ด่วน! สปสช.ยกเลิก 84 คลินิกให้บริการบัตรทอง กระทบแล้ว 8 แสนคน

ด่วน! สปสช.ยกเลิก 84 คลินิกอบอุ่น แนะกลุ่มบัตรทองเข้าหน่วยบริการสำรองได้ทั่วกรุง

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการ สปสช.พร้อมด้วย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ เลขาธิการ สปสช. แถลงแนวทางบรรเทาปัญหาผลกระทบด้านการเข้ารับบริการของประชาชน หลังยกเลิกสัญญาโรงพยาบาล (รพ.) และคลินิก กรณีการทุจริตกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง

นพ.การุณย์แถลงว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม สปสช.ได้ยกเลิกสัญญาคลินิกไป 18 แห่ง มีประชาชนได้รับผลกระทบราว 200,000 ราย ซึ่ง สปสช.รับทราบปัญหาและความโกลาหลดังกล่าว ดังนั้นการยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมจึงต้องมีความรอบคอบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการตรวจสอบพบความผิดปกติในกรณีทุจริต คณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติว่าต้องขยายผลตรวจสอบ และเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พบว่ามีอีก 66 แห่ง ที่มีความผิดปกติเช่นกัน จึงได้ส่งดำเนินคดีเพิ่ม และวันนี้เป็นวันที่จะมีผลในการยกเลิกสัญญาและยกเลิกการเป็นหน่วยบริการ

นพ.การุณย์กล่าวว่า สปสช.มีความจำเป็นในการยกเลิกสัญญา หากไม่ยกเลิกจะส่งผลต่อ 1.ประชาชนในการถูกสวมสิทธิการตรวจคัดกรองส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคในกลุ่มของโรคเมตาบอลิก เช่น เบาหวาน ความดัน ซึ่งทำให้ขาดโอกาสในการเข้ารับบริการดังกล่าว 2.งบประมาณของประเทศที่มาจากภาษีประชาชน และ 3.ผลกระทบขององค์กรที่จะได้รับข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการ ที่ไม่น่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม สปสช.ได้ประชาสัมพันธ์ต่อประชาชน และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประสานหน่วยบริการทุกแห่งของ กทม. พร้อมจัดเตรียมข้อมูลผู้ป่วยไว้รองรับแล้ว เช่น การรักษาโรคเรื้อรัง ข้อมูลยา การตรวจผลเลือดครั้งก่อน ทั้งนี้ประชาชนสามารถเข้ารับการบริการได้ทุกแห่งของ กทม. หรือติดต่อขอเวชระเบียนตนเองได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.

“สำนักงานได้พยายามหาผู้ประกอบการรายใหม่มาทดแทน เนื่องจากหน่วยบริการภาครัฐในพื้นที่ กทม. ที่มีผู้อยู่ในระบบหลักประกันฯ เกือบ 4 ล้านราย ไม่เพียงพอ หากส่งเข้าไปในภาครัฐทั้งหมดจะเกิดความแออัด ได้รับบริการไม่ทั่วถึง เราจึงพยายามหาผู้ประกอบการรายใหม่ พยายามเชิญชวนและอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น การให้ข้อมูล แจ้งผลประกอบการว่าเมื่อเข้ามาดำเนินการจะได้รับงบส่วนใดบ้าง และส่วนใดต้องมีค่าใช้จ่ายออกไป อำนวยการขึ้นทะเบียนและ ปรับเกณฑ์ให้ง่ายขึ้น ส่วนประชาชนสามารถเข้ารับบริการหน่วยบริการที่ยังอยู่ในระบบได้ทั้งของรัฐบาลและเอกชน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” นพ.การุณย์กล่าว

ด้าน ทพ.อรรถพรกล่าวว่า ในการยกเลิกสัญญา รพ.และคลินิก ครั้งแรก จำนวน 18 แห่ง และยกเลิกเพิ่มอีก 66 แห่งนั้น แบ่งเป็น คลินิกเวชกรรม 53 แห่ง คลินิกทันตกรรม 3 แห่ง และ รพ. 10 แห่ง ส่งผลกระทบต่อประชาชนรวมแล้วประมาณ 800,000 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มผู้ป่วยเร่งด่วน คือ กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยในคลินิกที่ถูกยกเลิก ส่วนหนึ่งเป็นคลินิกประจำที่เป็นคลินิกชุมชนอบอุ่น อีกส่วน เป็น รพ.รับส่งต่อที่มีการนัดหมายผ่าตัดล่วงหน้าไว้แล้ว ดังนั้น กทม.ได้นำข้อมูลการรักษาต่อเนื่องของผู้ป่วยส่งไปยัง รพ.อื่นรองรับแล้ว และในผู้ป่วยที่มีการนัดรักษาตัวใน รพ. ที่ไม่ใช่การผ่าตัด กลุ่มที่ 2 หญิงตั้งครรภ์ที่มีนัดตรวจครรภ์ หรือนัดคลอด และ กลุ่มที่ 3 ผู้ป่วยฟอกไตต่อเนื่อง ทั้งนี้ สปสช.เขต 13 กทม. ได้ดำเนินการติดต่อผู้ป่วยไปแล้ว แต่อาจยังไม่ครบถ้วน ในบางรายที่ยังไม่ได้รับการประสานงานไป สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 หรือเฟซบุ๊ก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือทางแอพพลิเคชั่นไลน์ที่ไอดี 1330_2 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

“ส่วนกลุ่มที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กลุ่มเอ็นซีบี (NCB) ที่ต้องได้รับยาเบาหวาน ความดัน หรือรับยาต่อเนื่อง ขณะนี้ สปสช.กทม.กำลังหาสถานที่ใหม่ให้ อย่างไรก็ตาม รายชื่อของ 64 คลินิก ที่ถูกยกเลิกจะมีการนำข้อมูลเผยแพร่ทางเว็บไซต์ และทางเฟซบุ๊ก หรือไลน์ ในส่วนของประชาชนทั่วไป ที่ปกติแล้วผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะมารับยาต่อเนื่อง มีประมาณ 1 ใน 3 ส่วนที่เหลือร่างกายแข็งแรงดี แต่ขอให้รับทราบข้อมูลไว้ แต่หากเป็นเหตุฉุกเฉินสามารถไปที่หน่วยบริการใดก็ได้ที่ยังอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่หากฉุกเฉินถึงแก่ชีวิต หรือ UCEP สามารถไปที่ รพ. ที่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่ง สปสช.เตรียมการรองรับไว้แล้ว” ทพ.อรรถพรกล่าว และว่า ต้องขออภัยในความไม่สะดวกของประชาชน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่คลินิกทุกแห่งที่ทุจริต ยังมีคลินิกอีกหลายแห่งที่เป็นคลินิกที่ดี บริการประชาชนตรงไปตรงมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon