ศรีสุวรรณลุยตรวจสะพานคลองมหาสวัสดิ์ หลังชาวบ้านโวยผุดโครงการเอื้อเอกชน

ศรีสุวรรณ-กมธ.ผู้บริโภค ลุยตรวจสะพานคลองมหาสวัสดิ์ หลังชาวบ้านโวยผุดโครงการเอื้อเอกชน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯและคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ได้นัดหมายกันเพื่อลงพื้นที่ตรวจสภาพสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ซอยหมู่บ้านชัยพฤกษ์ 33 ใกล้วัดชัยพฤกษ์มาลาราชวรวิหาร เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อกับ ต.มหาสวัสดิ์ จ.นนทบุรี ในวันอังคารที่ 8 กันยายนนี้ เวลา 09.30 น. หลังจากที่เกิดความขัดแย้งกันอย่างมากระหว่างชาวชุมชนชัยพฤกษ์ 33 กับบริษัทเอกชนรายหนึ่งที่เข้าไปพัฒนาพื้นที่ เพื่อก่อสร้างโครงการหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่ง

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การก่อสร้างสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ดังกล่าว เพื่อเชื่อมถนนฝั่งนนทบุรี มายังเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าของกิจการหมู่บ้านจัดสรรชื่อดังจะได้ใช้เป็นกลยุทธ์ในการขายโครงการได้นั้น เป็นกรณีพิพาท

“เนื่องจากสะพานดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อน และความเสียหายให้กับชาวบ้านทั้งสองฝั่งที่เคยมีวิถีชีวิตตามปกติสุข แต่ต้องมาเดือดร้อนรำคาญ เพราะมียวดยานเข้ามาวิ่งผ่านในชุมชนเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และโจรภัยมากมาย รวมทั้งการสร้างสะพานดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนตามที่กฎหมายบัญญัติ จนทำให้ชาวบ้านกว่า 42 คน ต้องนำความไปยื่นฟ้องสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ อบต.มหาสวัสดิ์ ต่อศาลปกครองกลางเมื่อ 12 มิถุนายน 2563 เพื่อขอให้ศาลสั่งให้รื้อหรือทุบสะพานดังกล่าวทิ้งไปเสีย” นายศรีสุวรรณกล่าว

ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สะพานดังกล่าวเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อกิจการเดินเรือในคลองของชาวบ้าน และของสมาคมเรือไทย เนื่องจากความสูงของสะพานไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้กับชาวเรือ ทำให้เรือโดยสาร เรือนักท่องเที่ยว ไม่สามารถขับรอดผ่านไปได้ เพราะพื้นสะพานต่ำเกินไปโดยเฉพาะในช่วงน้ำขึ้น กลายเป็นปัญหาและอุปสรรคในอาชีพการเดินเรือของชาวบ้าน เป็นสะพานที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำลายอาชีพของชาวเรือโดยตรง มิใช่สะพานที่เชื่อมความสัมพันธ์ของชาวบ้านทั้ง 2 จังหวัด แต่อย่างใด

“นอกจากนั้น สะพานดังกล่าวอยู่ใกล้วัดชัยพฤกษ์มาลาราชวรวิหาร (พระอารามหลวง) ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนประกาศเป็นเขตโบราณสถาน ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน พ.ศ.2504 และที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2547 จำนวน 12 ไร่ 2 งาน 40 ตารางวา (ตร.ว.) ซึ่งตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ได้กำหนดว่า การสร้างถนนและหรือสะพานที่อยู่ใกล้โบราณสถานในรัศมี 1 กิโลเมตร (กม.) ต้องจัดทำอีไอเอ (EIA) เสียก่อนด้วย แต่ทว่าผู้ประกอบการหาได้ดำเนินการแต่อย่างใดไม่” นายศรีสุวรรณกล่าว

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร จึงจะลงพื้นที่ตรวจสภาพสะพานดังกล่าว เพื่อหาข้อยุติในทางกฎหมายและทางปกครองต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon