ไม่มีความรุนแรง มีแต่ขู่ให้กลัว

ไม่มีความรุนแรง มีแต่ขู่ให้กลัว

มีข่าวว่าจะไม่มีหัองน้ำใช้ในระหว่างการชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยใช้ในการชุมนุมครั้งก่อน ๆ สหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ออกแถลงการณ์ว่า เพื่อให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของคณะราษฎร 2563 ที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และเปิดประชุมวิสามัญของรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ สนท.จึงขอเชิญชวนให้นักเรียน นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์คู่ขนานไปกับผู้ชุมนุม พร้อมทั้งโพสต์ข้อความว่า ได้รับรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่เฝ้าหน้าบริษัทรถสุขาเกือบทั้งวันและพูดทำนองว่า ถ้าบริษัทนำรถสุขามาบริการในที่ชุมนุม ตำรวจจะแจ้งข้อหาต่อบริษัทฯ อนึ่ง มีการขู่จนรถสุขาที่ให้บริการในการชุมนุมวันที่ 19-20 กันยายนถอดรถกลับไปราวตีสองของคืนดังกล่าว การทรมานผู้ชุมนุมด้วยวิธีนี้ดูเหมือนจะได้ผล ลูกศิษย์ของผมคนหนึ่งบอกว่า เขาต้องกลับบ้านไปเพราะทนการปวดปัสสาวะไม่ไหว ในการชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคม ผู้จัดคงต้องหาทางแก้เกมที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามบังคับไม่ให้ผู้ชุมนุมมีที่ทางในการปัสสาวะ

แล้วก็มีข่าวการคุกคามอีกหลายด้าน เช่น การจับกุมตัว ไผ่ ดาวดิน ในบ่ายวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งทำให้เกิดการตึงเครียดระหว่างผู้คนที่เริ่มมาเตรียมการชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกับตำรวจ เพราะฝ่ายแรกต้องการกางเต๊นท์บริเวณพื้นถนนราชดำเนินฝั่งที่มาจากสนามหลวง ส่วนตำรวจต้องการเคลียร์พื้นที่การจราจร เป็นต้น

และมีการขู่ให้กลัว เช่น นายแพทย์ที่เป็นนักการเมืองและเป็นแกนนำกลุ่มผู้ภักดี โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 27 กันยายน ว่า ขอให้พวกเราติดตามสถานการณ์กันต่อไปครับ และดูกันว่าสามอำมหิตจะจบอย่างไรŽ ต่อมาในวันที่ 12 ตุลาคม มีข่าวว่าศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศ.ป.ป.ส.) นำชาวเพชรบุรีและชาวราชบุรีกว่า 30 คน มาชุมนุมหน้าอาคารไทยซัมมิทเพื่อขับไล่แกนนำคณะก้าวหน้า โดยระบุในแถลงการณ์ว่า ควรออกไปจากแผ่นดินŽ

มีการโพสต์ข้อความโดยนายแพทย์ที่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมว่า … หากไม่สามารถอดทนอดกลั้นจน ปฏิบิติการเก็บขยะแผ่นดินž เริ่มขึ้นแล้ว ผมขอน้อมรับอาญาแผ่นดิน … หากสถานการณ์จำเป็นต้องแตกหักโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว … ผมจะขัดพระราชประสงค์เพื่อปฏิบัติการเก็บขยะแผ่นดิน … แล้วพบกัน … ลานพระบรมรูปทรงม้าครับŽ การมองมนุษย์คนใดก็ตามว่าเป็นขยะที่ต้องเก็บนั้น เป็นการลดสถานะของคนคนนั้นเหมือนเป็นสิ่งของที่อาจนำไปทิ้งได้ ชีวิตของคนคนนั้นไม่มีความหมาย ผู้มองเช่นนี้ยังบอกอีกว่าพร้อมทำความผิดแม้จะถูกลงโทษทางอาญา การขู่เช่นนี้ น่าจะประสงค์ให้เกิดความกลัว แต่ก็เป็นการคุกคามว่าจะใช้ความรุนแรงอยู่ดี

นอกจากนี้ ยังมีหลายกลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวในนามหรือร่วมกับของ กปปส. เพื่อขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ในปี 2557 อันปูทางให้เกิดการรัฐประหารในเวลาต่อมานั้น ได้ออกมาประกาศว่าจะมาร่วมชุมนุม เพื่อรอรับเสด็จบนถนนราชดำเนินในวันที่ 14 ตุลาคม แต่ก็ยังดีที่บอกในทำนองว่า มาเพื่อแสดงความจงรักภักดี หากเสด็จพระราชดำเนินแล้ว ก็จะแยกย้ายกันกลับ ไม่มีการชุมนุมยืดเยื้อแต่ประการใด

ผมได้แต่หวังว่า ในการชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งแต่ละฝ่ายพยายามระดมผู้สนับสนุนมาแสดงออกหรือมาเฝ้าระวัง มาแสดงออกเพื่อกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เช่น การลาออกของนายกรัฐมนตรี และการเร่งรัดให้รัฐสภาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาเฝ้าระวังมิให้มีการระคายเคืองเบื้องยุคคลบาท เป็นต้น แต่อย่างน้อย กลุ่มต่าง ๆ (ยกเว้นกลุ่ม เก็บขยะŽ) ล้วนแสดงอย่างชัดเจนว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง เพราะกลุ่มต้องรับผิดชอบให้การชุมนุมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คือโดยสงบและปราศจากอาวุธ ผมจึงคิด (และหวัง) ว่า การชุมนุมจะไม่นำไปสู่การทำร้ายกัน ระหว่างผู้ชุมนุมกันเอง และระหว่างผู้ชุมนุมที่ค้านรัฐกับตำรวจ

เราน่าจะมาทบทวนดูว่า การชุมนุมทางการเมืองในอดีต แม้เริ่มต้นเป็นการชุมนุมโดยสงบ แล้วทำไมจึงเกิดความรุนแรงได้ทุกครั้ง

1) เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ทำให้มีคนตาย 77 ราย และบาดเจ็บ 857 คน ความรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อนักศึกษาและประชาชนกำลังสลายการชุมนุม แต่เมื่อถูกขวางกั้นโดยตำรวจใกล้บริเวณสวนจิตรลดา และด้วยการเข้าใจผิดบางประการ การสลายการชุมนุมได้กลายเป็นการปะทะกันที่ลุกลามไปทั่วบริวณกรุงเทพมหานคร มีการเผาอาคารของราชการ และทหารได้ทำการปราบปรามอย่างรุนแรง เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปีนี้มีส่วนคล้ายกับเมื่อ 47 ปีก่อน คือเยาวชนที่ปราศจากอาวุธเป็นผู้นำการชุมนุม และข้อเรียกร้องหลักคือการมีรัฐธรรมนูญใหม่ ประชาชนไม่พอใจผู้นำรัฐบาล 3 คนที่เป็นทหาร ในปีนี้ มีประชาชนจำนวนมากที่ไม่พอใจผู้นำ 3 คนที่เป็นทหาร หรือที่เรียกกันว่า กลุ่ม 3 ป. ข้อแตกต่างคือ ผู้นำการชุมนุมได้เพิ่มประเด็นข้อเรียกร้อง กลุ่มหนึ่งเพิ่มข้อเรียกร้อง 10 ข้อ อีกกลุ่มหนึ่งขอประนอมโดยเรียกว่าเป็นความฝัน ซึ่งอาจเป็นจริงในหลักการและในทางจารีตประเพณีตามแต่ที่พลวัตของสังคมไทยจะคลี่คลายไปในอนาคต ข้อเรียกร้องหรือความฝันที่เพิ่มขึ้นมานี้ ทำให้เกิดข้อขัดแย้งเพิ่มเติมในสังคม อันอาจเป็นชนวนความรุนแรงได้ เพราะการพูดถึงการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์อาจนำไปสู่ความเห็นต่างที่กอปรด้วยอารมณ์รุนแรงได้

2) การชุมนุมในเดือนตุลาคม 2519 แม้ประเด็นหลักจะเป็นการปกป้องระบอบประชาธิปไตย แต่เกิดความกลัวว่า พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้เข้ามาแทรกแซงขบวนการนักศึกษา และถ้าพรรคคอมมิวนิสต์สามารถเอาชนะฝ่ายรัฐบาล ก็จะเป็นภัยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงมีการจัดตั้งกลุ่มฝ่ายขวามากมาย เพื่อมาขัดขวางและทำลายขบวนการนักศึกษา เพื่อเป็นการตอบโต้การปลุกระดมของ พคท. กลุ่มฝ่ายขวาได้ทำการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรงต่อฝ่ายนักศึกษาผ่านสื่อของรัฐและสื่ออื่น ๆ อย่างต่อเนื่องหลายเดือนก่อนเหตุการณ์วันที่ 6 อารมณ์แรงได้มาถึงจุดสูงสุด เมื่อมีการตกแต่งภาพถ่ายบุคคลที่แสดงละครให้ดูคล้ายกับภาพของพระโอรสาธิราช กลุ่มฝ่ายขวาพร้อมตำรวจจึงมาล้อมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อทำการสังหารหมู่และจับกุมนักศึกษาที่ชุมนุมอยู่ในนั้น มีผู้เสียชีวิต 46 ราย และผู้ถูกจับกุม 3,154 คน และเปิดทางให้มีการรัฐประหารในเย็นวันนั้นเอง เวลาผ่านไป 44 ปี ฝ่ายผู้ถูกกระทำอย่างโหดร้ายยังไม่สามารถลืมเหตุการณ์นั้นได้ ส่วนฝ่ายผู้กระทำก็คงคิดว่าได้ทำถูกแล้ว จึงยังไม่ได้มีการขออภัย ให้อภัย และคืนดี

สำหรับการชุมนุมในครั้งนี้ แกนนำทุกคนจะต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบของตน ในอันที่จะป้องกันมิให้เกิดความรุนแรง ส่วนภารกิจสำคัญของตำรวจคือ ป้องกันมิให้ผู้ชุมนุมที่เรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ มาเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุมที่มาพิทักษ์สถาบัน อย่าให้เหตุการณ์ 6 ตุลา มาซ้ำรอย

3) เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 44 คน และผู้สูญหายนับร้อย เหตุการณ์นั้นมีความซับซ้อนหลายประการ คนจำนวนมากมาชุมนุมเพื่อปฏิเสธการสืบทอดอำนาจของฝ่ายรัฐประหาร แต่แกนนำบางคนก็หวังช่วงชิงอำนาจทางการเมือง โดยฝ่ายรัฐบาลเพลี่ยงพลั้งเพราะใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ จึงไม่น่าคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ดี อยากฝากข้อคิดถึงรัฐบาลว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องป้องกันความรุนแรงไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใด

4) ในเหตุการณ์ เมษายน-พฤษภาคม 2553 มีผู้เสียชีวิต 91 คน บาดเจ็บ 1,800 คน นับเป็นการชุมนุมที่มีความรุนแรงมากที่สุด ความรุนแรงมาจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุม ฝ่ายผู้ต่อต้านการชุมนุม และฝ่ายรัฐบาล เป็นการต่อสู้เพื่อช่วงชิงอำนาจทางการเมือง แต่ไม่มีผลการเปลี่ยนแปลงดังที่ผู้ชุมนุมมุ่งหมายไว้ ถือเป็นการเปล่าประโยชน์ที่ไม่น่าจะคล้ายกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน

5) เหตุการณ์การชุมนุมของ กปปส. ในปี 2556-57 มีผู้เสียชีวิต 22 ราย ผู้บาดเจ็บ 751 คน การชุมนุมมีเป้าหมายเพื่อช่วงชิงอำนาจทางการเมือง โดยมีอุบายว่าขอให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งในที่สุดกลายมาเป็นการเชิญชวนให้มีการทำรัฐประหาร จนเกิดวิบากกรรมที่สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ดูไปก็ไม่คล้ายกับเหตุการณ์ปัจจุบัน

โดยสรุป แม้จะมีกลุ่มฝ่ายขวาที่ขู่ให้กลัวความรุนแรง แม้รัฐบาลจะขัดขวางการชุมนุมทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ก็เชื่อได้ว่าจะไม่มีความรุนแรง แม้ไม่อาจประมาทได้ อย่างไรก็ดี ขอเพียงแกนนำการชุมนุมที่เรียกร้องประชาธิปไตย จะคิดเพิ่มโอกาสความสำเร็จ และลดโอกาสการถูกกล่าวหาว่าต้องการล้มสถาบัน ก็คงไม่มีใครคิดทำร้ายคนรุ่นใหม่ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และคงไม่มีใครคิดว่าคนรุ่นใหม่มีอาวุธซ่อนอยู่และต้องการช่วงชิงอำนาจการปกครอง อันที่จริง คนรุ่นใหม่ทำการต่อสู้ ที่เราชอบหรือไม่ชอบก็ตาม โดยบริสุทธิ์ใจ

โคทม อารียา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาส นายกสภา มรภ. ทั่ว ปท.เฝ้าฯ
บทความถัดไป‘แคน นายิกา’ อดีต BNK48 โพสต์ไปร่วมม็อบ ถูกคนติง ‘พ่อแม่จะเสียใจ’ พ่อมาตอบเมนต์เอง