กดปุ่มศึกชิง‘อบจ.’ หลัง‘บิ๊กตู่’ไฟเขียว

กลายเป็นข่าวดีหลังจากรอคอยมานาน หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาถึงความคืบหน้าการเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น

โดย “บิ๊กตู่” ระบุว่า เท่าที่สอบถามกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นคนเตรียมการร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขณะนี้มีอยู่ 3-4 ลักษณะ ซึ่งบางครั้งอาจสื่อสารไม่ตรงกัน จึงให้นโยบายไปแล้วว่า ให้มีการเลือกตั้ง อบจ.ก่อน จะพยายามเดินหน้าทำให้ได้ปีนี้

ไฟเขียวจากนายกฯให้เลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จึงต้องไปดูไทม์ไลน์ อบจ.นั้นมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนในการเลือกตั้งภายในปีนี้

ซูการ์โน มะทา ประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร มองว่า ส่วนตัวยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกตั้งนายก อบจ.ภายในปี 2563 จริงหรือไม่ เพราะยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ยังไม่ได้ออกมายืนยัน ขณะที่การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจ และต้องชี้แจงเหตุผลว่าเหตุใดจึงจะเลือกตั้งเฉพาะ อบจ.ในฐานะ อปท.เพียงรูปแบบเดียว ทั้งที่ กทม. พัทยา อบจ.น่าจะจัดเลือกตั้งได้พร้อมกัน จากนั้นให้จัดเลือกตั้งเทศบาลทุกระดับและ อบต.

“เพื่อให้มีความชัดเจนในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ กมธ.ได้มีหนังสือเชิญนายกรัฐมนตรีหรือตัวแทนมาชี้แจง พร้อมด้วย มท.1 ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ชี้แจงไทม์ไลน์ในการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นทุกประเภททั่วประเทศ ได้รับทราบข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ต้องสับสน ผมในฐานะประธาน กมธ. เชื่อว่าถึงเวลาที่จะต้องจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นเพราะทุกอย่างมีความพร้อม ดังนั้น ควรคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้นำของตนเอง โดยเฉพาะ กทม. ท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษที่มีคำสั่งมาตรา 44 แต่งตั้งผู้ว่าฯกทม. แต่งตั้งสมาชิกสภา กทม.”

“ซูการ์โน” บอกว่า ได้ทำความเข้าใจกับผู้บริหาร อบจ.ใน 14 จังหวัดภาคใต้ในการประชุมสัมมนาที่ จ.กระบี่ ให้รับทราบแนวทางในการกระจายอำนาจจากการนำร่องเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงตามบทบัญญัติใน พ.ร.บ.จังหวัดจัดการตนเอง เพราะเชื่อว่าประชาชนใน 4 จังหวัดนำร่อง มีความพร้อมในการเลือกผู้นำเข้าไปทำหน้าที่ดูแลจังหวัดของตนเอง โดยไม่ได้ยกเลิกผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้งในจังหวัดอื่น และการนำร่องให้ทำหน้าที่ตามวาระ 4 ปี หากทำงานไม่ดีก็พิจารณายกเลิกได้ ทั้งนี้ การเลือกตั้งผู้ว่าฯโดยตรงสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปท้องถิ่น การปฏิรูประบบราชการ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เสนอตัวลงเลือกตั้งได้แสดงวิสัยทัศน์และทิศทางในการพัฒนาให้ประชาชนตัดสินใจ เพราะเชื่อว่าในการเลือกตั้ง อบจ.ที่จะถึงในอนาคต ผู้สมัครรับเลือกตั้งในบางจังหวัด อาจจะเสนอวิสัยทัศน์ได้ดีกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดบางรายที่มาจากการแต่งตั้ง

“สำหรับนายก อบจ.ที่ถูกสั่งให้หยุดทำหน้าที่จากปัญหาการทุจริต และยังไม่ได้รับคำสั่งให้คืนตำแหน่งสามารถลงเลือกตั้งได้ แต่ในอนาคตหากได้รับเลือกตั้งแล้ว ป.ป.ช. ชี้มูลการทุจริตผู้สมัครรายนั้น ก็จะต้องชดใช้ค่าเสียหายเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ในจังหวัดนั้น”

ขณะที่ บรรณ แก้วฉ่ำ นักวิชาการด้านกฎหมายการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า จำนวนตำแหน่ง อบจ.ที่จะจัดเลือกตั้งประกอบด้วยตำแหน่ง นายก อบจ. 76 ตำแหน่ง และสมาชิกสภา อบจ.อีกจำนวน 2,316 ตำแหน่ง ทั้งนี้ การจัดเลือกตั้งนั้นต้องให้นายก อบจ.และสมาชิกสภา อบจ.ที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันนานกว่า 8 ปี พ้นจากหน้าที่ เพื่อไม่ให้มีปัญหาความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้สมัครรับเลือกตั้งใหม่กับผู้สมัครที่เป็นคณะผู้บริหาร อบจ.ปัจจุบัน เนื่องจากคณะผู้บริหารท้องถิ่นชุดปัจจุบันยังมีอำนาจใช้จ่ายงบประมาณเพื่อสร้างคะแนนนิยมได้อย่างต่อเนื่อง

แม้ว่ามีข้อสังเกตตามมาตรา 65 ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 บัญญัติในกรณีพ้นตำแหน่งตามวาระตามปกติ ระบุว่า ห้วงเวลาภายใน 90 วันก่อนครบวาระ ห้ามผู้บริหาร อบจ.อนุมัติโครงการหรือกิจกรรมใหม่ ที่มีลักษณะเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนแก่ตน หรือแก่ผู้สมัครที่ตนส่งลงสมัคร แต่เนื่องจากการดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน ไม่มีวาระ และไม่ทราบวาระว่าจะพ้นเมื่อใด ดังนั้น จึงนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับไม่ได้ ทำให้ปัจจุบันนี้ผู้บริหาร อบจ.ที่ทำหน้าที่รักษาการจากมาตรา 44 ของ คสช. จึงไม่ต้องมีข้อห้ามหรือมีข้อจำกัดในการอนุมัติโครงการแต่อย่างใด แต่โดยหลักการเพื่อความเหมาะสม ควรจะให้ผู้บริหารชุดปัจจุบันพ้นจากหน้าที่ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องตามบทบัญญัติดังกล่าว

แต่เมื่อพิจารณาดูช่วงเวลาในปี 2563 ยังเหลืออีกเพียง 4 เดือน และต้องรอให้สภา อบจ.ผ่านร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ก่อน จึงคาดว่าการเลือกตั้ง อบจ.คงจะกำหนดวันหย่อนบัตรเลือกตั้งได้หลังวันที่ 13 ธันวาคม 2563 โดย ครม.อาจให้ผู้บริหารและสมาชิกสภาชุดปัจจุบันพ้นหน้าที่ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งจะเป็นการพ้นจากหน้าที่ก่อนวันเลือกตั้งประมาณ 60 วัน

สำหรับนายก อบจ. เมื่อพ้นตำแหน่งตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด 2540 มาตรา 36 วรรคท้าย บัญญัติให้ปลัด อบจ.ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ. และ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 บัญญัติให้ปลัด อบจ.ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการประกาศให้มีการเลือกตั้ง อบจ.แห่งนั้นด้วย

ด้าน ชำนาญ จันทร์เรือง อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้โพสต์ข้อความผ่านในเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งนายก อบจ.ทั่วประเทศในวันที่ 13 ธันวาคม 2563 หากเลือกตั้งหลังจากปีนี้ ก็จะต้องแบ่งเขตใหม่ คำนวณฐานประชากรใหม่ทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ทำให้เสียเวลาไปอีกนานหลายเดือน และเชื่อว่าหากรัฐบาลจะจัดการเลือกตั้ง อบจ.ก็สามารถประกาศได้ในช่วงเดือนตุลาคม เพื่อให้ผู้ที่รักษาการพ้นจากหน้าที่และจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน

สถิติที่ผ่านมาผลการเลือกตั้งท้องถิ่นจะมีผู้บริหารทีมเก่าสอบตกจำนวนมาก ขณะที่กฎหมายกำหนดให้ผู้มีสิทธิลงสมัครต้องมีอายุ 35 ปีขึ้นไป ถือว่ากีดกันคนรุ่นใหม่ เพราะเดิมกำหนดไว้ 30 ปีกำหนดให้ผู้สมัครมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี และต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี

หลังการเลือกตั้งเชื่อว่าการทำหน้าที่ของผู้บริหาร อบจ. จะมีแนวโน้มที่ดีมากกว่าในอดีต เพราะกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่แค่กำกับดูแล ไม่ได้บังคับบัญชาหรือสั่งการ นอกจากนั้นการรณรงค์เรื่องจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ กฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

ต้องจับตาดูไทม์ไลน์เลือกตั้ง อบจ.จะเดินตามที่บิ๊กตู่ไฟเขียวหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้น.1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2563
บทความถัดไปผอ.โรงเรียนสตรีระนองยิงตัวตาย คาดเครียด!