สังคมในระดับโลกเราทุกวันนี้แทบทุกประเทศต่างก็ประสบปัญหาที่มิได้แตกต่างไปจากประเทศของเรามากนักทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมความเชื่อ ความรู้ ความคิดของคนในชาตินั้นๆ การแก้ปัญหาให้ทุเลาหรือปัญหานั้นหมดไปในข้อเท็จจริงหนึ่งก็คือประชากรในรัฐนั้นๆ รวมถึงความเป็นนายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าของรัฐบาล
มนุษย์หรือคนที่มีวิถีชีวิตอยู่ในประเทศ รัฐ สาธารณรัฐย่อมต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ระเบียบปฏิบัติ หลักการของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติทั้งหลักกฎหมายของบ้านเมือง นิติธรรม จริยธรรม ประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อที่ส่งผ่านจากบรรพบุรุษมายังผู้คนเด็กหนุ่มสาวเยาวชนในยุคปัจจุบัน ความขัดแย้งที่มีการประท้วงของคนในชาตินั้นๆ เพื่อเรียกร้องหรือต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าตามความฝันหรืออนาคตดูเสมือนว่าเป็นการหาทางออกที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ปกครองของรัฐและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการโลกใหม่
ม็อบปลดแอกที่มีการเริ่มจากการเรียกร้องของเยาวชนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเห็นการปกครองบ้านเมืองไปด้วยความหวัง มีอนาคตของเขาเหล่านั้นในวันข้างหน้าที่ก่อเกิดในหลายๆ ประเทศรอบบ้านเมืองเราโดยเห็นในข้อเท็จจริงหนึ่งว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นแม่บทของกฎหมายทั้งปวงเป็นเหตุหนึ่งที่ดูเสมือนว่า ประชาชน
ถูกละเมิดทั้งสิทธิเสรีภาพ กระบวนการทางด้านความยุติธรรม ความเป็นธรรมของสังคมที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม
วันเวลาที่ผ่านมาของสังคมไทยเราและสังคมโลกทั้งสภาพปัญหาโรคระบาดที่ร้ายแรงที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาตรการของรัฐทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การร้องขอให้อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องอยู่ในภาวะของการไม่มีงานทำ คาดการณ์ว่าในวันเวลานี้มีคนไทยเราตกงานหรือไม่มี
งานทำประมาณแปดล้านคน ถึงแม้นว่าเมืองไทยเราถูกจัดลำดับต้นๆ ของโลกในการบริหารจัดการผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่สภาพปัญหาอื่นๆ ที่ยังคงซ่อนตัวในการเรียกร้องของม็อบเยาวชนปลดแอกทั้งการยุติการคุกคามประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการเรียกร้องในรัฐบาลยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งกันใหม่…
รัฐธรรมนูญถือว่าเป็นกฎหมายที่สามารถกำหนด ออกแบบให้ผู้ปกครองในรัฐใช้เป็นแบบหรือมาตรฐานในการปกครองเพื่อให้ประชาชนในรัฐนั้นๆ มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างปกติสุขในภาพรวม การเรียกร้องเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการปฏิวัติรัฐประหารก็มีการเขียนรัฐธรรมนูญด้วยเป้าประสงค์ เจตนาไปในแต่ละบริบท เราท่านประชาชนทั้งหลายจักเข้าถึงรัฐธรรมนูญที่ดีได้อย่างไร
รัฐธรรมนูญ (Constitution) ฉบับแรกของโลกได้เกิดขึ้นในสมัยของ พระเจ้าจอห์น ของประเทศอังกฤษ ที่ขุนนางและพระราชาคณะจำนวนยี่สิบห้าคน ได้มีการบังคับลงนามในเอกสารที่เรียกว่า “มหากฎบัตร” (The Great Charter, Magna Carta) เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1215 หรือเมื่อ 804 ปีผ่านมาแล้ว
ถึงระบบการจัดการองค์กรและการบริหารอำนาจของสภาสูง (Magnum Concilium) จะให้อำนาจพระมหากษัตริย์จัดเก็บภาษีบางอย่างตามที่กำหนดไว้มิได้ แต่ต้องให้มีความเห็นชอบจากสภาสูงเสียก่อน ในประเทศสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส นัยหรือความหมายของรัฐธรรมนูญก็คือ การสถาปนาการจัดตั้งรัฐ หรือที่เราท่าน
มักจะได้ยินว่า รัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษร
ในสังคมไทยเรามีการบังคับใช้กฎระเบียบประเพณีของบ้านเมืองมาตั้งแต่ครั้งสมัยสุโขทัย อโยธยาศรีรามเทพนคร ธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ในครั้งโบราณพระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในการตรากฎหมายประเภทต่างๆ ไว้ปกครองบ้านเมืองให้อยู่ในความเรียบร้อยสงบสุข รัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ได้มีศึกสงครามของประเทศมหาอำนาจที่ต้องการยึดครองผืนแผ่นดิน ทรัพยากรของประเทศอื่นไว้ในการครอบครอง ในสมัยนั้นมีผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองพระองค์ท่านได้ทรงมีพระราชหัตเลขาถึงกลุ่มบุคคลดังกล่าว ทรงขอบพระราชหฤทัยที่ทรงไม่อาจจักทำให้ลุล่วงได้เนื่องมาจากความไม่พร้อมของบุคลากรที่จะรับพระราชภารกิจ
การเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 7 หลังจากคณะราษฎรได้ทำการปฏิวัติให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตยและให้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราวเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2475 ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทย และได้พระราชทานให้วันที่ 10 ธันวาคม 2475 ให้ถือว่าเป็นวันรัฐธรรมนูญของไทยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบัน (th.m.wikipedia.org)
รัฐธรรมนูญฉบับแรกๆ ของไทยใช้ชื่อเรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม แล้วเปลี่ยนมาเป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 มาจนกระทั่งฉบับปัจจุบันฉบับที่ 20 นัยหนึ่งที่ถูกตั้งคำถามและต้องการคำตอบก็คือ รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่ได้ตราไว้ว่า กฎหมายอื่นใด
จะขัดหรือแย้งต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญมิได้ ความมีเสถียรภาพของการเมืองไทย นักการเมือง รวมถึงระบบความคิด ความเชื่อ ความรู้ในวิชาชีพต่างๆ รวมไปถึงประชาชนชาวบ้านมีท่าทีเช่นไรต่อความขัดแย้งหรือพิพาทที่มีการกล่าวอ้างถึงรัฐธรรมนูญที่มีสภาพของปัญหาในการขับเคลื่อนประเทศในวันเวลาที่ผ่านมา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ได้มีประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2560 ในจำนวน 279 มาตรา ในบทนำของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวได้กล่าวถึงการปกครองประเทศที่มิได้มีเสถียรภาพและราบรื่นเรียบร้อย มีปัญหาและข้อขังแย้งต่างๆ บางครั้งเป็นวิกฤตทางรัฐธรรมนูญ
ที่หาทางออกมิได้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ผู้ไม่นำพาหรือไม่นับถือยำเกรงกฎเกณฑ์การปกครองบ้านเมือง ทุจริต ฉ้อฉล หรือบิดเบือนอำนาจ ขาดความตระหนักสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นผล จึงจำเป็นต้องป้องกันและแก้ไขด้วยการปฏิรูปการศึกษา การบังคับใช้
กฎหมายเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบคุณธรรมและจริยธรรม…
เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวเป็นผลให้มีพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 (พ.ศ.2561-2580) หรือที่เรียกว่ายุทธศาสตร์ชาติยี่สิบปี ที่ได้ประกาศให้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2560 ได้กำหนดวิสัยทัศน์ประเทศไทยไปจนถึงปี พ.ศ.2580 ที่ต้องการให้ประเทศได้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
การปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ความหวังสภา ภายใต้รัฐธรรมนูญ 60” ของ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานคร ตอนหนึ่งที่ว่า หากรัฐธรรมนูญใดที่ออกมาหลังการยึดอำนาจ จะมีบทเฉพาะกาลตอนหนึ่งเขียนไว้ในลักษณะให้ผู้ที่กำหนดรัฐธรรมฉบับนั้นได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ เช่น จอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นนายกฯ มีเสียงส.ส.สนับสนุนจำนวนหนึ่ง มีเสียง ส.ว.สนับสนุนจำนวนมากเช่นเดียวกับสมัยของ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ …
วิกฤตของประเทศไทยเราในเวลานี้ทั้งปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน การฆ่าตัวตาย หนี้สิน คนตกงาน การปล้นจี้ร้านทอง ปัญหาอาชญากรรมรายวัน ความไม่ปลอดภัยในชีวิต
และทรัพย์สินความเป็นอยู่ ความไม่เป็นธรรมในกระบวนการ
ของกฎหมายที่ผู้กระทำความผิดหลบหนีไปต่างประเทศไม่ต้อง
รับโทษ
การจัดชุมนุมเพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยของม็อบปลดแอกจักนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองในวันที่ดีข้างหน้าจริงหรือไม่…

