นักธุรกิจชี้ภาพเหตุวุ่นวาย ตัวแปรฉุดรั้ง ภาคบริโภค ลงทุน ท่องเที่ยว

นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าภาพการชุมนุมและการปะทะที่ออกมานั้น ได้สร้างกังวลต่อภาคธุรกิจ ไม่แค่นักธุรกิจไทยเท่านั้น แต่นักธุรกิจต่างชาติเองก็กังวล โดยระยะสั้นนี้กังวลต่อความไม่ชัดเจนว่าการชุมนุมจะเกิดขึ้นอีกไหม ยืดเยื้อ และนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ อีกทั้งมาตรการที่รัฐออกมาควบคุมดูแล เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในทางปฎิบัติของธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไร ตอนนี้ได้มีนักธุรกิจต่างชาติทั้งที่อยู่ในไทยและต่างชาติ ว่าจะยังทำกิจกรรมหรืองานเจรจาที่นัดหมายนั้นต้องเลื่อนออกไปก่อนไหม โดยแสดงความเห็นว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางธุรกิจเรื่องที่เดายากย่อมกระทบต่อการเตรียมแผนธุรกิจและการตัดสินใจลงทุนที่จะกำลังเกิดขึ้น

” เดิมธุรกิจก็คาดหวังว่าตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป ปัจจัยต่อธุรกิจจะดีขึ้น ทั้งรัฐปลดล็อกให้ธุรกิจเปิดทำการปกติจนเริ่มเข้าที่แล้ว ไทยได้รับการยอมรับจากนานาชาติเรื่องดูแลไม่เกิดการระบาดโควิด-19ได้ดี จนเตรียมเปิดประเทศให้ต่างชาติเดินทางเข้ามาได้มากขึ้น โดยเฉพาะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในอีก1-2 สัปดาห์นี้ รวมถึงมาตรการรัฐในการกระตุ้นใช้จ่ายและฟื้นเศรษฐกิจจะเห็นเป็นรูปธรรมแล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ปะทะ ยิ่งซ้ำเติมความเชื่อมั่นที่ยังไม่ฟื้นตัวแย่ลงอีก ตอนนี้ธุรกิจอยู่ในภาวะพะวงและลังเล อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเจรจาและไม่เกิดเหตุปะทะรัฐกับผู้ชุมนุมอีก ซึ่งส่วนตัวเกรงว่ายังยืดเยื้อ และรูปแบบการชุมนุมเปลี่ยนไปจากก่อนๆ เยาวชนและสังคมโซเชียลมากขึ้น เป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก ผมว่าเป็นเรื่องน่าห่วงสำหรับสังคมไทยในอนาคตด้วย ” นายสนั่น กล่าว

นายสนั่น กล่าวว่า ในระยะกลาง ที่ไทยต้องเร่งแก้ไข คือ การลงทุนใหม่จะไหลออกนอกประเทศไปประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ทั้งนักลงทุนไทย นักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในไทยแล้ว และนักลงทุนใหม่ที่กำลังหาฐานผลิตหรือสำนักงานสาขาในอาเซียน ไปประเทศคู่แข่งแทน เช่น เวียดนาม ตอนนี้รุกหลายด้านและกำลังแซงไทย เช่น การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวหลังโควิด-19คลี่คลาย ตอนนี้เวียดนามเปิดเที่ยวบินปกติแล้วกับ 6 ชาติ คือ เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ กัมพูชา และ ลาว โดยเปิดเที่ยวสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน พบว่าคนจีนทยอยเข้าไปเที่ยวมาก และบางส่วนคงไปดูเรื่องการลงทุนใหม่ๆ ประเมินว่าจีดีพีของเวียดนามในปีนี้จะเติบโตได้ 3% เพิ่มจาก 9 เดือนเติบโตแล้ว 2.1% เพราะไตรมาส4ของปีจะเป็นห่วงที่มีการจับจ่ายใช้จ่ายและท่องเที่ยวสูง เวียดนามจึงเร่งเปิดรับต่างชาติ เมื่อสอบถามนักธุรกิจเวียดนามได้รับการยืนยันว่าหลังสถานการณ์โควิดผ่านไปบริษัทส่วนใหญ่ขยายตัวได้ถึง 50% ในส่วนสถิติส่งออกไปทั่วโลก ปีนี้เวียดนามคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 2.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไทยปีนี้น่าจะแค่ 2.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

” เราก็ภาวนาอย่าให้มีอะไรที่รุนแรง ยืดเยื้อ จนนำไปสู่การประกาศเคอร์ฟิว เพราะจะซ้ำเติมเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง ตอนนี้ภาคธุรกิจก็มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะแผนบางส่วนจะเริ่มใช้แล้วเพื่อกระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้ายของปี และเตรียมรับปีใหม่ 2564 ” นายสนั่น กล่าว

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วย หากจะมีการประกาศเคอร์ฟิวเพื่อควบคุมเหตุการณ์ชุมนุม เพราะเป็นการกระทบวงกว้างกระทบต่อธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุชุมนุม ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะใช้การประกาศเคอร์ฟิวในการควบคุมดูแลเรื่องเหตุชุมนุม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้องค์กรนิสิตรัฐศาสตร์ มศว จี้ปล่อย ‘ขนุน สิรภพ’ เจ้าของวาทะ ‘สวนสวยจริงๆ’
บทความถัดไป‘หมอทศพร’ แจงไปม็อบในฐานะหมอ เพื่อแจ้งเรื่องดูแลตัวเอง