การจัดการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ (ตอนจบ) โดย ปรีดี พิศภูมิวิถี

การจัดการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ (ตอนจบ)

2.ด้านสังคมและวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวคือ สาเหตุหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมเยือนในท้องถิ่นต่างๆ แต่หากแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมลง นักท่องเที่ยวก็จะไม่เข้ามาท่องเที่ยวอีก จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าผู้คนในท้องถิ่นจะต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกหรือให้นึกถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม แหล่งท่องเที่ยวที่ตนมีอยู่ไม่ให้เสื่อมสภาพลงไป เช่น การเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของคนในชุมชนไม่ให้สูญสลาย โดยสนับสนุนการฟื้นฟูอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี เพราะการท่องเที่ยวเปรียบเสมือนสื่อกลางในการเผยแพร่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยว รวมไปถึงการสร้างสันติภาพ สัมพันธไมตรี เสริมให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างนักท่องเที่ยวกับคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นหนทางที่มนุษย์ต่างสังคมได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ความเจริญไปยังภูมิภาคต่างๆ ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ท้องถิ่นนั้นๆ เช่น การมีถนนหนทางที่เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ระบบสาธารณูปโภคที่ดีขึ้น เช่น การมีน้ำประปาใช้ มีไฟแสงจันทร์ ทำให้วิถีชีวิตคนในท้องถิ่นดีขึ้น

3.ด้านเทคโนโลยีและการศึกษา ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทกับวิถีชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพื่อเกิดความเพลิดเพลิน และการนำไปใช้ทุ่นเวลาเพื่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันอีกด้วย ตัวอย่างของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการท่องเที่ยว เช่น การใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อศึกษาหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวสนใจและต้องการหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติม หรือเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการศึกษาก่อนการเดินทางหรือศึกษาเพื่อเพิ่มพูนโลกทัศน์ให้กว้างไกลมากขึ้น อีกทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันยังช่วยอำนวยความสะดวกและรวดเร็วให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น การขึ้นทะเบียนผู้โดยสารอัตโนมัติผ่านเครื่องลงทะเบียนขึ้นเครื่องอัตโนมัติ (Check-in Kios) เพื่อความสะดวกในการเช็กสัมภาระ การซื้อตั๋วเครื่องบินโดยสารผ่านทางอินเตอร์เน็ต นักท่องเที่ยวไม่ต้องไปซื้อตั๋วเดินทางจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสาร ซึ่งการซื้อตัวผ่านทางอินเตอร์เน็ต นักท่องเที่ยวสามารถชำระค่าตั๋วได้หลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต หรือการชำระเงินผ่านทางธนาคารออนไลน์ อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถพิมพ์ตั๋วโดยสารเองได้เลยหลังจากที่มีการชำระเงินได้ทันที การสำรองที่พักผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งโดยปกติแล้วการซื้อผ่านออนไลน์จะได้ราคาห้องพักที่มีราคาถูกกว่าจุดขายปกติ

จะเห็นได้ว่า การพัฒนาด้านเทคโนโลยีและการศึกษานั้น ทำให้เกิดความรู้และความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า การท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบัน การท่องเที่ยวมีความสำคัญในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ เช่น การสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชากรท้องถิ่น ด้านสังคมและวัฒนธรรม เช่น การเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของตน การสร้างสรรค์ความเจริญไปยังแหล่งท่องเที่ยว ด้านเทคโนโลยีและการศึกษา การศึกษาหาความรู้แหล่งท่องเที่ยว การประหยัดเวลาและให้ความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยว จากตัวอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่ทำให้ประชากรในท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เนื่องจากมนุษย์มีความต้องการที่หลากหลาย มีความสนใจและความต้องการที่ไม่เหมือนกัน แม้จะมีเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์เดียวกันตาม ดังนั้น การท่องเที่ยวจึงมีความหลากหลายเพื่อรองรับความต้องการที่ไม่เหมือนกันของมนุษย์ ดังนั้น จึงได้มีการจำแนกประเภทของการท่องเที่ยวโดยใช้หลักเกณฑ์ในการแบ่งที่หลากหลาย ในที่นี้แบ่งประเภทของการท่องเที่ยวออกได้ 5 ประเภทดังนี้ (บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา 2548 : 15)

1.การท่องเที่ยวตามสภาพภูมิศาสตร์การเดินทาง ได้แก่

1.1 การท่องเที่ยวภายในประเทศ (Internal tourism) การท่องเที่ยวในประเทศที่ตนพักอาศัยอยู่ในภูมิลำเนาของประเทศ เดินทางท่องเที่ยวไปยังท้องถิ่นต่างๆ แต่ไม่ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เช่น นักท่องเที่ยวชาวเชียงใหม่เดินทางไปร่วมงานเทศกาลกินเจในช่วงตรุษจีนที่จัดเป็นประจำทุกปีที่จังหวัดภูเก็ต

1.2 การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ (International Tourism) การท่องเที่ยวต่างประเทศที่ผู้เดินทางท่องเที่ยวออกเดินทางจากภูมิลำเนาของตนไปยังต่างประเทศ หรือเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เช่น นักท่องเที่ยวชาวไทยไปท่องเที่ยวที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

2.การท่องเที่ยวตามลักษณะการจัดการเดินทาง ได้แก่ (สมเกียรติ จิระวงศ์เสถียร 2541 : 10-11)

2.1 การท่องเที่ยวแบบกลุ่มเหมาจ่าย (Group Inclusive Tourism : GIT หรือ All Inclusive Tourism : AIT) การท่องเที่ยวที่ธุรกิจนำเที่ยวขายรายการท่องเที่ยวแบบเบ็ดเสร็จ (Package Tour) ให้กับนักท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะซึ่งธุรกิจนำเที่ยวเป็นผู้จัดหาที่พัก อาหาร ค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว การเดินทางให้กับผู้เดินทาง เช่น นักท่องเที่ยวซื้อรายการท่องเที่ยวแบบเบ็ดเสร็จเดินทางเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน จากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ จัดอาหารให้ทานทั้ง 3 มือ ที่พัก แวะพักและท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมัคคุเทศก์คอยดูและแนะนำการท่องเที่ยวตลอดทั้งรายการ เป็นต้น

2.2 การท่องเที่ยวแบบอิสระ (Foreign Individual Tourism : FIT) เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักอิสระในการเดินทางเพราะนักท่องเที่ยวต้องวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวเอง และมักเดินทางโดยลำพัง หรือใช้บริการมัคคุเทศก์นำเที่ยวของบริษัทท่องเที่ยว เช่น การเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวหรือกับเพื่อนโดยไม่อาศัยการจัดรายการการท่องเที่ยวของบริษัทนำเที่ยว

3. การท่องเที่ยวตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง ได้แก่

3.1 เพื่อการพักผ่อน (Leisure Tourism) การท่องเที่ยวเกิดจากความต้องการที่จะหลีกหนีการใช้ชีวิตในประจำวัน อาจจะเป็นการท่องเที่ยวที่มีรูปแบบเรียบง่าย สบาย ไม่สลับซับซ้อน เพื่อการพักผ่อนหรือผ่อนคลาย

3.2 เพื่อธุรกิจ (Business Tourism) การเดินทางท่องเที่ยวที่ไปพร้อมกับการทำงานแต่อาจมีเวลาเหลือหรือเว้นว่างจากการทำงานเพื่อท่องเที่ยว เช่น บริษัทให้นายสมชายไปประชุมที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นเวลา 3 วัน แต่มีการจัดประชุมใช้เวลาแค่ 2 วัน นายสมชายจึงใช้เวลาของวันที่ 3 ไปเที่ยวสถานที่สำคัญต่างๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี

3.3 เพื่อความสนใจพิเศษ การเดินทางด้วยที่เกิดจากความสนใจของนักท่องเที่ยวที่มีเป็นพิเศษต่อกิจกรรมต่างๆ มีดังนี้

3.3.1 การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ (Natural Tourism) การท่องเที่ยวที่เกิดจากการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน ชื่นชมความงามของธรรมชาติ รวมไปถึงการศึกษาที่เกี่ยวกับแหล่งธรรมชาติต่างๆ เช่น การไปเที่ยวน้ำตกเจ็ดสาวน้อยในจังหวัดสระบุรี

3.3.2 การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและบันเทิง (Sport and Entertainment) การท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความบันเทิงและการออกกำลังกายในคราวเดียวกัน เช่น นักท่องเที่ยวไปเล่นเซิร์ฟที่จังหวัดภูเก็ต

3.3.3 การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม (Cultural Tourism) การท่องเที่ยวเกี่ยวกับวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ โบราณคดี เช่น การเดินทางท่องเที่ยวไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เพื่อศึกษาโบราณ
สถาณของอาณาจักรสุโขทัย

3.3.4 การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจและประชุมสัมมนา (Business and Convention Tourism) การเดินทางที่มีการติดต่อธุรกิจและการท่องเที่ยวในคราวเดียวกับที่ไปเยือน เช่น กลุ่มนักธุรกิจค้าตรง ไปอบรมสัมมนาที่จังหวัดนครนายก

4.การท่องเที่ยวตามการตลาด แบ่งออกได้ดังนี้

4.1 การท่องเที่ยวตลาดหรูหรา (Elite Market Tourism) การท่องเที่ยวชนิดหรูหรา ทำให้นักท่องเที่ยวต้องจ่ายเงินค่าใช้บริการในอัตราสูง เหมาะสำหรับผู้มีรายได้สูง และต้องการความสะดวกสบาย เช่น การท่องเที่ยวที่มีการจัดให้เดินทางสายการบินด้วยที่นั่งชั้นหนึ่ง (First Class) เข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไป เป็นต้น

4.2 การท่องเที่ยวตลาดมวลชน (Mass Market Tourism) การท่องเที่ยวที่ให้บริการนักท่องเที่ยวในราคาไม่แพง หรือการเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปตามความนิยมในช่วงนั้น เหมาะสำหรับผู้มีรายได้ปานกลาง เช่น การเดินทางไปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่แต่ละบริษัทนำเที่ยวได้จัดรายการนำเที่ยวในราคาประหยัดในรูปแบบต่างๆ

5.การท่องเที่ยวตามการจัดการ แบ่งออกได้ดังนี้

5.1 การท่องเที่ยวแบบประเพณีนิยม (Convention Tourism) การท่องเที่ยวที่เน้นการให้บริการความพึงพอใจและปริมาณของลูกค้า โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านลบต่อทรัพยากรท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม เช่น การไปท่องเที่ยวงานช่วงเทศกาลงานลอยกระทงที่จัดขึ้นยังจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทย

5.2 การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน (Sustainable Tourism) การท่องเที่ยวที่ต้องการการจัดการท่องเที่ยวที่ดีเยี่ยม เพื่อให้คงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติไม่ให้เสื่อมสภาพ การปรับปรุงคุณภาพของธุรกิจท่องเที่ยว ชุมชนท้องถิ่นได้รับผลประโยชน์ตอบแทนอย่างเหมาะสม มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวอย่างเสมอ แต่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยแบ่งย่อยออกได้ 2 รูปแบบ คือ

5.2.1 การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) การท่องเที่ยวที่ได้รับความเพลิดเพลินในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น แหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เช่น การไปดูนก เพื่อศึกษาพฤติกรรมของนกชนิดต่างๆ ตามแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ โดยการมองจากกล้องสองทางไกล การสองไฟฉายในช่วงเวลากลางคืน และการถ่ายภาพ

5.2.2 การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) การท่องเที่ยวที่จัดขึ้นในชุมชนเล็กๆ ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม หรืองานประเพณี ทำให้ได้เรียนรู้ถึงความเชื่อ สังคม และวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ เช่น การท่องเที่ยวงานประเพณีและศิลปวัฒนธรรม ประเพณีโยนบัว จังหวัดสมุทรปราการ

ปรีดี พิศภูมิวิถี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทปอ.จับตา ‘ณัฏฐพล’ ‘เลิก-ไม่เลิก’ สอบ ‘โอเน็ต’ ส่อป่วนมหา’ลัยคัดเลือก น.ศ.
บทความถัดไปคนตามข่าว : สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ