พณ.นำร่องภูเก็ต จูงใจใช้เอฟทีเอกู้วิกฤตโควิค เปิดตัวสินค้าประมงพรีเมียม

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะนำคณะกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต วันที่ 2-3 พฤศจิกายนนี้ เพื่อสำรวจศักยภาพการทำประมงในกระชังเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ กุ้งมังกรเจ็ดสี ปลาช่อนทะเล (หรือปลาแซลมอลดำ) และหอยมุก โดยมุ่งเน้น การใช้กลยุทธ์นำสินค้าใหม่เจาะตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มีอัตราการเติบโตคงที่ และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ไม่มากนัก

นางอรมน กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้รายได้หลักอย่างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของภูเก็ตได้รับผลกระทบอย่างมาก ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงได้ร่วมมือกับภาครัฐ เกษตรกร และภาคเอกชน เร่งใช้กลยุทธ์สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ผลักดันสินค้าประมงให้มีจุดแข็งมากขึ้น อาทิ กุ้งมังกรเจ็ดสี ปลาช่อนทะเล (หรือปลาแซลมอลดำ) และหอยมุก ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะได้ร่วมหารือกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ณ อินทรฟาร์ม จังหวัดภูเก็ต เพื่อส่งเสริมการตลาดสินค้าประมงสู่ตลาดพรีเมี่ยมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแนะช่องทางการใช้ประโยชน์จาก FTA สร้างแต้มต่อขยายการส่งออกเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศคู่เจรจา FTA ของไทย 15 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน 9 ประเทศ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู และฮ่องกง ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าประมงและผลิตภัณฑ์อาหารทะเลทุกรายการให้ไทยแล้ว เหลือเพียง 3 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ที่ยังคงเก็บภาษีนำเข้าประมงและผลิตภัณฑ์อาหารทะเลบางรายการจากไทย

สำหรับช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ ไทยส่งออกสินค้าประมง มูลค่า 1,152 ล้านเหรียญสหรัฐ มีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา อาเซียน และเกาหลีใต้ และส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเล มูลค่า 2,934.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และอาเซียน

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image