้น ประกาศย้ำนโยบายจับผู้ก่อเหตุทุกราย

“ห้องฉุกเฉินคุณภาพ” ได้รับปรับปรุงตามแบบสากล และติดตั้งระบบไอทีทันสมัย เปิดให้บริการสมบูรณ์มาตั้งแต่เมษายน 2563 มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ซึ่งตลอดเวลา 7-8 เดือนที่ผ่านมา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ ความรุนแรงในห้องฉุกเฉินเลย แม้จะมีบางครั้งเสี่ยงจะเกิดเหตุ ล่าสุดเมื่อตี 1 เศษคืนวันที่ 19 กรกฎาคม มีวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บจากเหตุวิวาท ในสถานบันเทิง 4 คน 1 ในนั้นถูกแทงอาการสาหัส มีเพื่อนมารวมตัวที่ รพ. แต่เข้าไปในห้องฉุกเฉินไม่ได้

นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี เปิดเผยว่า ไม่ใช่เพียงอาคารสถานที่ เครื่องไม้เครื่องมือ แต่รวมถึงความร่วมมือจากหลายฝ่าย จนเกิดระบบป้องกันความรุนแรงขึ้น และยังมีการซักซ้อมกันเดือนละ 2 ครั้ง เพราะหากมีเหตุการณ์รุนแรง จะกระทบกับผู้ป่วยที่เราดูแล ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยหนัก ความตกใจอาจจะทำให้การดูแลผู้ป่วยบกพร่องได้ ไม่อยากจะให้เกิดเหตุรุนแรงจะดีที่สุด

“ห้องฉุกเฉินคุณภาพ จะมีประตู 2 ชั้น เปิดปิดด้วย รปภ.เท่านั้น ประตูแรกเป็นจุดคัดกรอง เพื่อเข้าไปในจุดรอคอย ประตูสองจะเข้าไปห้องฉุกเฉิน แบ่งเป็น 3 โซน คือ สีเหลือง-อาการเล็กน้อย, สีชมพู-อาการปานกลาง และสีแดง-อาการหนัก เชื่อมต่อไปยังห้องผ่าตัด และยังมีห้องความดันลบ สำหรับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ และมีหอผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน รอดูอาการไม่ต้องส่งเข้าโรงพยาบาล 24-72 ชม. ด้วยระบบไอที จัดเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ป่วย ออนไลน์ไปให้แพทย์ดูได้ทันที และกล้องวงจร 12 ตัว พร้อมห้องควบคุม”

นพ.ณรงค์ ธาดาเดช

ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานีกล่าวด้วยว่า สถานีตำรวจชุมชน รพ.อุดรธานี ป้องปรามผู้จะก่อเหตุได้ดี แต่ก็มีระบบรับมือควบคู่กันไป เริ่มจากหากมีผู้ป่วยเข้ามา แล้วพบเกิดจากเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย รปภ.จะแจ้งสนับสนุน รปภ.มาที่ห้องฉุกเฉินเพิ่ม โดยไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปในห้องฉุกเฉิน แจ้งตำรวจให้ส่งสายตรวจมาสถานี หากมีความรุนแรงเพิ่มเกรงจะรับไม่ได้ จะแจ้งให้บุคลากรทางการแพทย์ในห้องฉุกเฉิน เคลื่อนย้ายผู้ป่วย อุปกรณ์การแพทย์ราคาสูง เก็บย้ายของมีคมทั้งหมด

ห้องฉุกเฉินคุณภาพ รพ.ศูนย์อุดรธานี เป็นนโยบายกระทรวงสาธารณสุข และเป็น 1 ใน 16 โรงพยาบาลนำร่อง

ถือเป็นต้นแบบในการล้อมคอกป้องกันเหตุวัยรุ่นตีกันในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในยุคนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักวิชาการชี้ส่งออกไทยอ่วม ทั้งปีลบ10% อาฟเตอร์ช็อกโควิด-19 กลืนธุรกิจ-ใช้จ่ายชะงัก
บทความถัดไปอ่านเพิ่มความเชื่อมั่น จองได้แล้ว ‘ไดอารี่ล็อคดาวน์อู่ฮั่น’