ปลดล็อกเมืองระยะ5 ธุรกิจโล่งขึ้น แรงงานภาคบริการขยับ แต่ภาคอุตฯนิ่ง

รายงานจากฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยผลสำรวจผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ และเอสเอ็มอี 297 ราย กรณีผลกระทบจากโควิด-19 ต่อภาคธุรกิจไทยเดือนกรกฎาคม 2563 ในภาพรวม พบว่า ผลกระทบจากโควิด-19 ที่มีต่อภาคธุรกิจได้ผ่อนคลายลง สะท้อนจากสัดส่วนผู้ประกอบการได้รับผลกระทบที่ลดลงต่อเนื่อง จากมาตรการผ่อนคลายการปิดเมืองที่เข้าสู่ระยะ5 แบ่งผลการสำรวจเป็น 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1. การขนส่งสินค้าและการส่งออกสินค้า พบว่า มีผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผลกระทบในเดือนกรกฎาคม 21% ดีขึ้นกว่าเดือนมิถุนายน ที่อยู่ในระดับ 17.2% 2. การนำเข้าสินค้า พบว่า มีผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผลกระทบในเดือนกรกฎาคม 33.4% ดีขึ้นกว่าเดือนมิถุนายน ที่อยู่ในระดับ 25.9 % 3. มาตรการ Social Distancing พบว่า มีผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผลกระทบในเดือนกรกฎาคม 30.7% ดีขึ้นกว่าเดือนมิถุนายน ที่อยู่ในระดับ 22.6%

ในรายงาน พบอีกว่า สัดส่วนผู้ได้รับผลกระทบที่ลดลงนี้ส่งผลดีไปยังการจ้างงาน สะท้อนจากการที่ภาคธุรกิจลดการใช้นโยบายปรับเปลี่ยนการจ้างงานลงในเกือบทุกรูปแบบ ยกเว้นบางธุรกิจในภาคที่มิใช่การผลิตที่ยังคงใช้นโยบายลดชั่วโมงการทำงานมากขึ้น ได้แก่ ภาคการค้าและกลุ่มที่พักแรมและร้านอาหาร ตามกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่ยังกลับมาไม่มาก ทั้งนี้ พบว่าผลกระทบด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคและปัญหาด้านขนส่งกลับมากขึ้นในบางกลุ่ม เช่น กลุ่มผลิตเครื่องจักรและกลุ่มบริการทางการเงิน ที่ได้รับผลกระทบทางลบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการจับจ่ายลดลง ซึ่งส่งผลถึงความต้องการเครื่องจักร การขยายสินเชื่อ รวมถึงคุณภาพสินเชื่อ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด 19

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image