รวบหนุ่มซุกเฮโรอีนในอะไหล่รถยนต์ 75 กก.เตรียมส่งไปไต้หวัน

รวบหนุ่มซุกเฮโรอีนในอะไหล่รถยนต์ 75 กก.เตรียมส่งไปไต้หวัน

เฮโรอีน – เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 20 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อม นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.อดิศ เจริญสวัสดิ์ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสยบไพรี และ บก.ปส.3 แถลงผลการจับกุมนายเกรียงไกร เรืองรักษา อายุ 32 ปี พร้อมของกลางเฮโรอีน 75 กิโลกรัม ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในอะไหล่รถยนต์ เพื่อเตรียมส่งออกไปประเทศไต้หวัน หลังจับกุมได้ที่บริษัทชิปปิ้งส่งออกแห่งหนึ่งภายในซอยรัชดาภิเษก 16 ถ.รัชดาภิเษก แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

พล.ต.ท.ชินภัทร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า จะมีขบวนการยาเสพติดข้ามชาติลักลอบส่งออกเฮโรอีนล็อตใหญ่ออกนอกประเทศ ในรูปแบบการแอบซุกซ่อนแฝงไปกับสินค้าอะไหล่รถยนต์ จึงแกะรอยสืบหาหลักฐาน กระทั่งวันนี้ทราบว่านายเกรียงไกร ผู้ต้องหา หนึ่งในสมาชิกขบวนการดังกล่าว ได้ติดต่อมายังบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งย่านท่าพระ เพื่อให้ส่งพัสดุไปยังไต้หวันผ่านทางเรือ โดยแจ้งประเภทพัสดุว่าเป็นอะไหล่รถยนต์ 7 ชิ้น เจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์เอ็กซเรย์เคลื่อนที่ตรวจสอบพัสดุดังกล่าว พบว่ามีวัสดุแปลกปลอมบางอย่างซุกซ่อนอยู่ภายในอะไหล่รถยนต์ จึงเปิดเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด จนพบแท่งเฮโรอีน 200 แท่ง น้ำหนัก 75 กิโลกรัม ก่อนยึดไว้เป็นหลักฐาน

พล.ต.ต.วัชระ กล่าวว่า ทั้งนี้ ทราบว่านายเกรียงไกรจะเดินทางมายังบริษัทขนส่งสินค้าดังกล่าวเพื่อเซ็นเอกสารหลักฐานในการจัดส่งสินค้า จึงกระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ เมื่อนายเกรียงไกรมาถึง จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว จากการสอบสวนนายเกรียงไกร ให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของพัสดุดังกล่าวจริง แต่อ้างไม่ทราบว่าภายในอะไหล่รถยนต์มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ เนื่องจากตนรับว่าจ้างจากนายทุนคนหนึ่งให้นำอะไหล่รถยนต์ดังกล่าวส่งไปที่ต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง โดยจะได้ค่าจ้างครั้งละ 10,000 บาท ทำมาแล้ว 6 ครั้ง ในรอบ 2 เดือน ส่วนใหญ่จะส่งไปที่ออสเตรเลีย และไต้หวัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาพยายามส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ต่อไป

Advertisement

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image