พณ.กางสินค้าศักยภาพปี63 ยังทำเงินในตลาดส่งออกสำคัญ แม้เจอวิกฤตโควิดระบาด

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 การส่งออกของไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจการค้าโลกชะลอตัว เนื่องจากมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมโรคทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายภาคส่วนต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว ซึ่งแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยจะสามารถควบคุมได้ดี แต่สถานการณ์ในหลายประเทศทั่วโลกยังวิกฤติจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่ยังคงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุปสงค์จากต่างประเทศลดลงต่อเนื่อง สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกที่ลดลงมาก โดยเฉพาะในไตรมาสสองของปี 2563 ที่หดตัว 15.24 % ทำให้ภาพรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 หดตัว 7.09 % อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาพรวมการส่งออกจะหดตัวจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 แต่เมื่อพิจารณาการส่งออกไปยังตลาดสำคัญ พบว่า สินค้าไทยยังมีศักยภาพอยู่หลายรายการ ที่จะสามารถผลักดันการส่งออกของไทยให้กลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง

สนค. ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์การส่งออกของไทยไปยังตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน สหภาพยุโรป(15) ญี่ปุ่น และ CLMV เพื่อหาสินที่มีค้าศักยภาพในแต่ละตลาดในช่วงที่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยหาดัชนีความสามารถในการส่งออก (Export Specialization Index: ESI) เพื่อวัดความสามารถในการส่งออกของสินค้าไทยในแต่ละตลาด เปรียบเทียบค่าดัชนีระหว่างช่วงครึ่งแรกของปี 2563 กับปี 2562

“หากสินค้าใดมีค่าดัชนี ESI มากกว่า 1 แสดงว่าสินค้านั้นสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้ดี กล่าวคือมีการเพิ่มขึ้นทั้งมูลค่าการส่งออกของไทยและมูลค่าการนำเข้าของประเทศคู่ค้า หรือหากมูลค่าการนำเข้าในบางสินค้าของประเทศคู่ค้าลดลง แต่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น แสดงว่าสินค้าไทยยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากสินค้ามีค่าดัชนี ESI ในปี 2563 มากกว่า 2562 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการสินค้าไทยที่เพิ่มสูงขึ้นจากประเทศคู่ค้า และผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ดีในช่วงวิกฤต ” นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว

สำหรับผลการศึกษาสินค้าไทยที่มีศักยภาพและสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดส่งออกสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 มีดังนี้

ตลาดสหรัฐอเมริกา: หมวดสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ 1. ข้าวเจ้าหอมมะลิไทย 100% 2.ทูน่ากระป๋องและแปรรูป 3.อาหารสัตว์เลี้ยง และ4. สตาร์ชมันสำปะหลัง (แป้งดิบ) หมวดสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. ผ้าผืนทำจากไหม 2.โครงก่อสร้างทำด้วยเหล็ก 3.ผ้าผืนทำจากฝ้าย 4.เครื่องสุขภัณฑ์ 5.คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 6. อุปกรณ์กึ่งตัวนำ 7.หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และ 8. แผงวงจรไฟฟ้า

ตลาดจีน: หมวดสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ 1. ทุเรียนสด 2. มังคุดสด 3. ปลาแปรรูป 4. ผลไม้แปรรูป 5. ผักกระป๋องและแปรรูป 6. ปลาป่นเพื่อเป็นอาหารสัตว์ 7. เครื่องดื่มแต่งกลิ่นรสไม่มี แอลกอฮอล์ และ 8. กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง หมวดสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. หนังเฟอร์ฟอกหรือตกแต่งแล้ว (หนังมิงค์) 2. เส้นใยสั้นสังเคราะห์ที่ไม่ได้สางเพื่อการปั่นด้าย 3. ดีบุกไม่เจือ 4.หนังและผลิตภัณฑ์หนังอื่นๆ 5. รถยนต์นั่ง และส่วนประกอบ และ 6. จักรยานยนต์

ตลาดสหภาพยุโรป(15): หมวดสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ 1. เนื้อไก่สดและไก่แปรรูป 2. ข้าวเจ้าหอมมะลิไทย 100% (รวมถึงข้าวอินทรีย์) 3.อาหารสุนัขและแมว 4. ซอสถั่วเหลือง 5. ผักและผลไม้เชื่อม แช่อิ่ม ดอง และกระป๋อง และ 6. ผลิตภัณฑ์แป้งจากธัญพืช หมวดสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. ผ้าทอด้วยใยสังเคราะห์ 2.ใยยางสังเคราะห์ 3.ไข่มุก รัตนชาติ และเครื่องประดับ 4.เครื่องปรับอากาศ 5.เครื่องจักรเย็บผ้า และ 6. เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ

ตลาดญี่ปุ่น: หมวดสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ 1. เนื้อไก่สดและไก่แปรรูป 2.วัตถุที่ได้จากพืช เศษพืช สำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ 3.อาหารสุนัขและแมว 4.ซอสปรุงรส ซุปข้น 5. ผักสด แช่เย็น แช่แข็ง 6.ผักและผลไม้เชื่อม แช่อิ่ม ดอง และกระป๋อง 7.ผลไม้กวน และแยมผลไม้ 8.ขนมปัง บิสกิต คอนเฟลกซ์ 9.พาสต้า และ 10.แป้งมันสำปะหลัง หมวดสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. เฟอร์เทียม 2. แผ่นทองแดง และ 3.ผลิตภัณฑ์จากยาง อาทิ ยางนอก ผลิตภัณฑ์จากยางที่ใช้ในทางเภสัชกรรม และผลิตภัณฑ์จากยางวัลแคไนซ์

ตลาด CLMV: หมวดสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ 1. น้ำตาลทรายขาว 2.สุกรและโคกระบือมีชีวิต 3.เครื่องดื่มปรุงแต่งกลิ่นและรส 4.ปลาแปรรูป 5.ซาร์ดีนกระป๋อง 6.เส้นพาสต้าสุกปรุงแต่งอื่นๆ (เช่น เส้นหมี่ วุ้นเส้น ฯลฯ) 7.น้ำมันปาล์มและน้ำมันถั่วเหลือง และ 8.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารสำเร็จ หมวดสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. ปูนซีเมนต์ 2.ทองคำ 3. สารอินทรีย์ลดแรงตึงผิว (ไม่รวมสบู่) 4.แท่งดีบุกสำหรับบัคกรี 5.น้ำมันดิบ 6. เรือขุด 7.ยาสระผม 8. ยารักษาโรค และ 9.หนังฟอก

จากผลการศึกษาสินค้าข้างต้น พบว่า สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี มีความต้องการสูงในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร ที่จำเป็นต่อการบริโภค เช่น ข้าว อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป รวมทั้งอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งไทยสามารถผลิตเพื่อรองรับความต้องการในตลาดได้อีกมาก ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรเร่งพัฒนาคุณภาพสินค้า และให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนามาตรฐานและความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยแสดงให้เห็นว่ายังสามารถนำเข้าสินค้าจากไทยได้ตามเดิม เนื่องจากการผลิตสินค้าไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สินค้าไทยยังมีคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยเช่นเดิม

ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรม ที่ไทยมีศักยภาพค่อนข้างมีความหลากหลาย ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยรักษาส่วนแบ่งตลาดในประเทศคู่ค้าไว้ได้ แม้จะประสบกับภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรรักษาฐานตลาดเดิม และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในช่วงที่ประเทศคู่แข่งยังคงไม่ฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการกลับมาแพร่ระบาดซ้ำ ได้แก่ สินค้าที่เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ สินค้าที่สนับสนุนการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน และการปรับปรุงบ้าน เป็นต้น

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาสที่สอง ซึ่งช่วงที่เหลือของปี 2563 คาดว่าการส่งออกจะค่อยๆ กลับมาฟื้นตัวตามภาวะการค้าโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้าๆสะท้อนจากการส่งออกเดือนมิถุนายน 2563 ที่เริ่มมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้า ทั้งในรายสินค้าและรายตลาด เนื่องจากหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสนับสนุนกิจกรรมเศรษฐกิจ รวมทั้งอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าให้ฟื้นตัว ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออกของไทยในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงและอุปสรรคหลายประการ อาทิ การกลับมาแพร่ระบาดรุนแรงระลอกที่สองของไวรัสโควิด-19 ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงปัจจัยกดดันเกี่ยวกับราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่ง สนค. จะติดตามและประเมินสถานการณ์การส่งออกอย่างใกล้ชิด และเผยแพร่ข้อมูลเป็นระยะเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการในการปรับกลยุทธ์การส่งออก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาระดับมูลค่าการส่งออก และพยุงเศรษฐกิจไทยให้ประคองตัวต่อไปได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตร.เฝ้าระวังชุมนุมใหญ่ 16 ส.ค. รองโฆษกตร.กังวลเคลื่อนไหวหมิ่นเหม่
บทความถัดไปนักเรียนดีใจเจอเพื่อนพร้อมหน้า หลังจากเปิดเรียนเต็มห้องวันแรก