‘ยิ่งชีพ’ เล่าครั้งต่อสู้หน้าเรือนจำ บอกบ้านเมืองไม่เหมือนเดิม

‘ยิ่งชีพ’ เล่า ครั้งต่อสู้หน้าเรือนจำ บอก บ้านเมืองไม่เหมือนเดิม

สืบเนื่องจากกรณีภาคีนิรนาม จัดกิจกรรม “นอนแคมป์ไม่นอนคุก” เพื่อกดดันเรียกร้องให้มีการปล่อยบุคคลที่ถูกจับกุมตัวไว้ในเรือนจำ โดยมีการผลัดกันปราศรัยและกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องในคืนวันที่ 23 ตุลาคม ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นั้น

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ในช่วงเช้าผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงปักหลักบริเวณทางเท้าริมถนนงามวงศ์วาน โดยมีการเปิดการจราจรตามปกติ หลังจากในค่ำคืนที่ผ่านมามีการตั้งเวทีปราศรัยและชุมนุมบนถนนฝั่งหน้าเรือนจำ ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมยังคงพักผ่อน การ์ดผู้ชุมนุมได้เตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมในวันนี้ โดยมีการเปิดเพลงสร้างบรรยากาศ ก่อนจะมีการผลัดเปลี่ยนขึ้นปราศรัย อย่างต่อเนื่อง

เวลา 20.00 น. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ ขึ้นปราศรัย โดยกล่าวว่า ปี 58 ไผ่โดนจับครั้งแรก มาตราเดียวกัน 116 ไผ่ โรส แมน ปกรณ์ แซม ลูกเกด เรามาทำกิจกรรมตรงนี้ ก็มีพี่น้อง กว่า 30 คน มาร้องเพลงเดิม บทเพลงของสามัญชน

ปี 59 ก่อนวันทำประชามติ 7 สิงหาคม รังสิมันต์ โรม ออกไปแจกใบปลิว โหวตโน โดนจับข้อหาเดิมอีก ม.116 และ ชุมนุมเกิน 5 คน ก็มาที่เดิม ร้องเพลงเดิม ตอนนั้นเราจะปล่อยลูกโป่งสีม่วง ตั้งใจให้ลอยขึ้นฟ้า ก็ไม่ยอมให้ปล่อย

“ผ่านมา ปี 63 1 เดือนกว่า อานนท์-ไมค์ ถูกจับ มาตรา 116 ก็มากันตรงนี้ คนเริ่มหลายร้อย แต่ยังไม่เยอะขนาดนี้ วันนี้ ตุลาคม 63 คือครั้งแรกที่คนมาให้กำลังใจคนที่ถูกจับจนปิดถนนงามวงศ์วาน 1 ฝั่ง 5 เลน ได้ แม้กลยุทธ์จะใช้เดิมๆ จับแกนนำ ข้อหา ม.116 ชุมนุมเกิน 5 คน ไม่ให้ประกันตัว เกมเดิมๆ หมด แต่สังคม บ้านเมืองไม่เหมือนเดิม 30 คน 100 คน วันนี้เรามาหลายพัน เพื่อนจะออกมาตอนไหนไม่ทราบ แต่ที่ยํ้าคือ บ้านเมืองไม่เหมือนเดิม มีคนพร้อมออกมาทำอะไรกับผู้ที่ถูกจับมากขึ้น การจะจับใคร ต้องคิดอีกหลายครั้ง หลายรอบ เชื่อว่าตอนนี้คงคิดแล้วว่า พรุ่งนี้จะปล่อยตัวดีหรือไม่ เรามาช่วยกันพูดดังๆ เผื่อจะกำลังคิดอยู่” นายยิ่งชีพกล่าว

จากนั้น มวลชนตะโกน “ปล่อยเพื่อนเรา”

นายยิ่งชีพกล่าวต่อว่า เขาบอกให้เราทำตามกฎหมาย ที่เขียนเอง ไม่ใช่แค่ คสช.เสียหาย ประเทศชาติเสียหาย อยู่ๆ ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง สั่งห้ามชุมนุม คือสถานการณ์ที่ คสช.อ้างอิงกฎหมายแบบผิดๆ สุดท้ายไม่มีใครเกรงกลัว เพราะกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป ถ้าเราไม่ช่วยยืนยันย้ำชัดๆ เขาจะอยู่ต่อไปอีกนาน และไม่นํ้าจะบิดเบือนประเทศพังไปถึงไหน

“ม.116 อาจจะน่ากลัว โทษจำคุกสูง 7 ปี แต่ไม่ได้เขียนไว้แย่เกินไป บอกว่าคนที่จะผิดได้ ต้องแสดงความคิดเห็นไม่ใช่ทางมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ หรือ ประทุษร้าย ที่เอามาบอก เพื่อบอกว่า ทำผิดเรื่องใหญ่ ภัยความมั่นคง แต่ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์มาบริหารประเทศ ใครประท้วงขับไล่ ก็หยิบ ม.116 มา ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ คนที่ออกมาไล่ประยุทธ์ โดนดำเนินคดี สุดท้ายยกฟ้องหมด เบื่อแล้ว ซ้ำไปมา คนไม่กลัว เรายังไม่สิ้นหวังเกินไป ผู้พิพากษาข้างประชาชนยังคงมี” นายยิ่งชีพกล่าว โดยประชาชนปรบมือให้ ผู้พิพากษา คณากร เพียรชนะ

“ก่อนที่เพนกวิน รุ้ง จะมาอยู่ที่นี่ เขาเคยอยู่ ธัญบุรีมาก่อน เพราะได้ประกันตัว ถ้าเห็นว่าคนบริสุทธิ์ จะต้องได้รับการประกันตัว ถูกบีบบังคับ ให้ลาพักร้อน ไม่ต้องไปทำงาน ง่ายๆ แค่นี้ ลาป่วย ลากิจก็ได้ แค่ไม่ทำในสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าผิด ไม่ได้ยาก ถ้าท่านสักคนไม่ทำ อย่าคิดว่าถ้าไม่ทำ คนอื่นก็จะทำ เพราะคนอื่นก็จะรู้ว่าสิ่งนี้ผิด แล้วลองดูว่า จะมีคนเขียนหรือไม่ เขียนสิ่งที่ผิด ให้คนที่สั่งมาเขียนเอง ไม่ต้องออกคำสั่ง ไม่ยากอะไร เราขอแค่นี้”

“อานนท์ นำภา รู้จักกันมา 10 กว่าปี นั่งตรงนี้ด้วยกันแต่ก่อน ตอนที่มีคนติดคุกข้างใน ตอนนี้อานนท์อยู่เชียงใหม่ คนเดียว โดนเป็น 20 คดี หนึ่งในคนดีที่โดน จากการเขียนบทกวี เขียนเอง โพสต์เอง ตั้งแต่ปี 53 ” นายยิ่งชีพกล่าว ก่อนจะอ่านบทกวี ที่แต่งโดย นายอานนท์ นำภา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สิงห์เจ้าท่า’ ได้ 2 จุดโทษ เฉือน ‘ต่อพิฆาต’ 2-1 รั้งที่ 3 ไทยลีก
บทความถัดไป‘จุรินทร์’ ลุ้น ครม. เคาะประกันข้าว-ยางพารา