ทริสเรทติ้ง เพิ่มอันดับเครดิต STA เป็นองค์กรที่มีอันดับ “Stable” หุ้น กู้ไม่ด้อยสิทธิ “A-” มองถุงมือยางเติบโตดีต่อเนื่องปี64

นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติครบวงจรอันดับ 1 ของโลก เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เร่งเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันในธุรกิจยางธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยาง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ แบบไม่มีหลักประกัน จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (ทริสเรทติ้ง) เป็นระดับ “A-” จากเดิมอยู่ที่ระดับ “BBB+” และยังได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตของบริษัทฯ สู่ระดับ “Stable” หรือ “คงที่” จากเดิม “Negative” หรือ “ลบ”

STA มีโครงสร้างด้านเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้น หลังจากบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ STA สามารถระดมทุนกว่า 1.46 หมื่นล้านบาท จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และได้นำเงินจากการระดมทุนไปใช้ขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตถุงมือยาง ชำระเงินกู้และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนปรับลดลงอย่างมาก โดยทริสเรทติ้งคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจถุงมือยางปี 2564 จะยังคงแข็งแกร่ง โดยรายงานของสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางประเทศมาเลเซีย (Malaysian Rubber Glove Manufacturers Association หรือ MARGMA) ประมาณการความต้องการใช้ถุงมือยางทั่วโลกในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 3.6 แสนล้านชิ้น เติบโตเฉลี่ยปีละ 9% นับจากปี 2553 ที่มีความต้องการใช้ทั่วโลกประมาณ 1.5 แสนล้านชิ้น

นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า บริษัทฯ จะยังคงมีสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง แม้มีภาระหนี้ที่ครบกำหนดชำระในปี 2563-2565 จำนวน 1.3-3.7 พันล้านบาท โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 บริษัทฯ มีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น 1.7 หมื่นล้านบาท และวงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินอีกกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท

“การจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ A- สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำธุรกิจยางธรรมชาติอย่างครบวงจรของ STA และความสามารถการแข่งขันจากการเป็นผู้ประกอบการที่มีทั้งการผลิตสินค้าต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำในอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ ส่วนแนวโน้มอันดับเครดิต Stable สะท้อนความคาดหวังว่าบริษัทฯ จะสามารถรักษาขีดความสามารถการแข่งขันที่ดี มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจถุงมือยางเพิ่มขึ้น สามารถบริหารความเสี่ยงจากราคายางธรรมชาติและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการรองรับผลกระทบจากความผันผวนของราคายางธรรมชาติได้” นายวีรสิทธิ์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘พุทธิพงษ์’ เตือน ปชช. ใช้สื่อออนไลน์อย่างระมัดระวัง ยันใช้ กม.กับคนสร้างข่าวบิดเบือน
บทความถัดไปนักการตลาดหัวใจเกษตร ปลูกผัก ทำสวน เพื่อดูแลแม่และครอบครัว