วราวุธ ย้ำทรัพยากรเสื่อมโทรม เศรษฐกิจเดินต่อยาก รับเรื่องเปิดจุดผ่อนปรนชง ครม.สัญจร

วราวุธ ย้ำทรัพยากรเสื่อมโทรม เศรษฐกิจเดินต่อยาก รับเรื่องเปิดจุดผ่อนปรนชง ครม.สัญจร

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2563 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทสจ.) พร้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง และมีส่วนราชการในสังกัด อาทิ นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้นําทีมผู้บริหารกระทรวง ลงพื้นที่จังหวัดตราด โดยมีวาที่ร้อยตรีพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการจ.ตราด, นายณัฐพงษ์ สงวนจิต รองผู้ว่าราชการจ.ตราด และส่วนราชการใน จ.ตราดร่วม ต้อนรับ ที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนา ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 1 (ตราด)

ทั้งนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์และปัญหา พร้อมมอบนโยบายการดําเนินงาน เชื่อมั่นทีมผู้บริหารสามารถสร้างสมดุลการพัฒนา เศรษฐกิจ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ได้ร่วมรับฟังปัญหา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่ม เครือข่ายอนุรักษ์ อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล และประชาชนในพื้นที่กว่า 200 คน สําหรับกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง เตรียมเสนอโครงการพัฒนาป่าชายเลนเพื่อ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ใน 3 พื้นที่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา

นายวราวุธ กล่าวว่า สถานการณ์และปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งเรื่องช้างป่าบุกทำลายพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน ปัญหาขยะทะเล และในพื้นที่ท่องเที่ยว รวมทั้งปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง การขาดแคลนน้ำทางการเกษตร ซึ่งจำเป็นจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ พื้นที่ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่ความอุดมสมบูรณ์ มีต้นทุนทางธรรมชาติสูงมาก ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่อง แปลกที่นักลงทุนจะเลือกพื้นท่ีภาคตะวันออกเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาเศรษฐกิจ

“รัฐบาลกําลังพยายาม ส่งเสริมผลักดันให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ (EEC) เป็นศูนย์กลางที่จะเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน แต่สิ่งหนึ่งที่กังวลคือ จะทําอย่างไรที่จะสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ได้อย่างยั่งยืน ผมเข้าใจดีกว่า การพัฒนา เศรษฐกิจก็มีความจําเป็น แต่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติก็มีความสําคัญเช่นเดียวกัน ผมพร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีทุกกรม และผู้บริหารระดับสูง จึงได้เดินทางลงพื้นที่และบูรณาการ ความคิดร่วมกันในการวางแนวทางการพัฒนาพื้นท่ีอย่างยั้งยืน และได้ให้นโยบายกับทุกหน่วยงาน”

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า การดําเนินทุกอย่างต้อง คํานึงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โปร่งใส ยุติธรรมซึ่งเชื่อมั่นว่า ท่านปลัด กระทรวง อธิบดีทุกท่าน รวมถึง ผู้บริหารของ ทส. ว่าจะผลักดันสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ให้สังคมได้เห็น และรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ได้จนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน สุดท้ายตนอยากฝากพี่น้องประชาชนทุกคน ทรัพยากรธรรมชาติเป็นฐานต้นทุนในการพัฒนาเศรษฐกิจที่สําคัญ

“ทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ คือ แรงขับเคลื่อน เศรษฐกิจที่ยั่งยืน ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม ส่งผลให้เศรษฐกิจถดถอย การเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่หันมา มองต้นทุนธรรมชาติ ไม่มีทางเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

สำหรับเรื่องที่ภาคเอกชน และภาคราชการของ จ.ตราดที่เสนอให้นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้ผลักดัน เช่น เรื่องการขนส่งสินค้าไปยังประเทศกัมพูชาในพื้นที่จุดผ่อนปรนการค้าใน จ.ตราด 2 จุด การสร้างถนนรอบเกาะช้าง และการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ในอ.เกาะช้าง นั้น นายวราวุธกล่าวว่า จะรับเรื่องไปเสนอทางคณะรัฐมนตรีที่จะมาประชุมครม.สัญจร ที่จ.ระยอง ให้ ซึ่งการเปิดให้ขนส่งสินค้าในพื้นที่จุดผ่อนปรนการค้านั้น ต้องยอมรับว่า รัฐบาลและศบค.กังวลในเรื่องของความปลอดภัยจากการเเพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 จึงยังต้องเข็มงวดอยู่ แต่ก็มีมาตรการผ่อนปรนมาเป็นระยะอยู่แล้ว

ส่วนกรณีถนนรอบเกาะช้างนั้น เป็นเรื่องที่ยังต้องหารือและข้อสรุปต่อไปเนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างถนนเข้าไปในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และจะต้องรอให้มีข้อสรุปในครั้งสุดท้ายก่อน ขณะที่อ่างเก็บน้ำคลองพร้าวได้ข้อสรุปจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ให้สามารถเข้าไปใช้พื้นทีในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างได้แล้ว แต่ทางกรมอุทยานฯจะหารือกับกรมชลประทานในการดำเนินการก่อสร้างอย่างไรเท่านั้น ซึ่งน่าจะไม่มีปัญหาแล้วในกรณีของอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รื่นร่มรมเยศ : จงเลือกวิถีทางที่ดีที่สุด : โดย เสฐียรพงษ์​ วรรณปก
บทความถัดไป‘เอนก’ ลั่น พร้อมสนับสนุน ‘พัฒนา-ปฏิรูป’ มหาวิทยาลัย ชี้ อว.ต้องเป็นกระทรวงของเยาวชน