หลวงพี่สุดปัง ขับเก๋งนั่งฉันริมแม่น้ำ อ้างไม่เห็นเป็นไร ท้า ตร.จะมีปัญหากับผมหรอ?

ชาวบ้านเจอพระขับเก๋งนั่งฉันริมแม่น้ำ แจ้งตำรวจตรวจสอบ พบเป็นพระจริง

นิมนต์กลับวัด! ชาวบ้านเจอพระขับเก๋งนั่งฉันริมแม่น้ำ แจ้งตำรวจตรวจสอบ พบเป็นพระจริงอ้างแค่นั่งฉัน ไม่ได้น่าเกลียดอะไร ท้าตำรวจ “จะมีปัญหากับผมหรอ” สุดท้ายยอมกลับวัด

เวลา 12.40 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2563 ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี พบพระภิกษุสงฆ์ขับรถเก๋งสีขาว หมายเลขทะเบียน กค 9705 ตราด มานั่งฉันอาหารอยู่ภายในเขื่อนริมน้ำบ้านท่าเรือจ้าง เขตเทศบาลเมืองตราด อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งได้ประสาน สภ.เมืองตราด ให้ส่งตำรวจสายตรวจเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อ ด.ต.อาคม วงศ์อนันต์ ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองตราด เดินทางไปถึงพบเพียงรถยนต์จอดอยู่ด้านข้างเขื่อนริมน้ำบ้านท่าเรือจ้าง ไม่พบพระภิกษุสงฆ์ พบอาหาร เครื่องดื่ม จำนวนมาก วางอยู่บนโต๊ะหินอ่อน จึงเดินออกตามหาบริเวณโดยรอบ กระทั่งพบพระภิกษุสงฆ์ เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับบาตรพระ

จากนั้น ด.ต.อาคม ได้ขอตรวจสอบบัตรประชาชนและใบสุทธิพระ พร้อมให้เหตุผลที่มาขอตรวจสอบว่า เพราะมีประชาชนแจ้งว่ามีพระออกเรี่ยไรสิ่งของและเงิน เมื่อตรวจแล้วพบว่า เป็นพระภิกษุสงฆ์จริง ชื่อพระหรรษา เป็นพระลูกวัดแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองตราด บวชมาแล้ว 15 พรรษา และไม่มีการขอรับเงินบริจาคแต่อย่างใด ส่วนสิ่งของอาหารที่เห็น เป็นอาหารที่บิณฑบาตได้เมื่อเช้านี้ และจะเอามาให้ชาวบ้านบริเวณนี้

พระหรรษา ยอมรับว่า มานั่งบริเวณนี้เป็นวันที่ 2 แล้ว เพื่อพักผ่อนและฉันอาหารตามปกติ สถานที่ตรงนี้ก็เป็นร้านอาหาร ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร แต่ ด.ต.อาคม ได้ให้เหตุผลต่อว่า เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ที่พระมานั่งฉันอาหารแบบนี้ ออกมานั่งสถานที่แบบนี้ ควรอยู่ในที่ที่เหมาะสมมากกว่า ก่อนที่พระหรรษา จะพูดขึ้นมาว่า “จะมีปัญหากับผมหรอ” ก่อนจะยอมกลับวัดแต่โดยดี

ส่วนอาหารทั้งหมด พระหรรษา ฝาก ด.ต.อาคม นำไปให้ผู้ต้องหาที่ควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.เมืองตราด ก่อนที่พระหรรษา จะขับรถยนต์ออกไปจากเขื่อนริมน้ำบ้านท่าเรือจ้างกลับวัดต่อไป ส่วนแม่ค้าบริเวณนี้ บอกว่า เห็นพระรูปนี้มานั่งที่นี่ตั้งแต่เมื่อวานี้แล้ว และวันนี้ก็มาอีก แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาตรวจสอบ

ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด ทราบเรื่องนี้ พร้อมนำเรื่องทั้งหมดไปแจ้งไปยัง พระวินยาธิการ ให้ดำเนินการกับพระหรรษาต่อไป ส่วนความผิดทางวินัยสงฆ์นั้น ไม่มี แต่มีความผิดที่เรียกว่า อาจาระ ที่มีความหมายว่า ความประพฤติที่ดีที่สมควร และโลกวัชชะ คือ การกระทำผิดที่ชาวโลกพึงติเตียน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ธอส.” งัด 7 มาตรการ ช่วยลูกค้าที่เดือดร้อนจากพายุโซนร้อนฮีโกส
บทความถัดไป“RML” ตั้ง “ดร.สุรเกียรติ์” นั่งประธานกิตติมศักดิ์ ให้คำปรึกษาวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ